[Spoil] Bleach – 400 DEICIDE 2

เปิดตอนมาต่อจากตอนที่แล้วที่งินแสดงพลังใช้ปลดปล่อย สวัสดิกะ “คามิชินิโนะยาริ” (หอกพิฆาตเทวะ) ฟันสิ่งก่อสร้างในรัศมีกว่าสิบกิโลเมตรรอบตัวจนขาดเป็นสองท่อนในพริบตา เศษซากของสิ่งก่อสร้างที่ถูกฟันขาดทั้งหลายร่วงกราวลงกับพื้น เกิดเป็นเสียงดังสนั่นปานฟ้าถล่มทลายในบัดดล

ท่ามกลางซากอิฐซากปูน ที่กองอยู่เต็มพื้นนั้น ร่างของมัตสึโมโตะ รันงิคุ รองหัวหน้าหน่วย 10 นอนแผ่อยู่ แผลเหวอะหวะเนื้อหลุดไปทั้งแถบที่สีข้างซ้ายหายไปแล้ว ทว่าร่างในชุดยมทูตยังคงนอนอยู่อย่างนั้นไม่ยอมขยับลุกขึ้น เศษซากตึกใหญ่น้อยที่ถล่มจากการโจมตีของงินระเกะระกะอยู่รอบตัว แต่น่าประหลาดว่าไม่มีแม้สักชิ้นเดียวที่ตกลงมาตรงกับตำแหน่งของร่างบอบบาง นั้น

ผ่านไปครู่หนึ่ง เปลือกตาของรันงิคุจึงค่อยๆ ขยับลืมขึ้นช้าๆ ก่อนเอียงคอซ้ายขวา มองตึกรามบ้านช่องที่ถูกฟันขาดกลางอย่างเรียบสนิทด้วยสายตาเลื่อนลอยแกมงุน งงกับสภาพแวดล้อมรอบตัว

พลัน ดวงตาของยมทูตสาวก็หยุดกึก ณ ตำแหน่งหนึ่ง เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณอันมหาศาลของใครคนหนึ่งในระยะห่างออกไปจาก ตำแหน่งนั้น

ริมฝีปากบางได้รูปขยับพึมพำชื่อใครคนนั้นออกมา ด้วยน้ำเสียงที่แฝงอารมณ์หลากหลายเข้าด้วยกัน

“——- งิน…?”

ตัดฉากกลับไปทางอิจิโกะกับงินอีกครั้ง งินแย้มยิ้มอย่างปกติทั้งๆ ที่เลือดโกรกเต็มหน้า แล้วย้ำให้อิจิโกะฟังซ้ำอีกครั้งว่าอิจิโกะนี่เป็นคนที่น่ารังเกียจจริงๆ คราวนี้เห็นทีคงต้องให้อิจิโกะเจอลงโทษเจ็บๆ เอาให้เข็ดหลาบกันบ้างแล้ว

พูด ถึงตรงนี้ จู่ๆ ดาบฟันวิญญาณของงินก็หดสั้นลงจนเท่าขนาดดาบสั้นปกติ แล้วรั้งดาบกลับมา เปลี่ยนท่าตั้งดาบจากชี้ใส่อิจิโกะเป็นตั้งดาบเฉียงอยู่ตรงด้านหน้าของใบ หน้า

ภาพที่เห็นทำเอาอิจิโกะถึงกับตะลึงอีกรอบ ด้วยตลอดเวลาระหว่างที่เผชิญหน้ากัน อิจิโกะแน่ใจว่าตนเปิดประสาทรับรู้ทุกด้านเต็มที่เพื่อจับการเคลื่อนไหวของ ดาบในมือคู่ต่อสู้ตรงหน้า ชนิดที่ต่อให้อีกฝ่ายขยับดาบจู่โจมท่าไหนก็ไม่มีทางเล็ดลอดสายตาไปได้ แต่เมื่อกี้ขณะที่งินบังคับดาบที่ยาวหลายกิโลเมตรให้หดลงเท่าขนาดปกติ เขากลับมองไม่เห็นเลยแม้แต่น้อย ไม่แม้แต่จะรู้ตัวว่าดาบของคู่ต่อสู้หดลงตั้งแต่เมื่อไหร่

“จะเอา ยังไงต่อดีน้า” ยมทูตหน้าเป็นแกล้งปั้นเสียงเริงร่า “ปลดปล่อยสวัสดิ กะของข้าโดนหยุดไว้ได้แบบนี้ คงมีแต่ต้องเข้าปะทะตรงๆ แล้วล่ะม้าง”

ว่าจบ งินก็ถีบเท้ากระโจนเข้าประชิดตัวอิจิโกะ รวดเร็วราวหอกซัดพุ่งจากมือนายพราน ดาบสั้นในมือกราดวูบ โจมตีออกหลายสิบกระบวนท่าในชั่วพริบตา วิถีดาบที่รวดเร็วจนมองตามแทบไม่ทัน ทำเอาอิจิโกะถึงกับปิดป้องจนมือไม้ปั่นป่วน ความยาวดาบที่สั้นกว่า บวกกับการตามตีแบบจี้ติดในระยะประชิดตัวตลอดเวลาของฝ่ายตรงข้ามยิ่งทำให้อิ จิโกะที่ใช้ดาบยาวรับมือได้ยากขึ้นไปอีก เนื่องจากดาบซามูไรธรรมดานั้นมักใช้ต่อสู้ได้ดีในระยะกลาง แต่หากถูกคู่ต่อสู้รุกไล่ถึงระยะประชิดได้ก็มักเสียเปรียบเนื่องจากตัวดาบ ที่ยาว ทำให้เกะกะเวลาเคลื่อนไหวรับมือในระยะประชิดตัว

ด้วยเหตุนี้ อิจิโกะจึงได้แต่ถอยกรูดไปพลาง ปัดป้องการโจมตีไปพลางอย่างทุลักทุเล

“ดาบดี จริงนะ” อยู่ๆ งินก็ออกปากแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยระหว่างที่กราดดาบปะทะกันอยู่ “เล่นเอาดาบ ข้าที่เป็นฝ่ายทะลวงฟันเกือบหักแน่ะ”

“พูดได้เจ๋งนี่” อิจิโกะคำราม “งั้นก็รีบๆ หักไปซะเลยเซ่!”

‘ถ้าเราเดาไม่ ผิด เมื่อกี้เจ้านั่นแค่ทำให้ดาบหดสั้นลงเท่านั้น แต่ยังไม่ได้ปลดสถานะปลดปล่อยสวัสดิกะออก’

แม้ปากจะเข่นเสียง เดือดดาล แต่ในใจอิจิโกะกลับคิดคำนวณการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้อย่างใจเย็น

‘ถ้า เราเดาไม่ผิด ขืนปล่อยให้มันเล็งปลายดาบมาทางนี้ได้ละก็คงจบกัน’

แทบจะทันทีที่ห้วงความคิดของอิจิโกะสิ้นสุดลง จู่ๆ งินก็เข้าปะทะดาบกับอิจิโกะตรงๆ แล้วแกล้งทำเป็นแพ้แรงถูกกระแทกจนถอยกรูดไปด้านหลัง แต่แท้จริงกลับอาศัยแรงจากการปะทะเปลี่ยนเป็นแรงกระโดดถอยห่างออกไปทางด้าน หลังอย่างรวดเร็ว พร้อมกับชี้ปลายดาบ “คามิชินิโนะยาริ” ตรงมายังอิจิโกะ…

พลัน ปลายดาบสั้นที่ความยาวเพียงแค่ครึ่งแขนก็ยืดออก พุ่งพรวดเข้าใส่ใบหน้าอิจิโกะอย่างรวดเร็วราวกระสุนปืนแล่นออกจากปากกระบอก อิจิโกะใจหายวูบ จะยกดาบปัดทิ้งก็ไม่ทัน จำต้องเบี่ยงคอหลบพ้นฉิวเฉียด ปลายดาบยาวเฟื้อยจึงพลาดไปโดนไหล่ซ้ายของอิจิโกะจนเลือดสาดกระจาย

แม้ ดาบแรกจะพลาด แต่งินก็ไม่ยอมปล่อยเหยื่อง่ายๆ เขารีบออกแรงกดดาบลากลงทันทีหมายจะฟันอิจิโกะให้ขาดสะพายแล่ง อิจิโกะสะบัดตัวเบี่ยงตัวหลบได้อีก ปล่อยให้คมดาบยาวหลายกิโลเมตรพุ่งลงฟาดพื้นจนฝุ่นหินฝุ่นทรายฟุ้งกระจายจาก แรงปะทะจากการโจมตี จากนั้นจึงถีบเท้ากระโจนสวนทางดาบเข้าใส่เจ้าของหมายจะใช้ยุทธวิธีสั้นสะกด ยาวแบบเดียวกับที่งินใช้เมื่อครู่นี้จัดการอีกฝ่ายให้อยู่หมัด

ทว่า พออิจิโกะเข้าระยะดาบของตัวเองได้และตวัดดาบแทงเข้าใส่ ดาบที่ยืดยาวหลายกิโลเมตรของงินพลันหดสั้นลงเหลือเท่าความยาวดาบสั้นอีก ครั้ง แล้วตวัดปัดดาบของอิจิโกะออกด้านข้างอย่างรวดเร็ว ทำเอาร่างของเด็กหนุ่มหัวส้มเสียศูนย์ถลำปัดๆ ออกไป งินอาศัยจังหวะนั้น กระโดดม้วนตัวขึ้นไปยืนตั้งหลักบนตึกขาดครึ่งหลังหนึ่งด้านหลังตัวเองใน ทันที

การเคลื่อนไหวทั้งหมดตั้งแต่งินเริ่มยืดดาบยันงินม้วนตัว ตีลังกาขึ้นไปยืนบนยอดตึก กินเวลาเพียงไม่ถึงสิบวินาทีเท่านั้น

“นึก แล้ว…” อิจิโกะพูดขึ้นขณะขยับตัวกลับมาตั้งท่ายืนตรงเหมือนเดิม แล้วเงยหน้าขึ้นมองงินด้วยสายตาดุดัน “ความสามารถที่น่ากลัวที่สุดของปลด ปล่อยสวัสดิกะของนาย ไม่ใช่ทั้งความยาว ไม่ใช่ทั้งพลังทำลาย แต่เป็นความเร็วในการยืดดาบหดดาบ”

งินตีสีหน้าเรียบเฉย ทั้งๆ ที่โดนอีกฝ่ายเอาความลับของดาบมาพูดต่อหน้า มีเพียงรอยยิ้มเหมือนหมาจิ้งจอกเท่านั้นที่หายไปจากใบหน้า

“ลองมา นึกย้อนดูอีกที ถึงนายบอกชั้นเรื่องความยาวดาบนายไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย กลับกันอุบเงียบไว้จะเป็นประโยชน์กับตัวนายมากกว่าด้วยซ้ำ ตอนที่จงใจกวาดดาบฟันตึกในเมืองจนขาดสองท่อนให้เห็นนั่นก็เหมือนกัน แทนที่จะทำแบบนั้นสู้ฟันหรือแทงใส่ชั้นตรงๆ นายยังจะได้เปรียบมากกว่า”

เด็ก หนุ่มเว้นระยะเล็กน้อย จึงกล่าวต่อไปว่า

“ที่นายจงใจทำแบบนั้นให้ ชั้นเห็น ก็เพื่อเบนความสนใจชั้นออกจากความเร็วในการยืดหดของดาบ ชั้นพูดผิดรึเปล่า!?”

งินเพียงแต่ส่งเสียงเป็นเชิงตอบรับคำอธิบายของอิจิ โกะเท่านั้น สีหน้ายังคงนิ่งเฉยไม่มีเปลี่ยนแปลง มีเพียงความรู้สึกภายในเท่านั้นที่แตกต่างออกไป

‘แค่ประดาบกัน ครั้งแรกก็สังเกตเห็นเรื่องนั้น ทั้งยังปัดป้องการโจมตีได้ในครั้งที่สอง น่ากลัว น่ากลัวแท้ๆ’ ยมทูตผมเงินนึกชื่นชมอยู่ในใจ อดคิดคำนวณไม่ได้ว่าหากปล่อยไว้ให้ผ่านศึกเสือเหนือใต้ยิ่งกว่านี้ อิจิโกะจะร้ายกาจขึ้นกว่าตอนนี้อีกสักเพียงใด

‘แต่ก็ยังงั้นๆ ละนะ’

มุมปากของยมทูตกบฏยกขึ้นเป็นรอยยิ้มน่าขนลุกราวกับหน้ากาก สุนัขจิ้งจอก ก่อนจะขยับปากตอบคำถามออกไป

“ความแตกแล้วก็ช่วยไม่ ได้ละน้า จะบอกให้ตอนนี้เลยก็แล้วกัน ความเร็วตอนยืดหดของ ‘คามิชินิโนะยาริ’ น่ะ”

ว่าจบ งินก็ทำในสิ่งที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีใครกล้าทำในระหว่างการต่อสู้เอาเป็นเอา ตาย

เขาเอาใบดาบฟันวิญญาณหนีบไว้ตรงซอกแขนซ้าย แล้วปรบมือสองข้างเข้าด้วยกันหนึ่งครั้ง เกิดเป็นเสียงปั้บดังกังวานไปทั่วสนามรบอันเงียบงัน

อากัปกิริยา ประหลาดของงินทำเอาอิจิโกะถึงกับขมวดคิ้ว อวดแววประหลาดใจเต็มตาว่าอีกฝ่ายทำแบบนั้นไปเพื่ออะไรกันแน่

“…ไป ถึงรึยัง?” งินร้องถาม ไม่ต้องถามซ้ำก็รู้ว่าหมายถึงอะไร กระนั้นอิจิโกะก็ยังทำตาปริบๆ อย่างไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเสียงปรบมือเมื่อครู่มันเกี่ยวอะไรกับความเร็วในการ ยืดหดของดาบฟันวิญญาณ

ใบหน้าของงินเผยรอยยิ้มซุกซนราวกับเด็กๆ…ที่ ดูน่ากลัวเหลือเกินในสายตาของอิจิโกะ ก่อนจะบอกเสียงดังฟังชัดว่า

“เร็ว กว่าไอ้เมื่อกี้ 500 เท่าละ”

ยมทูตหนุ่มหัวส้มเบิกตาค้าง อวดแววตะลึงลานเต็มสองตาต่อคำพูดอันเหลือเชื่อของอีกฝ่าย ในสมองนึกอะไรไม่ออก

นอกจากภาพความเร็วขณะยืดหดดาบของอีกฝ่ายในสภาพ ปลดปล่อยสวัสดิกะ…เทียบกับความเร็วของเสียงขณะวิ่งผ่านอากาศเพียงเท่านั้น

“คา มิชินิโนะยาริไม่ใช่ ‘ดาบฟันวิญญาณที่ยาวที่สุด’ แต่เป็น ‘ดาบฟันวิญญาณที่เร็วที่สุด’ ต่างหาก” ยมทูตหน้าจิ้งจอกอธิบายสรุปปิดท้าย พลางใช้มือขวาหยิบดาบออกจากซอกแขนซ้ายมาถือตั้งท่าตามเดิม “รู้แบบนี้ แล้ว โอกาสชนะของเจ้าก็หมดลงแล้ว”

พูดจบก็ตวัดดาบโจมตีใส่อย่าง รวดเร็ว พร้อมๆ กับที่อิจิโกะเองก็โจมตีสวนกลับไปเช่นกัน…

ตัดกลับไปทางด้านการต่อสู้ระหว่างอิชชินกับไอเซ็น ทั้งคู่สู้กันอย่างดุเดือดจนรอบด้านสะเทือนเลือนลั่นไปด้วยพลังทำลายจากการ โจมตี อิชชินรุกไล่ไอเซ็นด้วยกระบวนท่าที่ร้ายกาจจนเจ้าแห่งอธรรมเริ่มตกเป็นรอง

“เป็น อะไรไป เคลื่อนไหวทื่อลงเยอะเลยนะ” อิชชินอดไม่ได้ต้องถามขึ้นเมื่อเห็นอาการของอีกฝ่าย “ถึงขีดจำกัดซะแล้ว เรอะไง”

“…คงอย่างนั้น” ไอเซ็นตอบน้ำเสียงเยือกเย็น พยายามระงับอาการหอบอย่างสุดความสามารถ “ดูเหมือนจะถึงขีดจำกัดแล้ว สำหรับตัวข้าในฐานะยมทูตน่ะนะ”

ท่อนท้ายไอเซ็นจงใจเน้นเสียงเป็น พิเศษ จนอิชชินอดสงสัยไม่ได้ต้องถามขึ้นว่าหมายความว่าอย่างไร

“วิญญาณ…กำลัง จะประกอบเข้าด้วยกันใหม่”

คำตอบคลุมเครือของอีกฝ่ายยิ่งทำให้อิช ชินขมวดคิ้วยิ่งกว่าเดิม “…หมายความว่ายังไง?”

ได้ยินดัง นั้น เจ้าแห่งความชั่วร้ายก็เงยหน้าขึ้นมองอิชชินด้วยสีหน้าน่าขนลุก ก่อนจะแสยะยิ้มแล้วตอบว่า

“ในที่สุด เจตจำนงของโฮเคียคุก็เริ่มเข้าใจจิตใจของข้าแล้ว”

จบตอน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: