[Spoil] HunterXHunter – 304 มนต์สะกด

Credit Text Spoil : Aya+EVE

ตุบ!!  เสียงกระโจนลงพื้นของราชาทำให้เหล่าฮันเตอร์ตระหนักได้ถึงการกลับมาโดยพร้อมกัน
(ราชา…!! กลับมาแล้ว…!!)

ทางด้านนึงที่เครียดไม่แพ้กันก็คือร่างต้นของปูฟที่กระวนกระวายอยู่กับการสั่งการร่างแยกโดยไม่สนพอทคลีนที่อยู่ข้างๆของตน
(ฝากด้วยนะเหล่าร่างแยกของข้า!! เร็วเข้า!!เร็วเข้า!!)

ณ.ตอนนั้นเอง สถานการณ์โดยรอบวังก็ได้กลับมาวุ่นวายกันไปทั่ว

– ทางราชาเมลเอมกับ2องครักษ์ ได้ลงเดินตรวจตรา ณ.บริเวณต้นไม้มนุษย์ทางเข้าด้านหน้าวัง โดยมีปูฟคอยนำเสนออยู่ข้างๆ
“พวกนี้เรียกว่าผลมนุษย์ขอรับ เป็นเหล่ามนุษย์ที่ผ่านการคัดเลือกเและรอเวลาฟักตัวขึ้นมาเป็นทหาร”

– ทางนัคเกิ้ลและเมลเลี่ยนนั้นซ่อนตัวภายในขบวนมนุษย์ที่ยืนอยู่ภายนอกวังจับตามองกลุ่มของราชาอยู่
“นี่เราไม่อยู่ใกล้ไปหรอ?” เมลเลี่ยนถามขึ้น
“ไม่เป็นไรน่า” นัคเกิ้ลตอบปิดประเด็น
(ระยะห่างขนาดนี้ พอทคลีนยังไม่เริ่มนับดอกเบี้ย…!!)
(ปัญหาอยู่ที่ว่าถ้าเกิดร่างต้นปูฟทิ้งระยะห่างจากตัวราชา…!!)
(เราจะปลดพอทคลีนจากปูฟและตั้งเป้าไปที่ราชาดีมั้ย…?!)

– ทางด้านหลังบริเวณนอกรั้วปาล์มวิ่งเข้ามาสมทบกับคิรัวร์และโคมุกิที่พึ่งผละจากกลุ่มร่างแยกของปูฟโดยที่ปูฟเองได้ทิ้งร่างแยกเล็กๆไว้จับตาดูอยู่
“คิรัวร์” ปาล์มตะโกนเรียกคิรัวร์

– เยื้องลงไปทางตะวันออกตรงทางลงโกดังใต้ดิน กลุ่มร่างแยกของปูฟส่วนนึงกำลังทำการบางอย่าง
“เร็วๆด้วย!! หาเวลฟีนให้เจอ?!”

– และเยื้องไปทางหอคอยตะัวันออกกลุ่มร่างแยกของปูฟอีกกลุ่มกำลังวุ่นกับการขนชิ้นส่วนของกระดานกุนหงิและเม็ดหมากไปทิ้ง
“เร็วเข้า! เร็วเข้า!! รีบเอาเจ้าพวกนี้ไปซ่อน!!”

– อิการูโก้เป็นเพียงคนเดียวที่ยังอยู่ภายในวังตรงส่วนทางเดินตะวันตกแถวบริเวณที่คิรัวร์เคยจัดการทหารมดในช่วงต้นการบุก
“ไม่ไหว เจ้าพวกนี้กระจุยไปแล้วเราใช้’ลีฟวิ่งเด๊ดดอล’กับศพเจ้าพวกนี้ไม่ได้”

ด้านปาล์มที่สมทบกับคิรัวร์ ปาล์มเดินปิดตาขวาเข้ามาเล่าสถานการณ์โดยรอบให้ฟัง
“ราชาอยู่ที่ประตูหน้าของวัง!!”
“เดินเลาะไปตามกำแพงแล้วหลบเข้าในฝูงชนเถอะ”

“OK” คิรัวร์ตอบรับก่อนถามต่อ
“ปีโต้กับกอร์นเป็นไงบ้าง”

“พวกเขาเพิ่งเข้าไปในที่ซ่อนภายในเป่ยจิง”
“……”
“ตอนนี้กำลังเดินอยู่ในระเบียง…”

ปาล์มเกร็งตาขึ้นดูภายในลูกแก้ว ก่อนตอบ

คิรัวร์ เห็นปาล์มปิดตาขวาโดยตลอด เลยลองถามหยั่งไป
“เกิดอะไรขึ้นกับคริสตัล?”
“เธอยังเห็น’ชั้น’กับ’ปูฟ’อยู่ใช่มั้ย?”

“อืม…ถ้า ‘มอง’จากมุมมองของชั้นนะ”
ปาล์มตอบ และยังอธิบายเรื่องความสามารถเสริมขึ้นอีก

“ความสามารถ’วิ๊งค์บลู(เงือกน้อยเดียวดาย)’ของชั้นจะจดจำผู้คนด้วยการมองผ่านตาขวา”
“และเมื่อชั้น’มอง’ด้วยตาซ้าย ตำแหน่งของคนๆนั้นก็จะปรากฏขึ้นมาในคริสตัล”
“ในคริสตัลตอนนี้มีภาพของกอร์นและปีโต้,คิรัวร์กับชั้น,ราชา ปูฟและยูปี ฉายอยู่…เหมือนกับการแบ่งหน้าจอของโทรทัศน์”

“จริงๆคนที่ชั้นมองด้วยตาขวามีแค่ปูฟ คิรัวร์และกอร์น”
“คนอื่นนอกเหนือจากนี้ชั้นจะ’มอง’เห็นก็ต่อเมื่อเข้ามาใกล้กับสามคนที่ว่า”
“และความสามารถนี้ของชั้นจะ’มอง’ผู้คนได้แค่ทีละสามคนเท่านั้น”
“ถ้าชั้นมองคนอื่นด้วยตาขวา คนที่มองคนแรกก็จะโดนลบออกไป…ในกรณีนี้ก็คือปูฟ”

“งั้นไม่จำเป็นต้องเฝ้า’มอง’ปูฟก็ได้มั้ง”
“เพราะถ้า’มอง’แต่ร่างต้นจนไม่ระวังร่างแยก เผลอๆจะเป็นผลร้ายมากกว่าผลดี”

คิรัวร์เสนอขึ้นมา

“แน่ใจรึ…?”
ปาล์มแย้งขึ้น

“เพราะ’มองได้แต่ร่างต้น’ก็หมายถึงไม่ต้องกังวลกับการก่อกวนของร่างแยก”
“ไม่คิดรึว่าถ้าจัดการร่างต้น ที่มีขนาดเท่าแมลงวันได้ ก็จะกำจัดได้ทั้งร่างต้นและร่างแยก…?”
“ถ้ามันแตกตัวก็จะเป็นโอกาสที่จะกำจัดปูฟ”
“แบบนี้ไม่ถือว่าเป็นข้อได้เปรียบแบบสุดๆรึไง?”

ปาล์มพูดด้วยสีหน้าจริงจังกับโอกาสทองแต่ทั้งหมดนั้นอยู่ในสายตาของปูฟที่ทิ้งร่างแยกไว้ติดตามทั้งคู่อยู่ดี

“อืม…รู้ตัวจนได้แฮะ!!…แต่ไว้ค่อยหาทางใช้ประโยชน์จากจุดนี้”
“ที่สำคัญ รีบๆ’เฝ้าดู’ทางปีโต้กับกอร์นดีกว่ามั้ง”
“แล้วเดี๋ยวพวกแกจะได้’เห็น’อะไรเด็ดๆแน่”

ร่างแยกของปูฟแสยะยิ้มอย่างได้เปรียบ

คิรัวร์อุ้มโคมุกิเดินตามแนวรั้วไปเรื่อยๆ ระหว่างทางคิรัวร์ก็พูดบางอย่างขึ้น

“ปาล์ม”

“ขอบใจนะ”

ปาล์มหันมามองคิรัวร์ตามเสียงทำให้สายตาทั้งคู่สบกันแวบนึง ก่อนจะหันหนีกันด้วยความเขินอาย

“ขอบใจเรื่องอะไร” ปาล์มถาม
คิรัวร์“……ก็หลายๆอย่าง”
ปาล์ม“หลายอย่างอะไรล่ะ?”
คิรัวร์“เออน่า หลายอย่างก็คือหลายอย่าง?!”

ปาล์มทำท่าบึ้งใส่คิรัวร์
“ท่าทางยังงั้นมันอะไรยะ?! นายมันไม่ใช่พวกที่จะมาขอบใจคนอื่นนี่  มีอะไรรึไง!?”

คิรัวร์ตัดบท
“เอาน่า ชั้นไม่พูดแล้วล่ะ”
“ก็เราเป็นเพื่อนกันแล้ว”
“ชั้นไม่อยากจะขอบใจเพื่อนหลายครั้ง”

“แล้วทางกอร์นเป็นไงบ้าง?!”

“อ๊ะ!! จริงสินะ”
ปาล์มตกใจก่อนจะใช้ความสามารถส่องดูกอร์น
“เอ๋!?”

“มีอะไรรึ?!” คิรัวร์ถามเมื่อเห็นท่าทีของปาล์มเปลี่ยนไป

ปาล์ม เพ่งดูอีกครั้งก่อนจะพูดออกมาสั้นๆ

“นี่มัน…เกิดอะไรขึ้น…!?”

ณ.เมืองเป่ยจิง ประตูปราสาทโบราณเปิดขึ้น กอร์นและปีโต้เดินเข้าสู่ภายในนั้น

กอร์นชี้ทางให้ปีโต้ “ประตูสุดท้ายทางขวา”

ปีโต้เหลือบมองกอร์นทีนึงก่อนจะเดินนำไปโดยระหว่างเดินปีโต้แสร้งแกว่งมือชนสะโพกตัวเอง กดรับสายโทรศัพท์ที่สั่นอยู่ในกระเป๋ามาได้ครู่นึงแล้ว

[แม้ภายในปราสาทเก่าจะมีเสียงโหยหวนดังมาจากรอบทิศ]
[แต่ด้วยความสามารถทางการได้ยินของปีโต้ก็เป็นไปได้]
[ที่จะจับใจความจากโทรศัพท์มือถือที่ซ่อนเอาไว้ในกระเป๋า]

เสียงจากโทรศัพท์ พูดขึ้นต่อไปโดยมีปีโต้ที่ตั้งใจแอบฟังอยู่ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

[ท่านปีโต้ นี่เวลฟีนนะครับ]
[ผมจะรายงานสถานการณ์สำคัญเร่งด่วนให้นะ]
[โบรวูด้ากับข้าได้ตัวผู้หญิงมาแล้ว]
[เธออยู่ข้างๆข้าในตอนนี้ ซ่อนตัวกันอยู่ที่ชั้นใต้ดิน]
[ข้าจะให้เธอพูดสายนะครับ]

[อะโหยว…? ท่านปีโต้หรอก๊ะ นี่โคมุกินะก๊ะ]
[อิชั้นไม่เป็นไยแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงแล้วก้ะ]

ระหว่างนั้นกอร์นได้ชี้ทางให้ปีโต้ไปทางขวาต่อ
แววตาตาของปีโต้ได้เปลี่ยนกลับคืนมาเป็นแววตาสัตว์ป่าแบบที่เคย พร้อมทั้งบรรยากาศสุดสยองที่กลับมารายล้อมรอบตัวอีกครั้ง

ปีโต้ตอบรับขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย

“เข้าใจแล้ว”

ย้อนกลับทางชั้นใต้ดินของวัง เวลฟีนในสภาพร่อแร่วางสายโทรศัพท์หันหน้ากลับไปถามบุคคลข้างๆที่อ้างตัวเป็นโคมุกิ
“แค่นี้โอเคมั้ย?”
“ถ้าเ้ป็นไปได้ช่วยตามหมอให้ข้าด้วยนะครับ… ท่านปูฟ?…(ละมั้ง)”

“ดีมาก”เสียงนั้นตอบ

ปูฟจิ๋วตนนึงบินขึ้นมาโดยมีใบหน้าเป็นโคมุกิ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งในแผนร้ายของมัน

(สามารถแตกตัวไปได้ถึงระดับ เซล!!)
(หมายความว่าจะประกอบรูปร่างตัวเองขึ้นเป็นคนอื่นก็ได้!!)
(ทั้ง หน้าตา!! รูปร่าง!!)
(รวมไปถึงเส้นเสียง!!)

(หึหึหึ แค่นี้ปีโต้ก็เสร็จเราแล้วตกอยู่ภายใต้มนต์สะกดของเราอีกคน)

(เวทมนต์ที่ทำให้เป็นอิสระจากยัยนั่น)

ณ.ตอนนั้น ปีโต้และกอร์นก็เดินมาถึงห้องสุดปลายทางเดินโดยมีไคท์ที่นั่งทรุดอยู่กับที่รอมาตลอด

กอร์นและปีโต้ยืนมองไคท์จาก ทางด้านหลัง

“เอาล่ะ ตามที่ตกลงกันไว้”
“รักษาไคท์ซะ”
“ถ้าเสร็จแล้ว ชั้นจะปล่อยตัวผู้หญิง”

กอร์นสั่งแต่ปีโต้กลับย้อนถามโดยที่ไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง

“ชื่อ…”
“ที่เคยบอกไว้ เธอชื่ออะไร……?”

“กอร์น  กอร์น ฟรีกซ์”
กอร์นตอบออกไป

ปีโต้โต้ทิ้งช่วงนิดนึงก่อนพูดต่อ
“กอร์น… เธอยอมที่จะฟังคำขอร้องของชั้น”
“นั่นทำให้ชั้นรู้สึกขึ้นมา ว่าควรบอกกับเธอไปตรงๆ”

“เค้าคนนี้”

“ได้ตายไปแล้ว”

ท่ามกลางความรู้สึกที่ถาโถมกอร์นได้แต่นิ่งเงียบฟังคำพูดของปีโต้

“เค้าตายไปแล้วตอนที่ได้สู้กับชั้น ชั้นยังจำได้…”
“ตอนนั้นเธอก็อยู่ที่นั่น…”

ท่ามกลางคำพรรณา้ร่างของไคท์ก็ค่อยๆทรุดลงไปนอนนิ่งกับพื้น
น้ำตาของกอร์น เริ่มไหลลงมาอาบแก้มทีละน้อย

“คนที่ตายไปแล้ว…ไม่สามารถกลับมามีชีวิตได้อีก”
“ทั้งหมดที่ความสามารถของชั้นทำคือแค่รักษาร่างกาย คอยยับยั้งการเน่าเปื่อย และควบคุมร่างกายของเค้า”

“วิญญาณของเค้าได้จากไปแล้ว”

“เค้าไม่สามารถ………กลับมาเป็นเหมือนเดิม ได้อีกแล้ว”

“ขอโทษด้วย”

เมื่อปีโต้พูดจบกอร์นทรุดลงไปนั่งกับพื้น

(ชั้น)

“งี่เง่า!! ช่วงนี้มีใครเค้าเข้ามาในดงต้นบีชงูกันมั่งวะ!!!”
“คุณจินเป็นครูของชั้นเอง”

คำพูดประโยคแล้วประโยคเล่าและภาพต่างๆของไคท์ผุดเข้ามา ในหัว
หนึ่งในนั้นคือภาพของไคท์ช่วยพวกกอร์นจนตัวเองต้องถูกทำร้าย

(ฆ่า เค้า)

ภาพสุดท้ายของไคท์ หันกลับมาพูดกับกอร์นอย่างนุ่มนวล “ต้องฝากเธอแล้วนะ”

เมื่อภาพความทรงจำทั้งหมดจบลง ภาพที่เหลืออยู่คือร่างไร้ชีวิตของไคท์ที่นอนนิ่งอยู่เบื้องหน้า

(ชั้น)

………

จบตอน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: