[Spoil] Bakuman – 84

ต่อจากตอนที่แล้ว พวกไซโคที่หลังจากตามสะกดรอยฮัตโตริมาทั้งวันจนในที่สุดชูจินก็ได้ไอเดียมาได้ในที่สุด ไซโคก็เลยถามถึงไอเดียเรื่องใหม่จากชูจินๆก็บอกกับไซโคถึงเรื่องที่เขาคิดได้ก็คือ “การ์ตูนสุดยอดอาชญากรรม” ไซโคที่พอรู้แล้วก็ถึงกับตกใจและแย้งว่าการ์ตูนแนวอาชญากรรมมันไม่เหมาะจะลงนิตยสารการ์ตูนเด็กผู้ชายแต่ชูจินก็บอกว่าไม่ใช่แนวที่จะไปฆ่าใครหรือไปสร้างปัญหาให้ใครแบบนั้น แต่เป็นแนวที่ประมาณสะกดรอย

ไซโคกับชูจินก็เดินเข้ามาในร้านคาเฟ่เพื่อคุยกันต่อ ชูจินก็บอกว่าตอนที่สะกดรอยฮัตโตริไซโคเองก็บอกว่าสนุกเหมือนกันซึ่งชูจินก็คิดว่าเวลาที่จะสะกดรอยใครสักคนมันก็ต้องรู้สึกตื่นเต้นกับคนที่สะกดรอย ไซโคที่ก็คิดแบบนั้นที่ก็ตื่นเต้นเวลาตามฮัตโตริถึงจะไม่ใช่อาชญากรรมจริงๆก็ตาม ชูจินก็บอกต่อว่าตอนที่ซีเรียสมากๆเข้าก็ยังมีสถานการณ์ที่ดูงี่เง่ามาให้ขำได้ทำให้เกิดเสียงหัวเราะเวลาที่ซีเรียส นั้นเลยทำให้ไซโคอดคิดไม่ได้ถึงตอนที่ฮัตโตริกับอิวาเสะที่ทั้งคู่นั้นซีเรียสกันอยู่แต่กลับไม่รู้ตัวเลยว่ามาทำให้คนอื่นหัวเราะได้แถมตอนนั้นพวกไซโคก็ปลอมตัวกันอยู่ใกล้ฮัตโตริกับอิวาเสะมากด้วยจนต้องกลั้นหัวเราะแทบไม่ไหว

แต่ชูจินก็บอกอีกว่าถ้าบางคนหลงไปกับอุบายก็จะสร้างเสียงหัวเราะไม่ได้เหมือนกัน อย่างที่ฮัตโตริเคยพูดที่ว่าใกล้เคียงกับเวลาตกใจแต่ต่างกัน พูดอีกอย่างก็คือถ้าทำให้เป็นอาชญากรรมที่หรูเลิศความตึงเครียดก็ต้องเกิด เมื่อเข้าใกล้ถึงจุดนั้นแล้วเวลาเจอเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเสียงหัวเราะมันก็ต้องเกิดขึ้นมาตามธรรมชาติ

ชูจินก็พูดถึงไอเดียในเรื่องที่ให้พระเอกเป็นเด็กผู้ชายที่หลงไหลและยกย่องในอาชญากรรมที่สมบูรณ์แบบ ไซโคที่ฟังแล้วก็พอเข้าใจว่าสร้างตัวละครเด็กผู้ชายที่หลงไหลในอาชญากรรมแต่ก็ไม่ได้ทำจริงๆ ชูจินก็บอกว่าไซโคพูดถูกแล้วโดยเริ่มแรกเป็นอะไรแบบนั้นที่ตัวเอกไม่สามารถจะทำสิ่งที่คิดขึ้นมาได้ แล้วชูจินก็ยกตัวอย่างเช่นว่าที่โรงเรียนตัวเอกก็สังเกตกล่องดินสอของคนข้างๆที่สังเกตถึงสิ่งต่างทั้งหมดของกล่องดินสอทั้งรอยเปื้อน ชนิดของดินสอ จำนวน ความยาว ยางลบอยู่ไหน แล้วตัวเอกก็จัดการสับเปลี่ยนกล่องดินสอโดยไม่ให้ใครเห็นแล้วก็จับตาดูเจ้าของที่ใช้โดยไม่ได้สงสัยอะไรเลย แล้วบางที่ก็ให้ตัวเอกเอากล่องดินสอของจริงนั้นไปวางไว้ที่กล่องของหายจนให้เจ้าของที่เห็นแล้วก็ต้องคิดว่า “เอ๊ะ” ออกมา

ไซโคที่ฟังตัวอย่างที่ชูจินเล่าแล้วก็คิดว่ามันยังน้อยไปไม่สมกับเป็นอาชญากรรมที่สมบูรณ์แบบเท่าไรก็เลยอยากได้อะไรที่ดูยิ่งใหญ่กว่านั้น ชูจินก็เลยจัดให้ยกตัวอย่างอีกแบบโดยเป็นเรื่องของธนาคารสวิตที่ใหญ่ที่สุดในโลกและมีเงินมากที่สุด แล้วก็ให้ตัวเอกเข้าไปในธนาคารนี้แปะป้ายที่บอกว่าเข้ามาแล้วทิ้งไว้โดยไม่ได้ขโมยอะไรออกไปเลย ไซโคที่ฟังแล้วก็รู้สึกว่ายอดเหมือนได้ดูหนังปล้นธนาคารแล้วหนีออกมาที่ทำให้คนดูรู้สึกอินไปตามเนื้อเรื่อง ชูจินเองก็คิดแบบนั้นที่รู้สึกสุดยอดเวลาที่หนีออกมาได้ โดยเฉพาะถ้าถูกจับแล้วยังหนีได้อีก ไซโคก็คิดว่าประมาณภาพนาซก้าหรือวงกลมปริศนาบนทุ่งนาที่ถ้าแค่ทำขึ้นมาเพื่อล้อเล่นแต่จับไม่ได้ก็เป็นอาชญากรรมขั้นสุดยอดได้เลย ชูจินก็เห็นด้วย

ชูจินก็คิดว่าเรื่องควรจะเริ่มจากอะไรที่เล็กๆก่อนก็เลยคิดให้ตัวเอกเป็นนักเรียนประถมแล้วใช้สถานการณ์สับเปลี่ยนกล่องดินสอหรือสะกดรอย แล้วพอตัวเอกรู้ถึงคนที่มีความสนใจเรื่องนี้เหมือนกันก็ร่วมมือกันเป็น 3 คนกลายเป็นองค์กรลับในโรงเรียนที่เรียกว่า “ชมรมสุดยอดอาชญากรรม” ไซโคที่ยิ่งฟังแล้วก็ยิ่งน่าสนใจเพราะจะทำให้บรรยากาศเกิดเป็นเรื่องตลกซีเรียสได้ แล้วทั้งไซโคกับชูจินก็ยิ่งคิดได้เรื่อยๆถึงแนวเรื่องที่ให้ชมรมของตัวเอกนี้ค่อยๆเป็นที่รู้จักไปทั่วจนถึงในระดับโลกที่มีชื่อเสียงทั้งตำรวจและองค์กรใต้ดินก็ยังต้องจับตา

แล้วชูจินก็เสนอลองทดสอบความรู้สึกให้เหมือนกับตัวเอกในเรื่องดูสักครั้ง ที่ไม่ใช่อาชญากรรมแต่ก็เป็นยอดอาชญากรรม โดยชูจินก็บอกว่า
-ขั้นแรก ที่สตูดิโอตรงชั้นเก็บหนังสือการ์ตูน ก็จัดการเรียงเล่มให้เป็นตรงกันข้ามคือจากที่เล่ม 1 อยู่ซ้ายสุดไล่ไปขวาก็เอาไปอยู่ขวาสุดแล้วไล่ไปซ้ายแทน
-ขั้นสอง พอมิโยชิมาที่สตูดิโอก็ให้ไซโควานให้ช่วยหยิบการ์ตูนเล่ม 10 มาให้หน่อยแล้วคอยดูการตอบสนองของมิโยชิ
-ขั้นสาม มิโยชิก็จะเริ่มงงและถามี่ทำไมเรียงแบบนี้ก็ให้ไซโคบอกไปว่ามีใครก็ไม่รู้มาเรียงใหม่
พอทำแบบนี้ก็จะกลายเป็นเรื่องน่าสนุกแน่นอน แต่ชูจินก็มาคิดอีกทีก็รู้สึกว่าแบบนี้มันจะอ่อนไปหน่อยทำให้ตกใจได้นิดเดียว แต่ในเมื่อคิดแนวทางได้แล้วทั้งคู่ก็เอาเป็นว่าวันนี้พอแค่นี้ก่อนกลับไปนอนแล้วค่อยลงมือเขียนเนมตั้งแต่พรุ่งนี้เลย

ตัดไปทางด้านชิซึกะ ยามาฮิสะก็มาบอกผลอันดับในสัปดาห์ล่าสุดของการ์ตูนของชิซึกะที่ได้ที่ 9 แต่ยามาฮิสะก็คิดว่าน่าจะได้ดีกว่านี้ และยามาฮิสะก็ยังบอกอีกว่ากำลังดูถึงการประชุมซีรีย์คราวหน้าที่ชิซึกะจะเอาชนะพวกไซโคไปได้ไหม เพราะจัมป์นั้นถ้าไม่ได้ความนิยมก็จะอยู่ไม่ได้ ซึ่งถ้าชิซึกะเอาชนะได้จนพวกไซโคไม่ได้ความนิยมก็จะไม่ได้กลับมาลงจัมป์อีก และยามาฮิสะก็คิดว่าพวกไซโคคงต้องเขียนแก้เรื่อง “KTM” มาแน่ ทำให้ยามาฮิสะกังวลที่พวกไซโคเคยมีผลงานที่พอได้รับความนิยมมาบ้างอยู่จะไปทำให้งานของชิซึกะรักษาตำแหน่งที่ 9 ไม่ได้ แถมเรื่องยังเรียกคะแนนจากเด็กๆไม่ได้ด้วยเพราะเรื่องออกแนวดาร์ค แต่ยามาฮิสะก็ให้กำลังใจชิซึกะว่าชิซึกะเองก็เป็นคนประเภทแนวเดียวกันน่าจะไปได้ด้วยดี

พอพูดเรื่องงานเสร็จยามาฮิสะก็ชวนชิซึกะไปดิสนีย์แลนด์แต่ก็หันไปถามชิซึกะว่าอายุ 20 แล้วใช่ไหมชิซึกะก็บอกว่าใช่ ยามาฮิสะก็เลยบอกชิซึกะว่าน่าจะไปข้างนอกเที่ยวหาความสนุกประสบการณ์ชีวิตบ้าง สวนสาธารณะ โบว์ลิ่ง ไปช็อปปิ้ง หรือคาบาเร่คลับก็ได้ ก็เลยถามว่าชิซึกะชอบแบบไหน ตอนนั้นชิซึกะก็เลยลุกขึ้นมาแบบพรวดพราดแล้วเดินไปรอบๆห้องจนยามาฮิสะตกใจ แต่พอชิซึกะเดินไปมาได้สักพักก็เลือกคาบาเร่คลับ ยามาฮิสะก็เลยตกลงตามใจชิซึกะเลยงานนี้(แกก็อยากด้วยอะดิ)

วันรุ่งขึ้นที่บ้านของชูจิน มิโยชิก็บอกว่าชูจินนอนทั้งวันเลยชูจินก็บอว่าใช่แบบงัวเงียๆแล้วก็หันไปมองมิโยชิจนมิโยชิต้องถามว่ามองทำไมแต่ชูจินก็บอกว่าเปล่าแล้วนั่งกินข้าวคิดเนื้อเรื่องของเรื่องใหม่ต่อที่จุดสำคัญอยู่ที่ทริค ขณะที่ชูจินกำลังกินอยู่นั้นมิโยชิก็บอกว่าเธอจะออกไปข้างนอกในวันมะรืนตอนบ่ายสอง ก็เลยให้ชูจินจัดการเรื่องข้าวเย็นเอง ชูจินก็ถามว่าไปไหนมิโยชิก็บอกว่าเป็นวันเกิดของมิโฮะก็เลยจะเอาของขวัญไปให้มิโฮะที่บ้านมิโฮะเลย มิโยชิก็คิดว่ามิโฮะคงจะชวนกินข้าวที่บ้านเธอแน่แต่ก็รู้ว่าไซโคกับชูจินไปไม่ได้อยู่แล้วและไซโคก็คงแค่ส่งเมล์แสดงความยินดีอย่างทุกปีแน่ ชูจินก็ที่บอกว่าก็คงไม่ไปอย่างที่มิโยชิว่าแต่ก็ถามว่าจะซื้ออะไรไปเป็นของขวัญ มิโยชิก็บอกว่าเป็นชุดกระโปรงที่ยากุซะฮิลทาวน์เพราะมิโฮะก็จะอายุ 20 แล้ว ชูจินที่ฟังแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรไป

พอชูจินกินข้าวเสร็จแล้วก็บอกมิโยชิว่าจะไปเขียนเนมแต่พอมาถึงห้องทำงานแล้วก็หยิบโทรศัพท์โทรหาไซโคทันทีโดยบอกว่าได้ไอเดียอาชญากรรมแล้วก็เลยให้ไซโคมาเจอเขาพรุ่งนี้ตอนบ่ายสองที่ยากุซะฮิลทาวน์ และในคืนนั้นหลังจากที่มิโยชิหลับไปแล้วชูจินก็ค่อยๆค้นตู้แล้วหยิบเอากล่องของขวัญที่มีกระดาษห่อที่มิโยชิใช้ห่อให้ของขวัญมิโฮะแล้วก็ถ่ายรูปเก็บไว้

วันรุ่งขึ้นเมื่อไซโคมาเจอชูจินที่ยากุซะฮิลทาวน์ชูจินก็เอารูปกล่องที่ถ่ายมาให้ไซโคดูเพื่อจะให้ช่วยกันหาร้านที่มิโยชิไปซื้อแต่ชูจินก็คิดว่ายากถ้าไม่รู้ชื่อร้านเป็นที่นี่มีร้านเสื้อผ้ามากมายเลย พอถึงตรงนี้ชูจินก็บอกว่าถ้าคิดในแนวของการ์ตูนที่ไม่รู้ชื่อร้านแล้วชูจินก็ทำหน้าประมาณการ์ตูนฮาๆที่บอกว่า “บ้าจริง ฉันไม่รู้ชื่อร้าน” อะไรแบบนี้ที่ทำหน้าเครียดแต่ดูขำ จากนั้นชูจินก็บอกให้เริ่มหาร้านตามในรูปกันเพื่อสุดยอดอาชญากรรมชูจินก็เลยจงใจไม่ถามชื่อร้านให้เกิดความสงสัยแต่ก็ยอมรับเหมือนกันว่าต้องใช้เวลาเหมือนกันแต่ก็ต้องหา

หลังจากถ้ากันพักใหญ่ในที่สุดก็เจอจนได้เหมือนกับกล่องที่มิโยชิซื้อมาไม่มีผิด จากนั้นไซโคกับชูจินก็ต่างกลับบ้านกันโดยของที่ซื้อนั้นก็ให้ไซโคเอากลับไปแล้วนัดเจอกันใหม่คืนพรุ่งนี้ พอมาถึงคืนพรุ่งนี้ตามี่ชูจินนัด ไซโคก็เอาของที่ซื้อนั้นมาบ้านชูจินโดยทั้งไซโคและชูจินก็ค่อยๆย่องโดยไม่ให้มิโยชิที่กำลังหลับอยู่รู้ตัวเพื่อสับเปลี่ยนกับของที่มิโยชิซื้อให้มิโฮะ

ในตอนนั้นทางด้านมิอุระที่ตอนนี้ก็เริ่มกังวลสุดๆที่พวกไซโคไม่ติดต่อมาเลยมา 5 วันแล้วและยิ่งครั้งนี้เป็นโอกาสสุดท้ายของพวกไซโคแล้วด้วยอีก แถมมิอุระก็รู้ว่านี้เป็นความรับผิดชอบของเขาเองจะพึ่งฮัตโตริอีกก็ไม่ดีและจะไปเร่งพวกชูจินเอาก็คงไม่ดีเหมือนกัน แต่มิอุระก็อดห่วงไม่ได้เพราะเหลืออีกเพียงเดือนเดียวแต่แม้แต่ตอนแรกก็ยังไม่เสร็จมาให้ดูเลย มิอุระก็เลยคิดว่าแทนที่จะโทรหาชูจินก็โทรไปถามไซโคน่าจะดีกว่า แต่ก็คิดเหมือนกันว่าโทรไปกลางดึกแบบนี้จะไปปลุกเอารึเปล่าแต่ก็คิดว่าไม่น่าจะเป็นไรก็เลยตัดสินใจโทรทันที

ทางด้านไซโคที่กำลังค่อยๆย่องไม่ให้มิโยชิตื่นแต่มือถือเจ้ากรรมดันส่งเสียงขึ้นมาเพราะที่มิอุระโทรเข้ามา ไซโคกับชูจินที่ตกใจสุดขีดไซโคก็เลยลนล้านใหญ่รีบตัดสายปิดเสียงมือถือโดยเร็วที่สุดและก็รอดไปได้หวุดหวิดที่มิโยชิไม่ได้สะดุ้งตื่นเลย ชูจินก็บ่นว่าทำไมไม่ปิดเครื่องก่อนไซโคก็ขอโทษและบอกว่าเพราะไม่คิดว่ากลางดึกแบบนี้จะมีคนโทรเข้ามาแล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าจะมาที่บ้านชูจิน ด้านมิอุระที่โทรไปหาไซโคก็เลยเจอแต่เสียงตอบรับอัตโนมัติอย่างเดียวจนมิอุระสงสัยว่าไซโคเวลานอนปิดมือถือเหรอไง ส่วนพวกไซโคก็จัดการตามแผนเรียบร้อยแล้วไซโคก็กลับไปทันที

วันต่อมา พวกไซโคที่อยู่สตูดิโอชูจินก็บอกว่าทำได้สำเร็จแต่ไซโคก็คิดว่าตอนมือถือดังขึ้นมาก็เกือบไปเหมือนกันแต่ชูจินก็คิดว่าถึงจะเป็นเรื่องเล็กน้อยงี่เง่าแต่ก็เป็นเรื่องเกินความคาดหมายเหมือนกันแต่ก็ทำให้น่าจะเขียนตลกซีเรียสดีๆได้เหมือนกัน สำหรับชูจินแล้วที่รู้ถึงความรู้สึกของตัวเอกในเรื่องแล้วก็ลงมืดเขียนเนมได้อย่างรวดเร็วและยังคิดว่าจะทำให้คนอ่านสนุกได้แน่นอน ไซโคก็บอกชูจินว่าเรื่องลองจริงเอาแค่นี้พอแล้วเวลาก็เหลือไม่ถึงเดือนก็เลยอยากให้ชูจินสนใจเนมให้มากเข้าไว้ก่อนดีกว่า แต่สำหรับชูจินตอนนี้ที่ได้ไอเดียและข้อมูลแล้วก็เขียนเนมได้ไม่หยุดจนเขียนเนมไปได้ 8 หน้าให้ไซโคดูอย่างรวดเร็ว ไซโคก็ลองอ่านเนมดูก็ต้องตะลึงเพราะเป็นเนมที่น่าสนใจสุดๆจนไซโคคิดว่าแบบนี้มันเหมือนเขียนมาหมดที่คิดได้แบบไม่มีกักจนไม่ให้พักเลย แต่ชูจินก็บอกว่านี้ยังไม่ใช่ทั้งหมดให้ไซโควางใจได้

วันต่อมา มิโยชิก็ไปบ้านมิโฮะโดยเอาของขวัญไปโดยไม่ได้เอะใจ ชูจินก็เลยส่งถึงหน้าบ้านด้วยความร่าเริงจนมิโยชิเริ่มสงสัยที่เห็นชูจินยิ้มผิดปกติแต่ชูจินก็เฉไฉว่าวันนี้จะเขียนเนมทั้งวันก็บอกมิโยชิไปว่าจะโทรมาหาเมื่อไรก็ได้

หลังจากนั้นพวกไซโคก็มาสตูดิโอกันโดยมีเป้าหมายว่าวันนี้เนมตอนแรกต้องเสร็จให้ได้ และก่อนเริ่มไซโคก็บอกชูจินว่าวันที่แอบไปบ้านชูจินแล้วมือถือดังนั้นมิอุระเป็นคนโทรมาก็เลยถามชูจินว่ายังไม่โทรกลับไปจะไม่เป็นไรเหรอ แต่ชูจินก็คิดว่ามิอุระคงแค่โทรมากระตุ้นเนมเท่านั้น

ด้านกองบ.ก. ไอดะก็เริ่มว่ามิอุระแล้วที่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เห็นเนมเรื่องใหม่จากพวกไซโคเลยซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องตลกเพราะจะไม่มีครั้งหน้าสำหรับพวกไซโคแล้ว มิอุระที่ก็ไม่รู้ก็เลยได้แต่บอกว่าเขาเองก็เร่งแล้ว ฮัตโตริเองก็เริ่มมองทางบ.ก.ใหญ่แต่ก็ยังนิ่งอยู่ ทางบ.ก.คนอื่นๆก็เริ่มเมาท์กันแล้วว่าคงมาถึงจุดจบของพวกไซโคแล้ว มิอุระที่ร้นใจจนทนไม่ไหวก็เลยต้องแอบไปโทรถามทันทีและคราวนี้ก็โทรหาชูจินตรงๆเลยและถามว่ายังไม่เสร็จอีกเหรอ แต่คำตอบของพวกไซโคที่พูดด้วยหน้าตาที่มั่นใจกันสุดๆก็คือ…

ไซโค&ชูจิน: กำลังเขียนกันอยู่ครับ สนุกแบบเหลือเชื่อด้วย ประมาณ 100 เท่าของ “KTM” แถมสมกับเป็น “โชเน็นจัมป์” ด้วย

ตัดไปทางด้านมิโยชิที่ก็มาอยู่ที่บ้านมิโฮะแล้วและกำลังให้ของขวัญพอดีมิโยชิก็ให้มิโฮะเปิดดูเลย แต่ก่อนเปิดมิโฮะก็ขอบคุณมิโยชิที่ให้ของขวัญแล้วเริ่มเปิดกล่องของขวัญโดยมิโยชิก็ยังไม่ได้เอะใจเลยจนกระทั้งมิโฮะเปิดกล่องออกมามิโยชิก็ตกใจทันที ภายในกล่องของขวัญที่มิโยชิคิดว่าเป็นชุดกระโปรงที่ซื้อมาเองกับมือแต่ตอนนี้กลับกลายเป็นภาพวาดของมิโฮะที่ดูแล้วไม่ต้องสงสัยเลยว่าคนที่ให้ก็คือไซโค ขนาดมิโยชิเองก็ยังอึ่งไปเหมือนกันกับความสวยของภาพจนพึ่งมานึกได้ทีหลังว่าแล้วของขวัญที่ตัวเองซื้อมากับมืออยู่ไหนเกิดอะไรขึ้น

และเพียงไม่นานก็มีบริการส่งของถึงบ้านส่งของขวัญจริงๆของมิโยชิมาให้ กลายเป็นว่าของขวัญของมิโยชิเจอของขวัญของไซโคที่เปิดก่อนหน้านี้เกทับซะจนหมดความเด่นไปเลย แล้วด้านไซโคตอนนั้นมิโฮะก็โทรมาจนไซโคถึงกับตกใจ มิโฮะก็โทรมาบอกขอบคุณสำหรับของขวัญจนไซโคเขิน แต่ก็มิวายมิโยชิขอโวยวายสักหน่อย

หลังจากนั้นในที่สุดเนมเรื่องใหม่ตอนแรกก็เสร็จเรียบร้อยโดยตั้งชื่อเรื่องว่า “Kanzen Hanzai Club” (ชมรมยอดอาชญากรรม)

จบตอน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: