[Spoil] Bakuman – 81

ต่อจากตอนที่แล้ว ไซโคก็บอกว่ามิอุระเปลี่ยนไปแล้วจริงๆเพราะไม่กระหายอยากจะลงซีรีย์ท่าเดียวแบบเมื่อก่อนและไซโคก็คิดว่าที่เป็นแบบนี้ก็หมายความว่า KTM ที่ส่งไปคราวนี้ยังเอาชนะนีซึมะไม่ได้ ชูจินก็เข้าใจแต่ KTM ก็เป็นเรื่องที่ทั้งไซโค ชูจินแล้วก็มิอุระต่างก็มั่นใจมากจนชูจินเองก็ไม่มั่นใจเลยว่าจะเขียนเรื่องอื่นได้ดีกว่า KTM แต่ไซโคก็บอกว่าชูจินก็แค่ทำให้ KTM ดียิ่งขึ้นไปกว่านี้และทำให้ได้รับการยอมรับให้ได้ในครั้งต่อไปเท่านั้นเอง ชูจินก็บอกว่ามิอุระจะพูดเรื่องนั้นในวันพรุ่งนี้ที่จะมาคุยงานกันเหมือนกัน

แต่มิโยชิก็เข้ามาออกความเห็นว่าไม่คิดว่าแปลกเหรอที่ดูเหมือนมิอุระจะไม่ได้ดูแลเรื่องอื่นเลยที่กำลังลงเลยไม่ก็ดูเนมของนักเขียนคนอื่น ชูจินก็คิดว่าถ้ามีมิอุระก็คงจะบอกแล้ว

ตัดไปทางกองบ.ก. ยามาฮิสะที่คราวนี้สบายใจกับเขาได้สักทีเมื่อชิซึกะที่ดูแลมาตั้งแต่ต้นได้ลงซีรีย์แล้วก็เลยออกไปคุยงานแบบสบายอารมณ์ ตรงข้ามกับมิอุระที่ก็ขอเถียงกับไอดะที่ทำไม TRUE HUMAN ได้ลงแต่ KTM ไม่ได้ลง ไอดะก็เลยบอกว่า KTM ก็ถือว่าดีแต่เพราะทันโตะพึ่งจะจบไปก็เท่านั้นแต่มิอุระก็ยังไม่ยอมด้วยเหตุผลแค่นี้เลยขอเถียงต่อจนฮัตโตริต้องมาห้ามด้วยตัวเอง

จากนั้นฮัตโตริก็มาคุยกับมิอุระที่มุมดื่มกาแฟที่ประจำ มิอุระกลุ้มไม่หายที่ต้องมาให้พวกไซโคคิดแต่ง KTM ใหม่ให้ลงในการประชุมครั้งหน้า แต่ฮัตโตริก็บอกเลยว่าพอแล้วสำหรับเรื่อง KTM มิอุระก็เลยตกใจว่าทำไม ฮัตโตริก็เลยอธิบายว่าเพราะตอนนี้ TRUE HUMAN ได้ลงซีรีย์แล้ว เรื่อง KTM ที่แนวโทนเดียวกันก็ควรจะหลีกเลี่ยงซะ มิอุระก็เลยแย้งว่าแม้ว่า KTM จะดีกว่าก็ตามเหรอ ทั้งๆที่น่าจะเอาชนะได้แล้วก็ไม่มีอะไรยืนยันด้วยว่าเรื่อง TRUE HUMAN จะได้รับความนิยม มิอุระเลยคิดว่าการตัดสินใจแบบนี้จึงไม่สมเหตุสมผล ฮัตโตริก็ยอมรับว่าอาจจะจริงตามที่มิอุระแย้งแต่ก็ควรจะเปลี่ยนอะไรสักอย่างจนกว่าจะถึงคราวต่อไป มิอุระก็เลยคิดว่าหมายถึงให้พวกไซโคเปลี่ยนเป็นแนวที่ไม่ใช่สายหลักแนวอื่น แต่ฮัตโตริก็บอกไม่ใช่แบบนั้นและบอกว่า…

ฮัตโตริ: นี้แหละเวลาที่ควรจะทำแนวสายหลัก

มิอุระได้ยินแบบนี้ก็เลยถึงกับตกใจและไม่เข้าใจที่ฮัตโตริพูดเพราะฮัตโตริก็บอกเองว่าพวกไซโคไม่มีทางเอาชนะนีซึมะได้ด้วยการ์ตูนสายหลัก ฮัตโตริก็บอกว่ามันไม่ใช้เรื่องสำคัญอะไรถ้าพวกไซโคต้องการจะเอาชนะนีซึมะ ก็แค่ลุยไปทางสายหลักอะไรที่เรียบง่ายบางทีจะแนวแฟนตาซีหรือผจญภัยที่ติดตลกนิดๆ ก็แค่ทำให้สุดความสามารถที่พวกไซโคจะทำได้ แต่มิอุระก็คิดว่าแบบนั้นมันตรงข้ามกับ KTM อย่างสิ้นเชิงจนไม่คิดว่าพวกไซโคจะทำไหว ฮัตโตริก็ยอมรับว่าบางทีอาจจะไม่ไหวก็ได้เลยทำให้มิอุระยิ่งงงไปกันใหญ่

พอฮัตโตริเห็นมิอุระสับสนถามมากๆเข้าก็เลยตะโกนใส่มิอุระเลยว่า “หัดคิดด้วยตัวเองบ้าง” และฮัตโตริก็บอกด้วยว่าถ้ามิอุระยังยืนยันจะเอา KTM เขาก็จะช่วยแนะนำเท่าที่จะทำได้เลยทำให้มิอุระเงียบและมานั่งคิดจนยอมรับว่าตอนนี้เขาพูดโดยไม่ได้คิดอะไรเลยจริงๆ ด้วยเหตุนี้มิอุระก็เลยขอเวลาไปคิดเรื่องนี้ก่อน

ตัดไปทางยามาฮิสะที่ไปหาชิซึกะเพื่อแสดงความยินดีที่ได้ลงซีรีย์และบอกว่าชิซึกะเอาชนะพวกไซโคได้แล้วและก็บอกจากนี้จะทำให้เป็นซีรีย์ที่ประสบความสำเร็จด้วยกัน จากนั้นยามาฮิสะก็พูดถึงแนวงาน เรื่องที่ทำให้พ่อแม่ของชิซึกะภูมิใจ เรื่องผู้ช่วยและอุปกรณ์ ไม่ว่าเรื่องไหนชิซึกะก็พูดแต่ครับๆอย่างเดียว แต่ยามาฮิสะก็รู้ดีว่าตอนนี้ในแววตาของชิซึกะนั้นราวกับมีไฟลุกโชนอยู่ภายใน ชิซึกะก็เลยลุกขึ้นมาขอบคุณยามาฮิสะที่ช่วยเหลือมาตลอดแบบแผวเบาตามสไตล์ของชิซึกะในตอนนี้

กลับมาทางด้านมิอุระที่ก็มานั่งคิดหนักในห้องพักของตัวเองถึงเรื่องที่ฮัตโตริพูดว่าควรหันไปเขียนสายหลักได้แล้วแล้วยังให้มีมุขตลกปนๆด้วยอีกแบบนั้นจะกลายเป็นการ์ตูนตลกแบบทั่วไป ถึงจะให้พวกไซโคทำแนวแฟนตาซีอย่างชูจินก็คงเขียนได้แต่เรื่องที่เคยทำมานั้นก็มีแนวสมจริงกับไซไฟเป็นส่วนใหญ่อย่างเงินตราปัญญาฯ TRAP แล้วก็ทันโตะ

แล้วตอนนั้นมิอุระก็เหมือนเอะใจและเริ่มเข้าใจถึงสิ่งที่ฮัตโตริพูดจึงได้หยิบทันโตะกับ TRAP มาดู แต่ก็สงสัยว่าถ้าอย่างที่ฮัตโตริพูดแล้วทำไมต้องเป็นตอนนี้ แล้วการประชุมก็เหลือแค่อีก 2 ครั้งเท่านั้นด้วย

วันต่อมา มิอุระที่ไปคุยงานกับพวกไซโคก็บอกพวกไซโคว่าไม่ต้องทำ KTM แล้วก็เลยทำให้พวกไซโคตกใจกันใหญ่ แล้วยิ่งเหลือโอกาสอีกเพียงการประชุมซีรีย์สองครั้งเท่านั้นเลยทำให้พวกไซโคยิ่งไม่เข้าใจ มิอุระก็เข้าใจดีแต่เพื่อทำให้ได้เรื่องที่ขึ้นไปยอดบนสุดของจัมป์แล้ว ไซโคก็เลยบอกพูดมันง่ายแถมไม่รู้ด้วยว่าจะมาถูกทางหรือเปล่าก็เลยถามไอเดียของมิอุระถึงเรื่องที่ดีกว่า KTM มิอุระก็บอกเลยว่าต่อไปให้ทำการ์ตูนสายหลักแนวแฟนตาซีและยังต้องเป็นแฟนตาซีผจญภัยที่มีทั้งเสียงหัวเราะและน้ำตาด้วย งานนี้ก็เลยทำให้พวกไซโคอึ่งกันไปใหญ่

ชูจินที่ไม่เข้าใจเลยคิดว่ามิอุระช็อคที่ KTM ไม่ได้เป็นซีรีย์จนมิอุระบ้าจะให้ทำแนวตลกอีกแล้ว แต่มิอุระก็บอกเลยว่าจริงจังที่จะให้พวกไซโคทำแนวแบบ Onepiece หรือ ไดตะลุยแดนเวทมนตร์ แต่ชูจินก็อ้างว่าแนวสายหลักไม่ใช่แนวถนัดของเขาแล้วทำไมต้องตัดสินใจทำด้วยแต่มิอุระก็บอกว่าอย่าพึ่งยอมแพ้แต่ต้นลองทำให้ดีที่สุดก่อน งานนี้เลยทำให้ชูจินยิ่งงงไปใหญ่

ไซโคที่พยายามทำตัวใจเย็นก็เลยถามมิอุระว่าทำไมถึงต้องให้พวกเขาเขียนแนวแฟนตาซีผจญภัยด้วยมิอุระก็บอกทันทีเลยว่านั้นเพราะเป็นแนวที่พวกไซโคยังไม่เคยลองทำจริงๆจังๆดูเลย พวกไซโคก็เลยถามแล้วอย่างแนวกีฬา แนวโรแมนติค หรือการ์ตูนแนวนักเลง แต่มิอุระก็บอกว่าต้องสายหลักแนวแฟนตาซีเท่านั้นและต้องทำให้ดีที่สุดภายในสองเดือนด้วย

ไซโคที่อึ่งจนพูดไม่ออกแต่พอมองตามิอุระที่เต็มไปด้วยความเอาจริงเอาจังก็เลยตกลงจะทำก่อนที่จะได้ปรึกษากับชูจินซะอีกจนชูจินบ่นว่าคนแต่งเรื่องก็คือเขานะ แต่ไซโคก็บอกว่าเขากับมิอุระจะช่วยชูจินด้วยอีกแรง แล้วไซโคก็บอกว่ามิอุระคงไม่ยืนยันให้ทำขนาดนี้ถ้าไม่มีแผนอะไรเลยซึ่งมิอุระก็ยังคิดเลยว่าไม่รู้ทำไมฮัตโตริถึงให้ทำแนวนี้แต่ก็ขอเชื่อใจฮัตโตริ เช่นเดียวกับไซโคที่บอกว่าจะเชื่อใจมิอุระดู มิอุระก็บอกด้วยความมั่นใจเหมือนกันให้เชื่อใจเขาได้เลย ชูจินก็เลยตกลงยอมตามแต่โดยดีทั้งสามคนก็เลยคุยงานกันต่อทันทีโดยไม่รอช้า

ตัดไปทางด้านนีซึมะๆก็รู้เรื่องจากยูจิโร่แล้วว่าถ้าพวกไซโคไม่เขียนเรื่องที่เหนือกว่า CROW กับ NATURAL ได้ละก็ๆจะไม่ได้เขียนลงจัมป์อีกต่อไป ฮัตโตริที่มาเอาต้นฉบับก็เลยอดคิดไม่ได้ว่ายูจิโร่ปากเบาเหลือเกิน

นีซึมะก็ถามฮัตโตริว่าฮัตโตริกำลังขวางพวกไซโคใช่ไหมแต่ฮัตโตริก็บอกว่าเขากำลังผลักดันพวกไซโคต่างหาก พอฮัตโตริพูดแบบนั้นก็บอกให้ฮัตโตริเอาเนื้อเรื่อง NATURAL ตอนล่าสุดที่ส่งมากลับไปให้อิวาเสะเขียนใหม่จนฮัตโตริถามว่าทำไม นีซึมะก็บอกตรงๆเลยว่าเรื่องมันด้อยลงจนสงสัยว่าฮัตโตริไม่เห็นถึงความลังเลในตัวอิวาเสะเลยเหรอ แต่ฮัตโตริก็รู้ดีถึงความลังเลนั้นขนาดที่ว่าตอนนี้เวลาคุยงานกับอิวาเสะฮัตโตริยังรู้ได้ถึงความเชื่องช้าไม่มีไฟของอิวาเสะแต่ฮัตโตริไม่อยากเชื่อว่านีซึมะจะรู้ได้ด้วยแค่การอ่านเนื้อเรื่องที่เขียนมาเท่านั้น ฮัตโตริก็เลยรับปากจะไปให้อิวาเสะเขียนให้ใหม่

หลังจากนั้นฮัตโตริก็มาดูงานของอิวาเสะที่แก้ใหม่และดูดีขึ้นแล้วแต่อิวาเสะก็รู้สึกได้ว่าระยะหลังฮัตโตริไม่ได้ชมงานของเธอเลย ฮัตโตริก็เลยบอกว่านั้นเพราะมันเริ่มจะซ้ำๆตลอดเลยแต่อิวาเสะก็ถามว่าแค่นั้นจริงเหรอจนฮัตโตริก็ถามว่าหมายความว่าไง อิวาเสะก็บอกว่าดูเหมือนฮัตโตริไม่อยากให้เธอรู้สึกดีใจกับคำชมเชยเลยถามว่าเธอนั้นแย่หรือเปล่า แต่ฮัตโตริก็บอกว่างานของอิวาเสะยังถือว่าระดับสูงอยู่เพราะพรสวรรค์ก็ว่าได้ แต่สิ่งที่อิวาเสะถามไม่ใช่ในฐานะนักเขียนแต่เป็นในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งจนฮัตโตริถึงกับเซ็งที่อิวาเสะพูดเรื่องนี้อีกแล้ว แต่อิวาเสะก็ถามอีกครั้งว่า…

อิวาเสะ: ในฐานะผู้หญิง ฉันถือว่าแย่มากเหรอค่ะ?

ฮัตโตริเลยทำหน้าเซ็งแป๊บก่อนจะตอบว่า

ฮัตโตริ: เธอยังชอบทาคากิคุงอยู่ใช่ไหม
ฮัตโตริ: รู้อยู่แล้วสินะว่าทาคากิเขาแต่งงานแล้ว เธอเลยรู้สึกว่าตัวเธอไม่อาจชอบเขาได้อีกแล้ว สำหรับเรื่องนั้นแล้วเป็นเรื่องที่ดีที่จะรู้สึกแบบนั้น
ฮัตโตริ: แต่อย่ามาเอาความรู้สึกนั้นมารู้สึกกับผมจะได้ไหม..
อิวาเสะ: ไม่ใช่แบบนั้นนะค่ะ
ฮัตโตริ: ก็เห็นๆอยู่ชัดๆจะไม่ใช่ได้ไง
ฮัตโตริ: (…ให้ตายสิ ทำไมเราต้องโมโหกับเรื่องนี้ด้วย… เราเองก็ผู้ใหญ่แล้วนะ…)

แล้วฮัตโตริก็บอกว่าอิวาเสะน่าจะมองรอบๆตัวบ้างจะได้เจอชายหนุ่มสักคนในรั้วมหาลัยที่อิวาเสะเรียนอยู่ก็ได้แต่อิวาเสะก็ยังปฎิเสธว่าไม่ใช่อีก จนสุดท้ายฮัตโตริก็พูดปิดงานอาทิตย์นี้โดยประชดสำหรับการประชุมที่อิวาเสะพยายามจะตื้อเขาแต่อิวาเสะก็เหมือนไม่รู้สึกโดนประชดอยู่ดี

กลับมาทางพวกไซโค ชูจินก็พยายามแต่งเรื่องแนวแฟนตาซีต่อสู้แต่ชูจินก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมเพียงแค่ว่าเพราะไม่เคยทำมาก่อนเท่านั้น แต่ถึงชูจินจะบ่นแต่พอตัดสินใจจะเขียนเนื้อเรื่องแบบไหนได้ชูจินก็เขียนมาได้เร็วกว่าที่ไซโคคิดซะอีก แต่ครั้งนี้ชูจินก็บอกก็ไม่ง่ายเหมือนกันเพราะต้องคำนึงถึงภาพของไซโคด้วยที่ต้องพยายามคิดให้ไซโควาดให้ดูดีด้วยจนชูจินรู้สึกขาดๆบางอย่างไปในความคิดของชูจิน

แต่ตอนนั้นมิโยชิที่ลองมาดูงานของพวกไซโคก็บอกว่าออกมาดีทีเดียว มิโยชิก็เลยบอกว่าถึงเธอจะหัวไม่ดีแต่กับเรื่องนี้ก็อ่านง่าย ชูจินก็ไม่แปลกใจอยู่แล้วเพราะเขียนออกมาแบบเรียบง่ายสุดๆ เรื่องก็แค่การเหตุการณ์ที่ต้องเอาดาบไปทิ้งที่ภูเขาไฟที่ให้กำเนิดมอนสเตอร์เท่านั้น (แบบนี้มัน The Lord of The Ring ชัดๆ) แต่มิโยชิก็เข้าใจได้ง่ายๆว่าเรื่องราวเป็นยังไงจนมิโยชิยังรู้สึกได้เลยว่ามันเรียบง่ายจริงๆ และด้วยเนมของทั้งคู่ก็ทำให้มิโยชิรู้สึกได้ทั้งหัวเราะและร้องไห้ได้แล้ว ไซโคก็คิดว่าเพราะได้เรียนรู้จากการเขียนการ์ตูนในจัมป์มาจนรู้แนวแล้วว่าจะเขียนยังไงให้เข้ากับจัมป์แต่ชูจินก็ยังไม่รู้อยู่ดี

สิ่งที่ชูจินคิดก็แค่ว่าเรื่องนี้เหมือนการ์ตูนของพวกมือใหม่จนชูจินยังคิดอยากจะเขียนให้ดีกว่านี้ด้วยซ้ำ มิโยชิก็บอกว่าใช่แต่ก็อ่านง่ายและคิดว่าตอนจบที่ตัวเอกฆ่าสัตว์ประหลาดได้ก็ดีด้วย ไซโคก็เลยคิดว่าอาจจะด่วนตัดสินใจไปก็ได้ที่เห็นว่าพวกเขาไม่เหมาะกับสายหลัก แต่ยังไงชูจินก็ยังรู้สึกแปลกๆอยู่ดีจนเหมือนรู้สึกมันดูงี่เง่ายังไงไม่รู้

หลังจากนั้นพวกไซโคก็เขียนแนวต่อสู้แฟนตาซีโดยมีชื่อชั่วคราวว่า แม็กม่าของจอมหยุด(อ่านจาก Eng แล้วแปลรู้สึกแปลกๆแฮะ) และพอมิอุระลองดูก็ ok ก็เลยมาลองคุยตอนที่สองกันต่อเลย

เดือนตุลาคม ชูจินก็คิดว่าถึงเวลาเข้าช่วงเดทไลน์แล้วหรือก็คือราวๆอาทิตย์ ชูจินก็บอกว่าเขาไม่รู้สึกแย่กับการ์ตูนตลกแต่พอชูจินคิดเข้าถึงเนื้อเรื่องดูก็เห็นถึงความแตกต่างจนชูจินคิดว่าเขาคงเปลี่ยนไปเยอะ แต่มิโยชิก็พยายามมาให้กำลังใจว่าต้องไปได้ด้วยดีแน่แต่ชูจินก็บอกเลยว่าแบบนั้นจะยิ่งทำให้เขาห่วงไปใหญ่ พูดไม่ทันขาดคำชูจินก็เลยโดนมิโยชิจับเฮดล็อคซะเลย สำหรับชูจินแล้วเรื่องนี้ถือว่ายากกว่า KTM แต่ก็ง่ายกว่าทันโตะ แล้วพวกไซโคก็จัดการเขียนเรื่องนี้จนถึงเฉียดกำหนดส่งให้มิอุระลองเข้าที่ประชุมแบบหวุดหวิด

หลังจากนั้นพวกไซโคที่มาเรียนมหาลัยตามปกติเพื่อรอเวลาที่จะฟังผลของการประชุมในอาทิตย์ต่อไป ระหว่างที่เดินในมหาลัยอยู่นั้นชูจินก็รับโทรศัพท์จากมิอุระที่โทรมาบอกถึงเรื่องที่ทำให้ชูจินช็อคสุดๆเมื่อเรื่องล่าสุดของพวกเขาไม่ได้ถูกยอมรับให้เข้าที่ประชุมด้วยซ้ำไป ชูจินก็เลยบ่นว่าก็ทำทุกอย่างตามที่มิอุระบอกแล้วและมิอุระก็บอก ok แล้วด้วย มิอุระก็บอกว่าพวกไซโคทำงานมาดีแล้วแต่เหล่าบ.ก.บอกว่าเรื่องนี้ไม่ได้สูงขึ้นกว่าระดับปกติของพวกไซโคเลย ชูจินก็เลยถามมิอุระว่าแล้วที่คุยกันมาตลอดนี้มันอะไรมิอุระก็เลยบอกได้แต่ว่าขอโทษ ชูจินก็เลยยิ่งฉุนเพราะตอนนี้พวกเขาเหลือเพียงเชือดเส้นสุดท้ายคือการประชุมครั้งต่อไปแล้วเท่านั้น แต่มิอุระก็บอกว่านั้นแหละคือความคิดของเขาเลย

มิอุระก็บอกชูจินว่าอย่าพึ่งโกรธไปแต่ก็ฟังดูรู้ว่าพวกไซโคอยู่ข้างนอกกันอยู่ก็เลยขอนัดเจอที่สตูดิโอในอีกชั่วโมงก่อนจะวางสายไป งานนี้พวกไซโคก็เลยเริ่มเหงื่อตกว่าควรจะเชื่อใจมิอุระจริงหรือเปล่า

ชั่วโมงต่อมาที่สตูดิโอของพวกไซโคมิอุระก็มาแต่คราวนี้มีฮัตโตริมาด้วยอีกคน ไซโคที่ขอเปิดประเด็นก่อนเลยว่าเข้าใจแล้วถึงเรื่องที่มิอุระเปลี่ยนไปมากซึ่งนั้นเพราะฮัตโตรินั้นเอง มิอุระก็เลยบอกขอโทษที่เขาต้องไปขอคำแนะนำจากฮัตโตริหลังจากที่ทันโตะอวสานไป แต่นั้นก็เพื่อให้พวกไซโคบรรลุตามเป้าหมายซึ่งสำคัญกว่าอะไรทั้งหมด

แล้วฮัตโตริก็เข้ามาพูดกับพวกไซโคเลยว่า…

ฮัตโตริ: ฟังให้ดี…
ฮัตโตริ: ครั้งต่อไปจะเป็นของจริงแล้ว พวกเธอต้องเขียนโดยไม่ต้องมีคำแนะนำของพวกเรา
มิอุระ: พวกเธอต้องเอาทุกอย่างที่มีรวมเข้าด้วยกันให้ได้ ทั้งหมดที่เรียนรู้มานั้นก็เพื่อครั้งต่อไปครั้งเดียวนี้ ได้ไหม?

จบตอน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: