[Spoil] Bleach – 401 DEICIDE 3

Credit Text Spoil : Drake

เปิดตอนมาต่อจากตอนที่แล้วที่ไอเซ็นบอกอิชชินว่าเจต จำนงของโฮเงียคุได้รับรู้ถึงจิตใจของตนเองแล้ว ทั้งยังบอกอีกว่าโฮเงียคุนั้น “มีเจตจำนงของตนเอง” คำกล่าวอ้างของไอเซ็นทำเอาอิชชินขมวดคิ้วแล้วด่าส่งว่าเพ้อเจ้อไร้สาระ ไอเซ็นได้ยินดังนั้นก็บอกว่าไม่แปลกที่อิชชินจะไม่เข้าใจ เพราะเจตจำนงแท้จริงของโฮเงียคุนั้น แม้แต่ตัวเขาเองยังเพิ่งจะเข้าใจตอนได้เป็นเจ้านายของโฮเงียคุนี่เอง

ว่าจบ ไอเซ็นก็ถามอิชชินว่าความสามารถของโฮเงียคุคืออะไร คือการควบคุมขอบเขตระหว่างความเป็นยมทูตกับความเป็นฮอลโลว์อย่างนั้นรึ

“ผิด แล้ว” เจ้าแห่งอธรรมถามเองแย้งเองหน้าตาเฉย “ความสามารถที่แท้จริง ของโฮเงียคุ คือการดึงดูดจิตใจของสิ่งที่อยู่รอบตัวมันเข้าไป แล้วเปลี่ยนให้เป็นรูปร่างต่างหาก”

อิชชินถึงกับผงะเมื่อได้ยิน คำตอบของไอเซ็น อารามตกใจทำให้เขาหลุดปากถามออกไปโดยไม่รู้ตัวว่าที่พูดมานั่นหมายความว่า ยังไง

“ไม่เข้าใจรึ?” เจ้าแห่งอธรรมว่า น้ำเสียงมีแววขัน “ข้า กำลังบอกว่า ปาฏิหาริย์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นรอบตัวคุโรซากิ อิจิโกะ คุจิกิ ลูเคีย และอุราฮาร่า คิสึเกะ ทั้งหมดกลายเป็นรูปร่างขึ้นมาได้เพราะเจตจำนงของโฮเงียคุนั่นแหละ”

“…ว่า ยังไงนะ…!?” อิชชินร้อง น้ำเสียงเจือแววตื่นตะลึงอย่างไม่ปิดบัง

“ที่ อุราฮาร่า คิสึเกะเข้าใจผิดว่าโฮเงียคุมีความสามารถในการควบคุมขอบเขตระหว่างความเป็น ยมทูตกับความเป็นฮอลโลว์นั้น ก็เพราะนั่นคือความปรารถนาแรกสุดที่เขาสร้างโฮเงียคุขึ้นมา” ไอเซ็นอธิบายต่อไป “ที่คุจิกิ ลูเคียมอบพลังยมทูตของตนให้คุโรซากิ อิจิโกะจนหมดและต้องสูญเสียพลังของตนไปหมดนั้น ก็เพราะนางยังไม่ได้รับการปลดปล่อยจากความเจ็บปวดที่ต้องฆ่าชิบะ ไคเอ็น และที่ซาโดะ ยาซึโทระ และอิโนะอุเอะ โอริฮิเมะปลุกพลังพิเศษของตนเองขึ้นมาได้ ก็เพราะในส่วนลึกของจิตใจของพวกเขาสาปแช่งในความไร้พลังของตนเอง”

คำ อธิบายของหัวหน้ายมทูตกบฏทำเอาอิชชินถึงกับนิ่งไป ดวงตาเบิกกว้างราวกับเพิ่งสังเกตอะไรบางอย่างได้ ขณะนึกไล่ตามเหตุการณ์ต่างๆ ที่ไอเซ็นทวนให้ฟังทีละเหตุการณ์

“ข้า จึงได้ระแคะระคายถึงความสามารถที่แท้จริงของโฮเงียคุ” ไอเซ็นว่าต่อไป “ไม่ สิ บอกว่าระแคะระคายคงไม่ใช่ พูดให้ถูกต้องบอกว่า รู้ว่ามัน ‘ไม่ได้มีความสามารถควบคุมขอบเขตระหว่างความเป็นยมทูตกับความเป็นฮอลโลว์’ อย่างที่อุราฮาร่า คิสึเกะว่าไว้ เพราะอะไรน่ะรึ ก็เพราะหากโฮเงียคุมีความสามารถนั้นจริง พวกฮิราโกะ ชินจิคงไม่กลายเป็น ‘ไวเซิร์ด’ ที่สมบูรณ์แบบแบบนั้นหรอก”

เจ้าแห่งอธรรมเว้นระยะ เล็กน้อย สังเกตสีหน้าตื่นตะลึงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ของอิชชินแว่บหนึ่ง ก่อนจะเผยรอยยิ้มเยือกเย็นแล้วอธิบายต่อ

“ที่ข้าทำให้พวกฮิราโกะ กลายเป็นฮอลโลว์นั้น นอกจากเพื่อทดลองการแปลงเป็นฮอลโลว์แล้ว ยังเพื่อตรวจสอบความสามารถของโฮเงียคุด้วย แต่การทดลองนั้นก็ประสบผลสำเร็จ ด้วยความสามารถของโฮเงียคุที่อุราฮาร่า คิสึเกะมีอยู่ ทำให้พวกฮิราโกะ ชินจิพัฒนาตนเองขึ้นจนกลายเป็น ‘ไวเซิร์ด’ อย่างสมบูรณ์

“ข้าจึงได้ ข้อสันนิษฐานเกี่ยวความสามารถของโฮเงียคุมาไว้ในมือ และทำให้คุจิกิ ลูเคียได้พบกับคุโรซากิ อิจิโกะโดยตรงยังไงล่ะ”

ยิ่งฟัง สีหน้าของคุโรซากิ อิชชินก็ยิ่งส่อแววตื่นตะลึงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ราวกับแช่ร่างอยู่ในหล่มน้ำแข็งอันเย็นเยียบให้ไอเย็นวิ่งแล่นจากปลายเท้า ขึ้นมาถึงศีรษะอย่างช้าๆ

“แน่นอนว่าโฮเงียคุเองก็มีข้อจำกัดอยู่” เจ้าแห่งความชั่วร้ายยังไม่เลิกแจกแจงข้อสรุปของตน ไม่นำพาว่าฝ่ายคู่สนทนาจะอยากรับฟังเรื่องราวต่อหรือไม่ “ความสามารถของ โฮเงียคุคือการทำให้จิตใจของสิ่งรอบตัวกลายเป็นรูปร่าง แต่ถ้าเป้าหมายไม่มีพลังที่จะทำให้จิตใจนั้นก่อตัวเป็นรูป ก็ไม่มีทางทำได้ ในความหมายหนึ่งจะเรียกว่า ‘พลังที่จะนำทางไปสู่จุดหมายที่ต้องการ’ ก็ได้”

ริม ฝีปากของอิชชินขยับแผ่วเบา สีหน้าตื่นตะลึงเริ่มกลายเป็นไร้อารมณ์ มีเพียงดวงตาที่บอกถึงความเปลี่ยนแปลงของอารมณ์อย่างชัดเจน

และเจ้า แห่งความชั่วร้ายก็ไม่พลาดที่จะกระตุ้นอารมณ์ภายในนั้น

“…ว่า แต่สิ่งมีชีวิตนี่ก็ช่างน่ามหัศจรรย์จริงๆ นะ แค่ความปรารถนาจากหัวใจจิ๊บจ๊อยเช่นนั้นยังสามารถทำให้กลายเป็นความจริงขึ้น มาได้”

ถึงคำนี้ อิชชินก็เลือดขึ้นหน้า สีหน้านิ่งเฉยเปลี่ยนวูบเป็นเดือดดาลโดยพลัน ก่อนจะแผดเสียงคำรามอย่างเดือดแค้นดังลั่นไปทั่วบริเวณ ในใจไม่ทราบว่านึกภาพตัวเองบิดคออีกฝ่ายหักสะบั้นคามือไปแล้วกี่ครั้ง

แต่ ก่อนที่อิชชินจะทันได้ขยับตัวทำอะไรออกไปนั้นเอง เสียงโครมสนั่นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นแทรกกลางเสียก่อน ยังไม่ทันได้หันกลับไปมอง ที่มาของเสียงก็ลอยละลิ่วหวือเฉียดข้างหัวของเขากับไอเซ็นไปราวกับเครื่อง บินไอพ่นความเร็วเสียง แล้วกระแทกเข้ากับยอดตึกขนาดกลางแห่งหนึ่งด้านหลังไอเซ็นไกลออกไปจนแตก กระจายเหมือนถูกทุบด้วยค้อน

ยมทูตวัยกลางคนมองตามไปยังตึกที่ ถูกกระแทกจนพังนั้น พบกับใบดาบยาวยืด…แค่เท่าที่เห็นในคลองสายตาของเขาคงไม่ต่ำกว่าหลายร้อย เมตร…ทอดยาวจากที่ว่างด้านหลังของเขาไปจรดฝุ่นควันและซากปรักหักพังของ กำแพงนั้น

“ฮึบ” เสียงคล้ายคนตะโกนออกแรงดังขึ้นหนึ่งครั้ง ใบดาบยาวเหยียดถูกกระแทกจนกระดอนออกไป พร้อมกับร่างร่างหนึ่งที่กระโจนพรวดออกมาจากซากตึกหักพังนั้นอย่างไม่มีปี่ มีขลุ่ย

คุโรซากิ อิจิโกะนั่นเอง เด็กหนุ่มปรากฏตัวด้วยสภาพโทรมสุดๆ หน้าตาฟกช้ำดำเขียวกรังคราบเลือดและฝุ่น แต่สีหน้าและแววตาไม่มีแววอิดโรยจากอาการบาดเจ็บแม้แต่น้อย ยังส่อแววว่าจะแกว่งดาบลุยกับคู่ต่อสู้ต่อไปได้อีกหลายเพลงด้วยความแค้นและ ความบ้าพลังสถานเดียว

แต่ฝ่ายคู่ต่อสู้ก็ไม่ได้ตอบรับความบ้าพลัง ของอีกฝ่ายด้วยความบ้าพลัง ดังนั้น แทนที่ใบดาบยาวเฟื้อยนั้นจะขยับโจมตีต่อเนื่องเข้าใส่ กลับหดหายวุ่บไปอย่างรวดเร็ว เบื้องหลังม่านฝุ่นม่านควันด้านหลังของอิชชินนั้นเอง

ครั้นเห็นคู่ ต่อสู้หดดาบกลับไป ยมทูตหนุ่มหัวส้มกระโดดผลุงจากซากหักพังลงมายืนที่พื้นเบื้องล่าง ดวงตากร้าวจับจ้องไปยังม่านฝุ่นควันที่กำลังจะสลายอยู่เบื้องหน้า

…ไป ยังร่างของอิชิมารุ งิน ผู้บัดนี้กำลังเดินฉีกยิ้มกว้างผ่านม่านฝุ่นออกมาอย่างเชื่องช้า

“หยุดได้ดี” ลูกน้องมือขวาของไอเซ็นเอ่ยปากชม “ถ้าฟลุกละก็ ขอชมเลยว่าเก่งจริงๆ”

“ว่าใครฟลุกวะไอ้ บ้า!” อิจิโกะกระแทกเสียง ยกหลังมือขึ้นปาดเลือดที่มุมปากทิ้งไป

กิริยา ของผู้เป็นลูกชายทำเอาผู้เป็นพ่อถึงกับยืนเอ๋อ อารมณ์โกรธแค้นเดือดดาลที่พลุ่งพล่านเพราะคำยั่วยุของไอเซ็นเมื่อครู่นี้ไม่ รู้ไปอยู่ไหน ได้แต่มองลูกชายตัวเองด้วยสายตาอึ้งๆ งงๆ

“อิ… อิจิโกะ…”

“เงียบไปเลยป๋า” คือคำที่ลูกบังเกิดเกล้ากระแทกใส่หน้าพ่อบังเกิดเกล้าผู้ออกปากทัก อย่างกล้าๆ กลัวๆ “อีกนิดเดียวก็จะได้เรื่องแล้ว อย่าเพิ่งกวนผมได้มั้ย!!”

อิชชินทำหน้าอึ้งไปวูบหนึ่งกับเสียง ตะคอกของลูก ก่อนสีหน้าเดียวกันจะแปรเปลี่ยนเป็นเข้าใจและยอมรับ

ชาย วัยกลางคนอดยิ้มอย่างภูมิใจไม่ได้ เมื่อได้เห็นว่าเจ้าลูกชายไม่ได้เรื่องที่เคยแต่เกกมะเหรกลอยชายไปวันๆ คนนั้น บัดนี้เติบโตขึ้นมากเพียงใด

“ขอโทษด้วยครับ หัวหน้าไอเซ็น” เสียงงินเอ่ยปากขอโทษผู้เป็นนายดังขึ้น เรียกให้สองพ่อลูกหันกลับไปสนใจคู่ต่อสู้เหมือนเดิม “ข้ามาขัดจังหวะคุย กันหรือเปล่า?”

“ไม่หรอก” ไอเซ็นตอบ “กำลังจะจบ เรื่องอยู่เดียวนี้ละ”

ว่าจบ เจ้าแห่งความชั่วร้ายก็สะบัดตัวยืดขึ้นจนเต็มส่วนสูง ท่วงท่าไม่ต่างอะไรกับจอมราชันย์ยืนเชิดอกอย่างองอาจต่อหน้าอริราชศัตรูผู้ หมายชีวิต

หากที่ทำให้สองพ่อลูกคุโรซากิตื่นตะลึงไม่ใช่ความสง่าดุจ จอมราชาของอีกฝ่าย แต่เป็นสิ่งอื่นบนร่างกายของอีกฝ่ายซึ่งน่ากลัวกว่านั้น

ทั้ง คู่เห็นแสง แสงเจิดจ้าคล้ายสายฟ้า แต่เคลื่อนไหวเป็นกระแสรุนแรงคล้ายน้ำบ่า แสงเหล่านั้นกระจายออกโดยมีโฮเงียคุซึ่งฝังอยู่ที่กลางลำตัวเจ้าแห่งอธรรม เป็นศูนย์กลาง แล้วค่อยๆ โอบล้อมร่างของเจ้าแห่งอธรรมเอาไว้ราวกับยินดีที่ได้มีโอกาสสำแดงพลังต่อ หน้าผู้เป็นนาย

สองพ่อลูกตระกูลคุโรซากิได้แต่ยืนเซ่อ อวดแววตื่นตะลึงทั้งสีหน้าและแววตา ทั้งคู่เหมือนใจเดียวกัน ต่างคิดว่าทั้งๆ ที่ระหว่างที่ต่อสู้กันตั้งแต่เริ่มสงครามจนกระทั่งเมื่อครู่ที่ผ่านมา ลูกแก้วปีศาจยังสงบนิ่งมาโดยตลอด ไม่มีทีท่าว่าจะแสดงพลังร้ายกาจใดๆ ออกมาให้เห็นเลยแม้แต่น้อย บัดนี้กลับเปล่งพลังออกมาอย่างรุนแรงผิดจากทุกที ย่อมไม่อาจบอกได้ว่าเป็นเรื่องดีแน่ๆ

คิดได้ดังนั้น อิจิโกะจึงหันไปตะโกนถามพ่อตัวเองว่านั่นมันบ้าอะไร ผู้เป็นพ่อตอบกลับว่าไม่รู้เว้ย ทีแรกกำลังอึ้งๆ งงๆ อยู่ ยังไม่ทันได้หายงง อิจิโกะก็ดันลอยหวือเข้ามาขัดจังหวะซะก่อน ไอ้ที่งงก็เลยยังงงอยู่แบบนั้นไม่หาย สร้างความเดือดดาลแก่ลูกบังเกิดเกล้าเป็นอย่างมากจนยื่นหน้าเข้าใส่ แล้วตะคอกเอาแรงๆ ว่าไม่รู้ได้ไง ก็ป๋าสู้กับไอ้เจ้านั่นมาตลอดไม่ใช่เรอะ เลยเจอพ่อบังเกิดเกล้าสวนทันควันว่าหนวกหูจริง อยากรู้ก็ไปถามไอเซ็นมันเองเซ่

ข้างฝ่ายผู้ถูกอ้างถึงในข้างท้ายนั้น กลับไม่แสดงอาการใดๆ กิริยาของพ่อลูกยมทูตตรงหน้า เพียงยืนนิ่งปล่อยให้โฮเงียคุสำแดงอำนาจของตนออกมาอย่างเต็มที่ จ้องมองสองพ่อลูกด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นอยู่อย่างนั้น ขณะปล่อยให้กระแสพลังจากโฮเงียคุม้วนพันไปรอบร่าง กลายสภาพเป็นบางอย่างที่คล้ายเสื้อผ้าอาภรณ์อย่างมนุษย์

อาภรณ์ที่ เปล่งแสงเรืองรองราวกับอัญมณีสะท้อนแสงสุริยา…!!

“ให้ตาย สิ…ชื่อ ‘โฮเงียคุ’ (ลูกแก้ววินาศ) ช่างเป็นชื่อที่เหมาะเจาะอะไรอย่างนี้!” เขาประกาศก้อง ปล่อยให้ความยินดีอันบ้าคลั่งราวจอมมารเล็ดลอดผ่านหน้ากากอันเยือกเย็นออกมา อย่างชัดเจน “นี่ละคือพลังที่จะสามารถทำลายเส้นขอบฟ้าที่แบ่งแยกเทพเจ้า กับผู้ที่มิใช่เทพเจ้าออกจากกันให้พินาศลงได้อย่างแท้จริง!!”

เสียง ประกาศเจือความคลั่งของเจ้าแห่งความชั่วร้าย เรียกให้สองพ่อลูกหันขวับกลับไปพร้อมๆ กัน ต่างแสดงกิริยาระวังตัวเต็มที่ราวสัตว์ป่าระแวงไพร จับจ้องไปยังร่างของอีกฝ่ายชนิดตาไม่กะพริบ

ทว่าก่อนที่ไอเซ็นจะทัน ได้มีโอกาสสำแดงอำนาจใดๆ ออกมามากกว่านี้

ผลุ!! เสียงคล้ายกระสุนพุ่งทะลุกล้ามเนื้อตันๆ ดังขึ้น อะไรบางอย่างพุ่งวาบเข้าใส่แผ่นหลังของไอเซ็น ทะลุออกทางหน้าอกข้างขวา รวดเร็วราวกระสุนปืนพุ่งวาบจากลำกล้อง ไอเซ็นสะดุ้งเฮือกทั้งตัว รอยยิ้มบ้าคลั่งหายไปจากใบหน้า เหลือแต่แววตกตะลึงต่อการจู่โจมไม่คาดฝันนั้น

เจ้าแห่งความชั่วร้าย ค่อยๆ ผินหน้ากลับไปข้างหลังยังทิศทางที่อะไรบางอย่างนั้นพุ่งมา

เขา พบชายหนุ่มร่างสูงโปร่งคนหนึ่งยืนจังก้าอยู่บนยอดตึกในระยะไม่ห่างไปนัก ชายผู้นั้นสวมชุดคล้ายชุดอยู่บ้านยามหน้าร้อนของชายชาวญี่ปุ่นตามมาตรฐาน ทับด้วยเสื้อคลุมฮาโอริที่มีรูปร่างและลวดลายคล้ายเสื้อคลุมของพวกยมทูต ระดับหัวหน้าหน่วย ผิดกันที่เสื้อตัวนี้ย้อมสีดำทั้งตัว และลายข้าวหลามตัดตรงชายเสื้อก็เป็นสีขาว ไม่ใช่เสื้อขาวลายข้าวหลามตัดดำอย่างพวกหัวหน้าหน่วยทั่วไปสวมกัน สองเท้าสวมเกี๊ยะไม้คู่ใหญ่เทอะทะ บนศีรษะสวมหมวกทรงเตาอั้งโล่ลายขาวสลับดำครอบจนปิดหน้าส่วนบนแทบมองไม่เห็น เผยให้เห็นแค่บางส่วนของเรือนผมทรงเดียวกับหมวก ครึ่งล่างของใบหน้าเครียดเขม็ง และดวงตาข้างซ้ายทอประกายเย็นชาเพียงเท่านั้น เขาใช้มือหนึ่งจับหมวกบนศีรษะไว้แน่นกันถูกลมพัดตก ขณะที่อีกมือนั้นชูไม้เท้าด้ามยาวตรงมายังไอเซ็น

เจ้าแห่งอธรรมปั้น แววตาเยือกเย็น ขณะกล่าวออกไป

“…มาแล้วรึ… อุราฮาร่า คิสึเกะ…!!”

จบตอน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: