[Spoil] Bakuman – 83

ต่อจากตอนที่แล้ว ชูจินที่ได้จดหมายของฮัตโตริพอหยิบขึ้นมาดูสักพักชูจินก็โทรหาไซโคทั้งที่ยังกลางดึกเวลา ตี 3:32 ชูจินก็อยากให้ไซโคไปด้วยกันกับเขาหน่อย ไซโคที่ก็งัวเงียๆก็ถามว่าที่ไหนเมื่อไร ชูจินจึงนัดบอกว่าที่สถานียาคุซะตอน 7 โมงเช้าแต่ไซโคเห็นว่าเช้ามากก็เลยขอให้ชูจินโทรปลุกด้วยตอน 6 โมงครึ่งก่อนที่จะหลับต่อ

พอไซโคไปถึงที่นัดตอน 7 โมงไซโคก็ถามชูจินว่าจะให้ไปที่ไหนกัน ชูจินก็เลยบอกว่าบ้านฮัตโตริไซโคก็เลยตกใจใหญ่ ชูจินก็พูดต่อว่าวันนี้ทั้งวันจะให้สะกดรอยตามฮัตโตริ และด้วยบัตร”SUICA PASS”(บัตรแทนเงินสารพัดที่ใช้จ่ายแทนเงินได้รถไฟทุกชนิดในโตเกียว รถเมล์ ร้านต่างๆที่มีสัญลักษณ์ของบัตร) ชูจินก็มั่นใจเลยว่าจะตามฮัตโตริไปได้ทุกทีแบบไม่คลาดสายตาแน่นอน แต่ไซโคก็ถามชูจินว่าทำไมต้องสะกดรอยตามฮัตโตริด้วย ชูจินก็บอกว่าตัวเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันแต่ชูจินก็บอกว่าจนถึงตอนนี้เหมือนเคลื่อนไหวไปตามที่ฮัตโตริคิดเพราะงั้นคราวนี้ชูจินก็เลยคิดจะย้อนรอยฮัตโตริบ้าง ไซโคก็เลยถามว่าจะหาจุดอ่อนของฮัตโตริแล้วให้ทำตามที่พวกเขาคิดรึไง

หลังจากนั้นพวกไซโคก็ขึ้นรถไฟที่แน่นเอียดตอนเช้าเพื่อไปยังบ้านฮัตโตริ ระหว่างอยู่ในรถไฟไซโคก็ถามว่าถ้าทำตามที่ชูจินคิดได้แล้วชูจินจะคิดเรื่องดีๆออกงั้นเหรอ และไซโคก็คิดว่าที่พวกเขามาถึงขั้นนี้ได้ก็เพราะฮัตโตริควรจะขอบคุณเขามากกว่าแล้วตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาที่จะมาทำอะไรแบบนี้ด้วย ชูจินเองก็ยอมรับที่ไซโคพูดแต่ก็ยังบอกว่า “แต่” อยู่ดี ไซโคก็คิดเริ่มคิดว่าชูจินคิดอะไรอยู่กันแน่แต่ก็คิดว่าบางทีชูจินทำแบบนี้ก็เพื่อจะหาทางหาไอเดียสำหรับเรื่องคราวนี้ก็ได้ ไซโคก็เลยคิดว่าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำตามชูจินไปก่อน

หลังจากทั้งคู่ลงรถไฟมาแล้วก็ต้องมากางแผนที่เพื่อหาบ้านตามที่อยู่ของฮัตโตริ และพอทันทีที่รู้ทางแล้วก็มีโทรศัพท์เข้ามาหาชูจินพอดี ชูจินที่เห็นว่ามีเรื่องโทรศัพท์ก็เลยเตือนไซโคก่อนที่จะคุยโทรศัพท์ว่าให้ไซโคปิดเสียงมือถือซะเพราะต่อจากนี้ต้องสะกดรอยฮัตโตริแต่ไซโคก็บอกว่าจัดการไปเรียบร้อยก่อนจะขึ้นรถไฟแล้วด้วยซ้ำ

แล้วชูจินก็เริ่มคุยโทรศัพท์คนที่โทรมาก็คือมิโยชิเองที่เห็นชูจินออกไปข้างนอกนานก็เลยโทรมาถามและถามถึงเรื่องข้าวเช้าด้วย ชูจินที่ลืมจนโน้ตให้มิโยชิซะสนิทก็เลยต้องบอกว่าตอนนี้ตัวเขาอยู่ที่ไหนมิโยชิก็เลยต้องถามว่าไปทำอะไรที่นั้น ชูจินที่ไม่อยากบอกเองก็เลยให้ไซโคพูดเอง ไซโคก็เลยคุยกับมิโยชิเองว่ามาหาไอเดียเรื่องใหม่แล้วไซโคก็ส่งมือถือให้ชูจินพูดกับมิโยชิต่อ มิโยชิพอเห็นว่าไปเก็บข้อมูลกันสองคนก็เลยไม่คิดจะกวนแล้วแต่ก็บอกชูจินว่าอย่าหายตัวไปโดยไม่บอกแบบนี้อีกก่อนที่จะวางหูไป

เมื่อคุยกับมิโยชิเสร็จชูจินก็คิดว่าควรจะไปซื้อหมวก ที่บังหน้า หรือแว่นตากันแดดสำหรับปลอมตัวกันก่อน พอจัดการจัดแจงปลอมตัวง่ายๆแล้วทั้งคู่ก็เดินทางมาถึงที่ๆฮัตโตริอยู่ แต่ชูจินก็บอกไซโคก่อนเลยว่าถ้าวันนี้ฮัตโตริไม่ได้ออกไปไหนก็เตรียมตัวมาพรุ่งนี้อีกรอบได้เลยไซโคก็เลยถึงกับร้องอุทานออกมา หลังจากนั้นพวกไซโคก็ต้องมานั่งทนหนาวรอฮัตโตริออกมาแถมยังต้องทนหิวเพราะไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้าด้วยแต่ก็ต้องทนกันต่อไป

หลังจากรอกันมาถึง 5 ชั่วโมง ไซโคก็เริ่มรู้สึกถึงการทรมานของพวกนักสืบจนอยากจะมาเขียนในการ์ตูนซะแล้ว แต่ถึงแบบนั้นก็ไม่รุ้อยู่ดีว่าจะได้เขียนแนวนั้นไหมแต่ไซโคก็ถามว่างั้นชูจินมีความคิดอย่างอื่นเหรอชูจินก็เลยใบ้กินไปเลย แล้วตอนนั้นเองฮัตโตริก็ออกมาข้างนอกพวกไซโคเลยไม่รอช้ารีบตามฮัตโตริไป และเพราะตามฮัตโตริแบบนี้ก็เลยทำให้ไซโคนึกถึงตอนที่อยู่ ม.3 ที่ต้องมารออยู่หน้าบ้านมิโฮะขึ้นมาตะหงิดๆ

หลังจากตามฮัตโตริมาถึงสถานีรถไฟก็รู้แล้วว่าฮัตโตริขึ้นรถไฟแน่ๆก็เลยคิดจะขึ้นที่ตู้ถัดจากที่ฮัตโตริขึ้นแบบระวังๆแต่ชูจินก็เริ่มเดาได้แล้วว่าฮัตโตริคงจะไปสำนักพิมพ์แน่ๆ และก็อย่างที่คิดฮัตโตริมาที่สำนักพิมพ์ทั้งคู่ก็เลยจำต้องรอด้านนอกจนกว่าฮัตโตริจะออกมาอีกครั้ง แต่ไซโคก็คิดเหมือนกันว่ามีความเป็นไปได้ที่ฮัตโตริจะออกมาอีกทีก็ดึกเลย ชูจินก็บอกว่าถึงจะเป็นแบบนั้นก็ต้องรอ

ระหว่างที่รออยู่ข้างนอกนั้นไซโคก็เห็นทาคาฮามะมาพอดี ไซโคเลยเดาว่าทาคาฮามะคงจะมาคุยงานกับมิอุระเลยคิดว่าทาคาฮามะเองก็พยายามหนักเหมือนกันและบางทีอาจจะได้มาลงแย่งตำแหน่งซีรีย์รอบนี้กันก็ได้ ไซโคก็เลยบอกเตือนชูจินก่อนเลยว่าถึงแบบนั้นก็ออมมือไม่ได้เด็ดขาดชูจินก็บอกว่ารู้อยู่แล้ว หลังจากนั้นพวกไซโคก็ได้เจอทั้งยูจิโร่ที่เดินฟังเพลงอย่างสบายอารมณ์ เจอบ.ก.ใหญ่ของ JumpSQ และเจอทาคาฮามะที่เดินออกมาโดยมีสีหน้าและอารมณ์ดีกว่าตอนมาก็เลยคิดว่างานคงไปได้ด้วยดีจนไซโคชักจะอยากจะไปคุยเล็กๆน้อยๆกับทาคาฮามะขึ้นมาเลย แต่ชูจินก็บอกว่าไม่ได้ไม่งั้นได้กลายเป็นอาชญากรรมจริงๆแน่ ไซโคก็เลยถามว่าสะกดรอยคนอื่นแบบนี้ไม่ใช่อาชญากรรมรึไง

หลังจากนั้นไม่นานฮัตโตริก็ออกมาจนได้ไซโคที่กำลังเบื่อจะรอก็เลยโล่งใจขึ้นมาทันทีแต่ก็สงสัยว่าฮัตโตริจะไปไหนต่อเพราะตอนนี้ก็บ่ายสี่แล้วก็เลยคิดว่าคงไม่ได้ไปกินข้าวเที่ยงแน่ หลังจากตามได้อีกพักหนึ่งฮัตโตริก็เข้าไปในร้านหนังสือ คราวนี้พวกไซโคก็เลยต้องปลอมตัวให้มิดชิดกว่าเดิมด้วยการเอาผ้าปิดปากใส่เพิ่มไซโคเองก็ต้องสวมแว่นกันแดดเพิ่มด้วยก่อนจะเข้าไปร้านหนังสือกัน

พอพวกไซโคเข้ามาร้านหนังสือก็มายืนอ่านหนังสือข้างๆฮัตโตริกันเลยจนไซโคก็กระซิบถามชูจินว่าแบบนี้ไม่เข้าใกล้เกินไปเหรอ แต่เพราะชูจินอยากจะรู้ว่าฮัตโตริอ่านหนังสืออะไรก็เลยต้องเข้ามาใกล้ขนาดนี้เพื่อจำหนังสือให้ได้ แต่ไซโคก็สงสัยที่ฮัตโตริอ่านนานเหลือเกินทั้งๆที่เป็นผู้ดูแลก็น่าจะซื้อแล้วเบิกเอาจากสำนักพิมพ์ก็ได้ แต่ตอนที่ไซโคพูดอยู่นั้นฮัตโตริก็เริ่มเดินออกไปพร้อมหนังสือทันทีเพื่อจะซื้อ ชูจินก็เลยจะขอดูหนังสือที่ฮัตโตริหยิบไปก่อนจึงให้ไซโคตามฮัตโตริต่อไปก่อน ไซโคก็เลยรอฮัตโตริต่อคิวจ่ายเงินตอนนั้นชูจินก็กลับมาพอดีไซโคก็เลยถามว่าเป็นหนังสืออะไร ชูจินก็เลยบอกเตือนก่อนว่าห้ามหัวเราะเพราะหนังสือนั้นคือ “รวมรูปแบบความรัก” กับ “กุญแจที่ทำให้ผู้หญิงตกหลุมรัก” กับ “เทคนิคการพิชิตความรักเบื้องต้น” จนชูจินเองก็ยังคิดเลยว่าสงสัยฮัตโตริจะตกหลุมรักหรืออยากมีความรักแน่ๆ ไซโคที่พอรู้ว่าฮัตโตริจะซื้อหนังสือพวกนั้นก็เกือบจะกลั้นหัวเราะไม่อยู่ไปเหมือนกันและเริ่มคิดว่ากราสะกดรอยเที่ยวนี้ก็ได้อะไรสนุกๆไปเหมือนกัน

พอออกจากร้านหนังสือฮัตโตริก็ยังเดินต่อไปโดยไม่ได้เรียกแท๊กซี่เลยแต่ก็สะดวกสำหรับพวกไซโคเหมือนกันเพราะหากฮัตโตริขึ้นแท๊กซี่พวกไซโคก็ต้องขึ้นเหมือนกันแถมยังต้องบอกโชเฟอร์ด้วยว่า “ตามรถแท๊กซี่คันข้างหน้าไป” ซึ่งแบบนั้นคงไม่เป็นการดีแน่ แต่ชูจินก็บอกว่าถ้าเอาจริงเขาก็จะพูดเอง และพอตามต่อไปสักพักฮัตโตริก็มาที่ร้านอาหารครอบครัวร้านหนึ่ง คราวนี้ชูจินคิดว่าควรจะตามเข้าไปดีกว่าก็เลยต้องปิดหน้ากันอีกครั้งเหมือนตอนร้านหนังสือ ไซโคก็คิดว่าชูจินจะหนังห่างๆเพื่อจับตาแต่ชูจินก็บอกจะนั่งใกล้ๆเลยเพื่อจะได้แอบฟังได้ไซโคก็เลยอดหวั่นไม่ได้

พอเข้ามาในร้านพวกไซโคก็นั่งโต๊ะห่างจากฮัตโตริเพียงเว้นแค่โต๊ะเดียวแถมยังกังวลด้วยว่าเล่นปลอมตัวกันแบบนี้เข้ามาในร้านอาหารแบบนี้จะเป็นไรหรือเปล่าแต่ไซโคก็คิดว่าช่างมันดีกว่า แล้วตอนนั้นเองก็มีใครบางคนเรียกฮัตโตริพอดีจนพวกไซโคต้องหันไปมองดูกันทั้งคู่ คนๆนั้นก็คืออิวาเสะเอง พวกไซโคก็เลยตกใจแถมยังเห็นอิวาเสะแต่งตัวเหมือนออกเดทแบบเต็มที่จนไซโคเริ่มคิดว่าทั้งคู่ออกเดทกันจริงๆเปล่าแต่ชูจินที่จำได้ว่าอิวาเสะอยู่แถวนี้ก็เลยคิดว่าคงมาคุยงานมากกว่า แต่ไซโคก็สงสัยว่าแค่คุยงานแล้วทำไมต้องแต่งตัวแบบนั้นด้วย แถมกระโปรงยังสั้นสุดๆแบบนี้ทั้งคู่ไม่เคยเห็นอิวาเสะแต่งแบบนี้มาก่อน

พออิวาเสะนั่งที่โต๊ะไซโคที่นั่งหันหน้าไปที่โต๊ะฮัตโตริอยู๋แล้วก็เลยยิ่งลำบากใจเพราะกระโปรงที่สั้นเกินของอิวาเสะจนถ้าจ้องก็ได้เห็นกกน.แน่ๆ แถมยังแต่งหน้ามาให้ดูมีเสน่ห์กว่าตอนงานเลี้ยงปีใหม่อีก ชูจินที่ฟังไซโคพูดแบบนี้แล้วก็เริ่มอยากนั่งฝั่งเดียวกับไซโคมั้งจะได้มองได้เพราะชูจินกำลังนั่งหันหลังให้อยู่ แต่ไซโคก็บอกเลยว่าถ้าชูจินหันไปเดียวความจะแตกเอาเลยห้ามไว้ก่อนชูจินเองก็รู้ก็เลยได้แต่ทำใจอดทนทั้งๆที่อยากเห็นมั้งใจจะขาดจนไซโคต้องพูดให้ชูจินสงบใจด้วยการขู่ว่าจะบอกมิโยชิซะเลยถึงงั้นชูจินก็อยากเห็นอยู่ดี

ฮัตโตริที่อ่านงานของอิวาเสะอยู่ทั้งคู่ก็เลยเงียบกันครู่หนึ่ง ตอนนั้นอิวาเสะก็มองที่ฮัตโตริตลอดจนไซโคห่วงว่าอิวาเสะจะสังเกตพวกเขารึเปล่าแต่ไงชูจินก็บอกให้ฟังที่ฮัตโตริกับอิวาเสะพูดไว้ดีๆ แล้วพอฮัตโตริอ่านเสร็จพวกไซโคก็คิดว่าคงจะได้เริ่มคุยงานแล้วแต่ไซโคก็ถามว่าแอบฟังงานของคนอื่นแบบนี้ไม่เท่ากับเป็นสปายสอดแนมเหรอแต่ชูจินก็บอกว่านี้แหละพื้นฐานที่สุดของการสะกดรอย

ไซโคที่เริ่มคิดถึงตอนที่อิวาเสะเคยพูดว่าชอบฮัตโตริขึ้นมาชูจินเองก็เหมือนกันแต่ก็ไม่เคยคิดว่าจะถึงขั้นแต่งตัวแบบนี้มาคุยงานเลย แล้วตอนนั้นเองอิวาเสะก็เริ่มถามฮัตโตริถึงตัวเธอในวันนี้ว่าคิดยังไงโดยอิวาเสะก็ถอดเสื้อนอกให้ฮัตโตริดูเต็มๆตัวเลยจนพวกไซโคตกใจ ฮัตโตริเองก็ตกใจไม่แพ้กันจนถึงขนาดพ่นกาแฟที่กำลังดื่มออกมาอย่างลืมตัวแต่ก็บอกให้อิวาเสะนั่งลงแต่อิวาเสะก็ไม่นั่งจนกว่าฮัตโตริจะตอบว่าเธอสวยรึเปล่า

พวกไซโคที่ตอนนี้เริ่มจะกลั้นหัวเราะกันสุดๆถึงขนาดต้องเอามือปิดปากเพื่อไม่ให้ได้ยินเสียงหัวเราะเพราะทั้งคู่ไม่เคยคิดว่าอย่างอิวาเสะที่เคยเรียบร้อยสุดๆจะมาทำอะไรแบบนี้ แต่พอฮัตโตริพูดตอบว่า ” ‘สวย’ จนความสาวส่องประกายเลย” อิวาเสะถึงจะยอมนั่งลง เท่านั้นแหละไซโคก็เกือบจะหลุดเสียงหัวเราะ ชูจินเองก็ถึงขั้นต้องกัดแขนเสื้อของตัวเองเพื่อกลั้นหัวเราะกันเลยทีเดียว ทั้งคู่ที่เจอคำตอบของฮัตโตริก็เลยกลายเป็นกลั้นหัวเราะจนหยุดไม่ได้และเริ่มเข้าใจแล้วว่าที่ฮัตโตริไปซื้อหนังสือความรักพวกนั้นเพื่ออะไร

ไซโค: คิกๆ ฉัน…. ฉันเริ่มจะกลั้นไม่ไหวแล้วนะ
ชูจิน: คิกๆ มาถึงขั้นนี้แล้วนะ ทนไว้ๆ

แล้วตอนั้นอิวาเสะก็เริ่มถามว่าฮัตโตริทำอะไรบ้างในวันหยุด ฮัตโตริเจอคำถามนี้เข้าไปก็เลยถึงกับสะดุ้งอิวาเสะก็ถามต่ออย่างพวกงานอดิเรก ฮัตโตริก็ตอบว่าอ่านหนังสือ เจอแบบนี้พวกไซโคก็เลยยังขำได้อีกแต่ก็ต้องทนไม่ให้เสียงหลุดหัวเราะหลุดออกไป แล้วอิวาเสะพอรู้ว่างานอดิเรกของฮัตโตริคืออ่านหนังสือกับวิจารณ์หนังก็เลยถามว่าทำไมถึงไม่ไปดูหนังด้วยกันล่ะ ฮัตโตริที่เริ่มเหงื่อตกก็เลยบอกว่าก็ได้แต่ในฐานะบก.กับนักเขียนแต่อิวาเสะก็ไม่ยอมต้องเป็นในฐานะแฟนกัน พวกไซโคที่พอได้ยินอิวาเสะพูดแบบนี้ก็เลยตะลึงและคิดว่าอิวาเสะกำลังล้อเล่นอยู่รึเปล่าแต่ชูจินที่รู้ดีว่าอิวาเสะหยิ่งขนาดไหน แล้วฮัตโตริก็รีบเฉไฉพูดเรื่องงานต่อแต่อิวาเสะก็ไม่ยอมให้ฮัตโตริเปลี่ยนเรื่องง่ายๆก็เลยถึงขั้นลุกขึ้นมาทุบโต๊ะเลย แต่เพราอิวาเสะลุกขึ้นมาแบบนั้นพวกไซโคเลยต้องรีบหลบไปจากโต๊ะที่นั่งอยู่ก่อนที่อิวาเสจะสังเกต

พวกไซโคก็หนีออกมานอกร้านแม้จะขำที่อิวาเสะทำอะไรแบบนั้นแต่ไซโคก็คิดว่าอิวาเสะเองเป็นนักเขียนแต่งเรื่องอย่างเดียวให้การ์ตูนยอดนิยมได้ขนาดนั้นเทียบกับพวกเขาที่เขียนมาสองเรื่องก็ตัดจบไปทั้งสองเรื่องแบบนี้ก็ไม่ควรจะหัวเราะอิวาเสะชูจินเองก็คิดว่าไซโคพูดถูก

จากนั้น 1 ชั่วโมงต่อมา ฮัตโตริกับอิวาเสะก็ออกมาฮัตโตริก็พูดขอบคุณสำหรับงานคราวนี้แต่อิวาเสะก็เชิดใส่ฮัตโตริไม่พูดไม่จากลับไปเลยชูจินเลยคิดว่าอิวาเสะคงจะโกรธแน่ๆแต่ไซโคก็คิดว่าฮัตโตริก็คงพยายามแก้ปัญหานี้อยู่เหมือนกัน ชูจินก็คิดแบบนั้นแต่ชูจินก็คิดว่าบางทีฮัตโตริอาจจะเหมาะกับอิวาเสะก็ได้ ไซโคก็เลยบอกให้ชูจินหยุดพูดเลยดีกว่าไม่งั้นเขาเอาไปพูดแน่ชูจินก็เลยถามไซโคว่าจะเอาไปพูดกับใครล่ะ มิโยชิหรือว่าฮัตโตริ ไซโคก็เลยเงียบไป

พออิวาเสะกลับไปแล้วฮัตโตริก็เหมือนจะกลับไปที่สำนักพิมพ์อีกครั้งพวกไซโคก็เลยตามต่อ และระหว่างทางฮัตโตริก็คุยโทรศัพท์กับใครสักคนแต่เพราะเข้าใกล้ไม่ได้ก็เลยไม่รูเว่าพูดกับใครจนฮัตโตริก็กลับมาถึงสำนักพิมพ์ แต่พอมาถึงฮัตโตริก็มาเจอมิอุระกับยูจิโร่ที่หน้าตึกพอดีชูจินก็เลยรู้ว่าพวกมิอุระเองที่โทรหาฮัตโตริก่อนหน้านี้ตอนกำลังเดินมา แล้วทั้งสามคนก็เหมือนจะไปหาที่ดื่มกันก็เลยขึ้นรถแท๊กซี่กันไป ชูจินก็เลยไม่รอช้ารีบเรียกแท๊กซี่ด้วยความตื่นเต้นบอกโชเฟอร์ให้ขับตามคันหน้าไปจนโชเฟอร์เองก็บอกว่าไม่ได้เจอลูกค้าแบบนี้มา 5 ปีแล้ว

หลังจากตามพวกฮัตโตริมาพวกไซโคก็มาถึงบาร์แห่งหนึ่งไซโคก็เลยถามชูจินต่อว่าจะเอาไงเพราะคงเข้าไปไม่ได้จะรอข้างนอกไหม แต่ชูจินก็ไม่สนโดยบอกว่าแค่ไม่ดื่มก็พอแล้วสั่งอะไรก็ได้ที่นักศึกษาอายุไม่ถึง 20 สั่งได้ก็พอจะซีเรียสไปทำไม พูดจบชูจินก็เข้าร้านบาร์ไปทันที พอเข้ามาพวกไซโคก็คิดว่าเป็นร้านที่ดีเหมือนกันแถมร้านก็ดูมืดๆหน่อยก็เลยคิดว่าคงไม่ต้องสวมหมวกปลอมตัว

จากนั้นพวกไซโคก็มานั่งที่โต๊ะด้านหลังที่พวกฮัตโตรินั่งอยู่ แต่พอได้ยินว่ามิอุระจะโทรหาพวกเขาพวกไซโคก็เลยรีบปิดมือถือทันทีก่อนจะโทรเข้ามาไม่งั้นได้ความแตก และก็รอดตัวไปเมื่อมิอุระโทรหาพวกไซโคไม่ได้เลยยูจิโร่ก็เลยบอกว่าให้เชื่อใจพวกไซโคเถอะแต่มิอุระดูก็รู้แล้วว่ายูจิโร่เมาไปเรียบร้อยก็เลยโวยวายพูดถึงพวกไซโคใหญ่ พวกไซโคที่แอบฟังไม่ต้องตั้งใจฟังมากก็ได้ยินหมดว่าทั้งสามคนกำลังพูดถึงพวกเขาอยู่

ฮัตโตริที่ดื่มไปก็พูดถึงพวกไซโคว่าเขารู้สึกประหลาดใจกับความทะเยอทะยานทันทีที่ได้อ่านต้นฉบับของพวกไซโคเมื่อห้าปีก่อน เพราะฮัตโตริไม่เคยได้เจอมือใหม่แบบพวกไซโคมาก่อนและรู้ว่าพวกไซโคต้องได้เป็นนักเขียนที่ยิ่งใหญ่ได้แน่และมั่นใจมากด้วย มิอุระที่ฟังแล้วก็เลยถึงกับขอโทษที่ต้องมาเป็นผู้ดูแลแทนฮัตโตริแต่ฮัตโตริก็บอกว่าใครจะเป็นคนดูแลก็ไม่สำคัญ ในประสบการณ์การเป็นบก.แล้วฮัตโตริคิดว่าเขามองไม่ผิดแน่ พวกไซโคที่แอบฟังอยู่ก็เลยถึงกับพูดอะไรไม่ออก

หลังจากนั้นพวกฮัตโตริก็กลับสำนักพิมพ์อีกครั้งแล้วฮัตโตริก็กลับเอารถไฟขบวนสุดท้ายของวัน พวกไซโคที่ตามสะกดรอยฮัตโตริมาทั้งวันจนไฟห้องฮัตโตริก็ปิดลงก่อนตี 3 เป็นการจบการสะกดรอยฮัตโตริ แต่แทนที่จะได้หาจุดอ่อนของฮัตโตริก็กลายเป็นว่าได้รับกำลังใจแทนจากฮัตโตริ ไซโคก็บอกว่าได้รับแรงกระตุ้นจากทาคาฮามะกับอิวาเสะด้วยเหมือนกัน

ชูจินก็เลยคิดว่าก็กลับกันได้แล้วแต่เพราะรถไฟหมดแล้วจะนั่งแท๊กซี่กลับก็ไม่มีเงินแล้วก็เลยคิดว่าคงต้องไปร้านอาหารครอบครัวนั่งรอรถไฟขบวนแรกเอา ชูจินก็ถามไซโคว่าวันนี้เป็นไงบ้างไซโคก็บอกว่าก็อย่างที่พูดได้แรงใจมาแต่ชูจินก็บอกว่าไม่ใช่เรื่องนั้นแต่ถามว่าสะกดรอยสนุกรึเปล่า ไซโคก็เลยบอกว่าถึงจะกลัวๆตอนแรกแต่ก็สะกดรอยจนจบได้แถมยังสนุกตอนที่เจออิวาเสะอีก ชูจินก็คิดเหมือนกันเพราะได้หัวเราะมากที่สุดตั้งแต่เคยหัวเราะมาเลยทั้งๆที่เจ้าตัวคนที่เจอในเหตุการณ์อารมณ์ซีเรียสกันทั้งนั้น

แต่ตอนนั้นเองชูจินก็เริ่มนึกอะไรออกถึง ตลกซีเรียส และก็ได้ไอเดียถึง “สะกดรอย” “ซีเรียส” “หัวเราะ” ที่ชูจินจะใช้สิ่งเหล่านี้ในงานต่อไป ไซโคก็เลยถามว่าหมายถึงการ์ตูนที่เกี่ยวกับการสะกดรอยงั้นเหรอไซโคก็ถามว่าแบบนั้นไม่น่าเบื่อเหรอ แต่ชูจินก็บอกว่าเพราะแบบนั้นไงถึงเป็นสิ่งที่ควรจะวาด

จบตอน

มีการตอบกลับหนึ่งครั้ง

  1. อ่ะฮะ ทุ่มเทกันจริงๆสองหนุ่ม

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: