[Spoil] Bleach – 402 DEICIDE 4

Credit Text Spoil : Drake

หน้าเปิด

เปิดตอนมาต่อจากตอนที่แล้วที่อุราฮาร่าโผล่มาเล่นงาน ไอเซ็นจากทางด้านหลัง โดยหลังจากเล่นงานเสร็จ อุราฮาร่าก็ออกปากทักไอเซ็นว่ารูปร่างแปลกตาไปเยอะนะ ไอเซ็นตอบกลับว่าก็นั่นแหละ ยังอยู่ในระหว่างการวิวัฒนาการนี่นา มันก็คงน่าเกลียดอยู่แล้ว (มีฉากโชว์แผลที่โดนตาหมวกเกี๊ยะยิงเมื่อตอนที่แล้วหายให้ดูกันจะๆ ด้วย) เลยเจออุราฮาระย้อนว่ายังไม่มีใครบอกว่าน่าเกลียดซักหน่อย

“รวมเป็นหนึ่งกับโฮเงียคุแล้วสินะครับ” นายหมวกเกี๊ยะออกปากหลังเงียบไปครู่หนึ่ง

“ไม่ใช่ ‘รวมเป็นหนึ่ง’ “ ไอเซ็นแก้ประโยคให้ “ต้องบอกว่า ‘มันเชื่อฟัง’ ต่างหาก เจ้าโฮเงียคุที่เจ้าไม่อาจควบคุมได้นี่น่ะ”

ท่อนท้ายแกล้ง เหลือบตาขึ้นมองด้วยสายตาเยือกเย็นแฝงแววดูแคลน

อุราฮาร่าเพียงแต่ จ้องตอบอย่างเย็นชาเท่านั้น

“ควบคุมไม่ได้งั้นรึ…” ผู้ก่อตั้งกองวิจัยวิทยาการทวนคำด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ก็คงจริงนั่นแหละ ครับ…ถ้าเป็น ‘ในตอนนั้น’ ละก็นะ”

“ในตอนนั้นอย่างนั้นรึ?” เจ้าแห่งอธรรมแกล้งปั้นเสียงเน้นตามจังหวะเน้นเสียงของคู่สนทนา “คำพูด ขี้แพ้ชวนตีชัดๆ เลยนะนั่น แต่ไม่สิ”

นายเหนือแห่งเหล่าอารัน คาร์เว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อไป

“จะขี้แพ้ชวนตีหรืออะไรก็ ช่าง เพราะเจ้าน่ะ…”

สิ้นสุดคำพูดนั้น ร่างของไอเซ็นพลันหายวับไปจากตำแหน่งที่ยืนอยู่มาปรากฏตัวต่อหน้าอุราฮาร่า ในพริบตา ดาบเคียวขะซุยเงสึในมือเสือกพรวด เสียบเข้ากลางอกซ้ายของอีกฝ่ายจนทะลุออกหลังในบัดดล เรียกเสียงร้องสั้นๆ อย่างเจ็บปวดแกมตกตะลึงจากปากของผู้ถูกแทง

“ไม่มีโอกาสจะควบคุมโฮ เงียคุอีกแล้วตลอดกาล” เจ้าแห่งอธรรมต่อประโยคเสียงเรียบเฉย ก่อนขยับทำท่าจะดึงดาบออกจากร่างอีกฝ่าย

พริบตานั้นเอง ร่างของอุราฮาร่าพลันระเบิดออกเสียงดังปังราวกับลูกโป่งถูกเข็มจิ้ม เจ้าแห่งความชั่วร้ายงงงันวูบ การเคลื่อนไหวทั้งหมด การรับรู้ทั้งมวลชะงักค้างอยู่กับที่ไปชั่วขณะ

หากเพียงชั่วขณะนั้น ก็เพียงพอแล้วสำหรับช่องว่างสำหรับเข้าโจมตี อุราฮาร่าตัวจริงฉวยโอกาสที่ร่างปลอมเปิดให้นั้น วกอ้อมเข้าข้างหลัง ทาบฝ่ามือลงบนแผ่นหลังของไอเซ็นแล้วประกาศชื่อวิถีมารแบบไม่ร่ายท่วงทำนอง วิญญาณทันที

“ริคุโจโคโร (คุกแสงหกชั้น)”

แถบแสงสี เหลืองหกสายพุ่งเข้าตรึงร่างของไอเซ็นไว้กับที่ แต่ไอเซ็นกลับไม่มีทีท่าหวั่นวิตกแม้แต่น้อย

“จะว่าไปในความทรงจำ เกี่ยวกับการต่อสู้ของยามี่เองก็มีเรื่องอุปกรณ์นั่นอยู่นี่นะ” เขาเอ่ยปากวิจารณ์ไอเท็มของฝ่ายตรงข้าม “ไม่คิดว่าจะเล่นตุกติกเอาตอนนี้ เลยเผลอประมาทไปหน่อย ว่าแต่…” พูดถึงตรงนี้ น้ำเสียงของไอเซ็นก็เริ่มแฝงแววคุกคามมากขึ้น “ใช้วิถีพันธนาการแค่ระดับ นี้พันธนาการข้าไว้ ตั้งใจจะทำอะไรกันแน่”

“วิถีพันธนาการแค่ ระดับนี้?” อุราฮาร่าทวนคำ “คิดว่าแค่ระดับนี้น่ะมันถึงระดับไหนกัน ครับ?”

ว่าจบ อดีตนายเหนือแห่งหน่วย 12 ก็ชี้มือขวาตรงไปยังไอเซ็น แล้วประกาศชื่อวิถีพันธนาการแบบไม่ร่ายท่วงทำนองวิญญาณอีกครั้ง

“วิถี พันธนาการที่ 63 สะโจสะบาคุ!! (เงื่อนโซ่พันธนาการ)”

สายโซ่ขนาด ใหญ่เกือบเท่าข้อแขนผู้ชาย 2 คนรวมกันนับสิบเส้นพุ่งพรวดมาจากด้านหลังของอุราฮาร่า ตรงเข้ามัดตัวไอเซ็นไว้อีกเป็นชั้นที่สอง

ทว่าดูเหมือนอุราฮาร่าจะ ยังไม่วางใจเพียงแค่ผนึกสองชั้น

“วิถีพันธนาการที่ 79 คุโยชิบาริ!! (เก้าตะวันพันธนาการ)”

พร้อมๆ กับเสียงประกาศชื่อวิถีมารและการกวาดแขนบริกรรมมือ ดวงแสงสีดำเก้าดวงคล้ายดวงอาทิตย์ขนาดเล็กพลันก่อตัวขึ้นรอบร่างของไอเซ็น ดวงอาทิตย์ทั้งเก้าลอยวูบมารวมกันตรงกลางหน้าอกของของเจ้าแห่งความชั่วร้าย กลายเป็นก้อนพลังทรงกลมสีดำขนาดใหญ่ ครอบกรงผนึกของวิถีมารอีกสองบทก่อนหน้านี้ไว้เป็นชั้นที่สาม

“ฮึ่ม…” เจ้าแห่งอธรรมเข่นเสียงอย่างขัดใจ หากมีแค่ชั้นเดียว ด้วยพลังระดับเขาแล้ว สามารถทำลายผนึกวิถีพันธนาการระดับนี้ได้อย่างง่ายดาย แต่นี่อีกฝ่ายเล่นร่ายวิถีพันธนาการถึง 2 – 3 ชั้นติดต่อกันโดยไม่ปล่อยให้เขามีโอกาสทำลายชั้นใดชั้นหนึ่งก่อน ดังนั้น การทำลายจึงต้องอาศัยเวลามากขึ้นเท่านั้น แม้จะไม่ใช้เวลามากมาย แต่ก็เปิดช่องว่างมากพอจะให้อีกฝ่ายทำอะไรอันตรายได้เช่นกัน

ข้าง ฝ่ายอุราฮาร่าเองก็เหมือนจะรู้เช่นกันว่าวิถีพันธนาการสามชั้นคงไม่อาจยื้อ คู่ต่อสู้ได้นาน เขารีบยกมือขึ้นทำท่า แล้วเอ่ยปากบริกรรมท่วงทำนองวิญญาณ…อันเป็นสัญญาณว่าวิถีมารในครั้งนี้จะ ปล่อยพลังแบบเต็มกำลัง…ในทันที

เสียงท่องท่วงทำนองวิญญาณนิ่งเรียบ แต่เปี่ยมด้วยพลังดังกังวานไปทั่วบริเวณ พร้อมๆ กับที่ลำแสงรูปร่างคล้ายกระสุนปืนใหญ่หรือจรวดมิซไซล์ขนาดใหญ่นับสิบนับร้อย ดวงผุดขึ้นตรงจุดนั้นจุดนี้รอบกายของอุราฮาร่า

“คิดว่าข้าจะยอม ให้ใช้วิถีมารแบบนั้นงั้นรึ?” ไอเซ็นค่อนขอดขณะเกร็งกำลังทำลายวิถีพันธนาการที่ผนึกตัวเองไว้หมายจะโจมตี ขัดขวางอีกฝ่ายก่อนจะทันร่ายท่วงทำนองวิญญาณเสร็จ

น่าเสียดายที่เขา ยังเร็วไม่เท่าอุราฮาร่า…ผู้บัดนี้บริกรรมคาถาบทสุดท้ายจนสิ้นประโยคแล้ว

“ช้า ไปแล้ว” อดีตผู้ก่อตั้งกองวิจัยวิทยาการค่อนขอดกลับ แล้วประกาศชื่อวิถีมารออกไป “วิถีทำลายที่ 91 เซ็นจุโคเท็นไทโฮ (ปืนใหญ่พันกรนภาสาดส่อง)”

สิ้นคำประกาศชื่อวิถีมาร กระสุนแสงเหล่านั้นก็พุ่งเข้าใส่ไอเซ็นพร้อมๆ กันเป็นจุดเดียว เสียงระเบิดติดต่อกันรัวไม่นับ แรงระเบิดของกระสุนแสงแต่ละนัดที่กระทบเป้าหมาย เกิดเป็นลำแสงสว่างวาบขึ้นนับครั้งไม่ถ้วนสาดส่องกระจายออกไปจนทั่วท้องฟ้า

นาน เป็นครู่ กว่าที่การระดมยิงชุดใหญ่นั้นจะสงบลง ทิ้งไว้แต่เพียงฝุ่นควันที่ฟุ้งกระจายจากแรงระเบิดทะลวงทลายของกระสุนแสงนับ สิบนับร้อยลูกเพียงเท่านั้น

“…ยอดเลย…” อิจิโกะถึงกับครางอย่างตกตะลึงกับคอมโบวิถีมารอันดุเดือดที่เกิดขึ้นในชั่ว พริบตานั้น

ข้างฝ่ายผู้ยิงอย่างอุราฮาร่ากลับยืนสงบนิ่ง ตาจ้องไปยังม่านฝุ่นอันเกิดจากฝีมือตนเองอย่างไร้อารมณ์ ก่อนจะเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงทอดถอน

“คุณไอเซ็น…ดูเหมือนท่านจะ ประมาทไปเพราะได้อำนาจของโฮเงียคุมาไว้ในมือนะครับ…”

“ก็ งั้นแหละ”

เสียงเยือกเย็นคุ้นหูดังขึ้นทางด้านหลังอย่างกะทันหัน ทำเอาอุราฮาร่าสะดุ้งสุดตัวหันมองตาม

ณ ตำแหน่งนั้น ร่างของเจ้าแห่งอธรรมยืนนิ่งอยู่ ทั้งร่างถูกห่อหุ้มด้วยอาภรณ์แสงสว่างจากอำนาจของโฮเงียคุไว้จนเกือบทั้งตัว โผล่มาให้เห็นแต่ข้อมือสองข้าง รองเท้า ตัวโฮเงียคุซึ่งฝังอยู่ตรงกลางลำตัว และใบหน้าซีกซ้ายเท่านั้น

อดีต นายเหนือแห่งหน่วย 12 ตะลึงกับภาพที่เห็นยิ่งนัก เขาขยับจะเคลื่อนไหวจู่โจมออกไป แต่ยังช้ากว่าสันมือซ้ายของไอเซ็นที่ฟาดเปรี้ยงเข้าใส่ เลือดสดๆ สาดกระจายเป็นฝอยๆ ในอากาศ

“ก็ประมาทไปสิ” เจ้าแห่งอธรรมว่า ไม่แสดงอาการยี่หระแม้สักนิด “ข้าไม่จำเป็นต้องระแวดระวังสิ่งใดอีกแล้ว ข้าสัมผัสได้ ว่าร่างกายข้าที่สามารถควบคุมโฮเงียคุได้ในตอนนี้ อยู่เหนือกว่าความสามารถทั้งหมดของตัวข้าในอดีตที่ไม่มีผู้ใดในโซล โซไซตี้เทียบได้เสียอีก กะอีแค่วิถีมารระดับ 90 น่ะเรอะ ไม่มีค่าพอให้ข้าหลบเสียด้วยซ้ำ!”

“…ผิดแล้วครับ” อุราฮาร่ายังคงย้อนอย่างเรียบเฉย สีหน้าเปลี่ยนจากตกตะลึงกลับมาเยือกเย็นเหมือนเดิม “ข้าไม่ได้บอกว่าที่ ท่านไม่หลบวิถีมารของข้านั้นเกิดจากความประมาทหรอกครับ หากเป็นตัวท่านในอดีต ไม่มีทางแตะตัวข้าถึงสองครั้งโดยไม่วางหมากใดๆ ไว้หรอก”

สิ้นสุดคำพูดนั้น แสงสว่างรูปวงแหวนคล้ายปลอกเหล็กสำหรับพันธนาการนักโทษก็พลันปรากฏวูบตรงข้อ มือของไอเซ็นในทันใด ไอเซ็นตะลึงวูบ พยายามสลัดหลุดจากผนึกแสงนั้นให้ได้ แต่ไม่ว่าทำอย่างไรก็ไม่อาจสลัดหลุด ซ้ำยังรู้สึกหนักอึ้งคล้ายมีก้อนตะกั่วหลายสิบหลายร้อยก้อนผูกถ่วงข้อมือไว้ ไม่ให้ขยับได้ดังใจ

“นี่มัน…”

“…ผนึกไงล่ะ ครับ” อุราฮาร่าว่าพลางขยับหมวกทรงเตาอั้งโล่บนหัวขึ้น “ข้าปิดกั้น ทางเข้าออกของพลังกดดันวิญญาณซึ่งอยู่ที่ข้อมือของยมทูตทุกคนเอาไว้น่ะครับ”

ดวงตาเย็นชาดุจน้ำแข็งของอดีตหัวหน้าหน่วย 12 เลื่อนขึ้นสบตากับเจ้าแห่งความชั่วร้ายผู้ตกตะลึงราวกับจะเป็นตาดวงเดียวกัน แล้วเอ่ยปากเสียงเย็นชาไม่แพ้ดวงตา

“ตัวท่านจะถูกพลังกดดัน วิญญาณของตนเองแผดเผาจากภายในจนไม่เหลือแม้แต่เศษซาก”

สิ้นคำพูด ของอุราฮาร่า คลื่นแสงสุกขาวก็ระเบิดออกครอบคลุมร่างทั้งร่างของไอเซ็นไว้ภายในในทันที

จบตอน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: