[Spoil] Bleach – 399 DEICIDE

Credit Text Spoil : Drake

หน้าเปิด

เปิดตอนมาต่อจากตอนที่แล้วที่อิจิโกะกับงินเตรียม เผชิญหน้ากัน ตัดฉากไปทางฝั่งไอเซ็นกับอิชชินที่กำลังสู้กันอย่างดุเดือด พลังโจมตีของอิชชินซัดไอเซ็นจนกระเด็นไปตามแนวถนนเป็นระยะทางหลายร้อยเมตร ครั้นตวัดตัวกลับมาตั้งหลักได้ทัน ก็เจออิชชินใช้ก้าวพริบตาพุ่งมาอยู่เหนือหัว แล้วฟาดเปรี้ยงใส่กบาลเต็มเหนี่ยวด้วยท่าจับดาบสองมือเหมือนสับขวานลงบนบ้อง ไผ่ พลังทำลายรุนแรงจนไอเซ็นต้องถลันหลบออกไปด้านข้าง อิชชินไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายหนีรอด วาดดาบตามไปทันที ไอเซ็นก้มหลบได้ แล้วฟาดฝ่ามือไปที่ลำตัวของอิชชิน พร้อมประกาศชื่อวิถีมารแบบไม่ร่ายท่วงทำนองวิญญาณทันที

“ไรโคโฮ (ปืนใหญ่ฟ้าคำรณ)”

บังเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวราวกับ เสียงกระสุนปืนใหญ่กระทบเป้าหมาย คลื่นกระแทกมหาศาลจากแรงระเบิดกระจายออกไปข้างหน้าพร้อมๆ กับประกายแสงแปลบปลาบคล้ายสายฟ้าแลบผ่านเมฆ กินรัศมีหลายร้อยเมตรตั้งแต่บนพื้นยันฟากฟ้าที่สูงลิบ กว้างเสียจนแม้แต่คนที่อยู่ห่างออกไปหลายกิโลเมตรยังสามารถมองเห็นอำนาจ ทำลายของวิถีมารได้อย่างชัดเจน

ตัดฉากกลับไปทางอิจิโกะที่เผชิญหน้ากับงินอยู่ งินเอ่ยปากทักอิจิโกะด้วยใบหน้าแย้มยิ้มเหมือนหน้ากากจิ้งจอก ว่านานแล้วนะที่ไม่ได้ต่อสู้กันแบบนี้ แล้วจึงถามอิจิโกะต่อว่ายังจำตอนที่สู้กันในโซล โซไซตี้ครั้งนั้นได้หรือเปล่า (ตอนเจอกันครั้งแรกในเล่ม 9) ตัวเขาน่ะจำได้ดีเลย ว่าครั้งนั้นพอเขาฟันแขนของจิดันโบขาดปุ๊บ อิจิโกะก็เลือดขึ้นหน้ากระโจนเข้ามาฟันใส่เขาปั๊บเลย

“ตอนนั้นข้า คิดนะว่าเจ้าเป็นเด็กที่ตลกดีจัง”

“…จำไม่ได้เลยสักนิด” อิจิโกะย้อนหน้าตาเฉย

“แตหลอ” งินตอบกลับด้วยสีหน้าแทบจะไม่เปลี่ยนเช่นกัน “นี่กะจะชวนตีกันรึไง”

“ไม่ ใช่อย่างนั้น” อิจิโกะขยายความ “ไม่ใช่ว่าจำดาบของนายไม่ได้หรอก แต่จำ ‘จิตใจ’ ของนายไม่ได้ต่างหาก”

คำพูดของเด็กหนุ่มยมทูตทำ เอางินเป็นฝ่ายงงไปบ้าง แต่ก็ยังตีหน้าแป๊ะยิ้มฟังอีกฝ่ายอธิบายต่อไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“พอ ได้ประดาบกับคู่ต่อสู้แล้ว ชั้นก็พอรับรู้ความนึกคิดของคู่ต่อสู้ได้นิดหน่อย ถึงจะไม่ถึงขั้นเรียกว่าอ่านจิตใจคู่ต่อสู้ได้ก็เถอะ แต่ก็พอรับรู้ได้ว่าคู่ต่อสู้เตรียมใจมาแบบไหนขณะจับดาบ รับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายยอมรับชั้นหรือว่าดูถูกชั้น ปกติระหว่างต่อสู้ต้องซัดกันแบบเอาเป็นเอาตาย เพราะงั้นส่วนมากชั้นจะมาคิดได้ทีหลัง แต่ยิ่งคู่ต่อสู้แข็งแกร่งมากเท่าไหร่ จิตใจที่สื่อสิ่งนั้นออกมาก็ยิ่งแจ่มชัดเท่านั้น”

“พูดยังกับ นักกวีเลยเนอะ” อยู่ๆ งินก็แกล้งปั้นเสียงทึ่งแทรกขึ้นมา เลยเจออิจิโกะด่าเข้าให้ว่าสอใส่เกือก

“แต่ชั้นไม่รู้สึกถึงสิ่ง นั้นจากตัวนายเลย” อิจิโกะสรุปปิดท้ายคำอธิบายในที่สุด “ในตอนนั้น ทั้งๆ ที่นายสู้กับชั้นอยู่ แต่สายตานายกลับไม่ได้มองมาที่ชั้นแม้แต่น้อย แต่จะมองไปที่อะไรชั้นก็ไม่รู้ถึงขนาดนั้นหรอกนะ”

บังเกิดความ เงียบขึ้นระหว่างทั้งคู่ในทันทีที่อิจิโกะอธิบายจบ ต่างฝ่ายต่างยืนจ้องตากัน ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกมากหลายตีเข้าด้วยกัน ฝ่ายหนึ่งผสมปนเปทั้งความเคร่งเครียดและความประหลาดใจต่อคู่ต่อสู้ ขณะที่อีกฝ่ายยังคงซ่อนความรู้สึกทั้งหลายไว้ภายใต้หน้ากากรอยยิ้มนั้น

เนิ่น นานให้หลัง งินจึงค่อยเอ่ยปากขึ้นด้วยน้ำเสียงร่าเริงแบบจงใจปั้นอันเป็นลักษณะปกติ …แต่หากฟังให้ดี จะสัมผัสได้ว่ามันแฝงความกดดันบางอย่างไว้อย่างชัดเจน…

“…เจ้า นี่น้า” ใบหน้าของยมทูตกบฏหมายเลขสองยังคงยิ้มแย้มเหมือนใส่หน้ากากไม่มีเปลี่ยน แต่ยามนี้อิจิโกะกลับรู้สึกว่ารอยยิ้มนั้นดูน่าขนลุกกว่าปกติอย่างบอกไม่ถูก “ก็นึกอยู่หรอกว่าเป็นเด็กที่ตลกดี แต่ในอีกแง่ก็เป็นเด็กที่น่ารังเกียจจริงๆ ชักเข้าใจขึ้นมาแล้วสิ ว่าทำไมหัวหน้าไอเซ็นถึงสนใจเจ้านัก”

ว่าจบ งินก็ยกดาบฟันวิญญาณ “ชินโซ” (หอกเทวะ) ขึ้นชี้ตรงไปยังอิจิโกะ กระตุ้นให้เด็กหนุ่มขยับตั้งท่าเตรียมรับมือในทันที

“รู้หรือ เปล่าว่า ‘ชินโซ’ ของข้าสามารถยืดได้ยาวแค่ไหน” จู่ๆ งินก็ถามขึ้นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

“ไม่รู้เว้ย” อิจิโกะแค่นเสียงตอบ แกล้งปั้นสีหน้าว่าข้าไม่สนให้อีกฝ่ายเห็นชัดๆ

“เท่า กับดาบ 100 เล่ม” ยมทูตหน้าเป็นเฉลยคำถามหน้าตาเฉย ทั้งๆ ที่อีกฝ่ายแสดงทีท่าชัดเจนว่าไม่อยากรู้เฉลยซักนิด “เพราะงั้นตอนเด็กข้า ถึงได้ชื่อว่า ‘ร้อยดาบทะลวงแทง’ ไงล่ะ”

“ไม่เคยได้ยินเว้ย” อิจิโกะแค่นเสียงอีกรอบอีกรอบ สีหน้าชักจะเริ่มส่อแววหงุดหงิดขึ้นทุกที

“ถ้า เป็นอย่างนั้นจริง ตอนปลดปล่อยสวัสดิกะ เจ้าคิดว่าดาบข้าจะยืดได้ยาวแค่ไหน” งินยังคงถามกวนประสาทต่อ ไม่นำพากับสีหน้าหงุดหงิดของอิจิโกะแม้แต่น้อย

“…ชั้น ไม่ได้มาเล่นเกมโชว์ตอบคำถามกับแกนะเว้ย” อิจิโกะเริ่มหมดความอดทนในที่สุด เป็นเหตุให้ถูกงินแกล้งปั้นเสียงยั่วล้อใส่ว่าไม่ยอมรับมุก ก่อนที่เสียงปนหัวเราะจะพูดต่อไป

“ช่วยไม่ได้น้า จะบอกด้วยหน่วยวัดความยาวของพวกเจ้าให้เข้าใจง่ายๆ ก็แล้วกัน”

ถึง ตรงนี้ งินก็แกล้งเว้นระยะเล็กน้อย จ้องหน้าอิจิโกะเหมือนกับจะรอดูปฏิกิริยาหลังได้ยินคำตอบของอีกฝ่ายให้ชัดๆ แล้วจึงพูดออกไป

“13 กิโลเมตรยังไงล่ะ”

อิจิโกะถึง กับอ้าปากค้างต่อคำตอบที่ได้ยิน และนั่นก็สมใจงินยิ่งนัก

“อึ้งไป เลยล่ะสิ” เขาว่าพลางยิ้มขันๆ “แทนที่จะฟังแค่ตัวเลข มาดูจะๆ ด้วยตาตัวเองเลยดีกว่ามั้ง”

ขาดคำ งินก็ยกดาบขึ้นเงื้อไปด้านหลังในท่าเตรียมพร้อมฟันกวาดจากซ้ายไปขวาในแนว ขนานกับพื้น มองไปมองมาดูน่าขันมากกว่าน่าเกรงขามด้วยความยาวของดาบสั้นนั้นช่างไม่รับ กับการตั้งท่าเอาเสียเลย

แต่อิจิโกะนั้นรู้ดี ว่าภายใต้การตั้งท่าที่ดูน่าหัวเราะนั้นแฝงพลังมหาศาลที่สามารถฆ่าเขาได้ อย่างง่ายดายเพียงไร…หากตั้งรับไม่รัดกุมพอ

ดวงตาหยีเล็กของยมทูต กบฏแห่งโซล โซไซตี้เบิกขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นแก้วตาสีฟ้าขุ่นเย็นยะเยือกราวกับน้ำแข็งที่รับกับรอยยิ้มบิด เบี้ยวบนใบหน้าอย่างเหมาะเจาะ ดวงตาคู่นั้นจับจ้องไปยังอิจิโกะที่ยืนเกร็งกำลังเตรียมพร้อมอยู่ตรงหน้า อย่างเยือกเย็น

แล้วจึงเอ่ยปากช้าๆ

“ปลดปล่อยสวัสดิกะ คามิชินิโนะยาริ (หอกพิฆาตเทวะ)”

ระหว่างทั้งคู่มีเพียงความเงียบที่ไร้สรรพสำเนียงใดๆ แม้เวลาจะล่วงผ่านไปหลายวินาทีหลังสิ้นคำประกาศปลดปล่อยดาบ

หากภาย ใต้ความเงียบนั้น กลับมีบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวเกิดขึ้นกับสิ่งก่อสร้างต่างๆ ในรัศมีกว่าสิบกิโลเมตรด้านหลังพื้นที่ที่ทั้งคู่ต่อสู้กัน ทั้งอาคารห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน อพาร์ทเมนท์สูงใหญ่ เสาไฟฟ้า เสาไฟจราจร ตลอดจนบ้านเรือนของผู้คน

สิ่งก่อสร้างต่างๆ เหล่านั้นกำลังถูก “อะไรบางอย่าง” ตัดจนขาดสะบั้น!!

รวดเร็วจน ไม่ได้ยินแม้แต่เสียงดาบชำแรกผ่านวัตถุ รวดเร็วจนไม่อาจมองตามทันด้วยสายตา รู้ตัวอีกที เสียงดังสนั่นราวปฐพีทลายก็ดังขึ้น ก่อนที่สิ่งก่อสร้างใหญ่น้อยนับสิบหลังที่อยู่ด้านหลังของงินจะล้มครืนลง พร้อมๆ กันราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นกวาดตบจนคว่ำ

หากแท้จริงไม่ได้ เกิดจากมือล่องหนของปีศาจหรือยักษ์มารที่ไหนเลย

แต่เกิดจากคมดาบใน มือของงิน…ที่บัดนี้ยืดยาวราวกับลำตัวของอสรพิษยักษ์…ฟันกวาดเข้าใส่จน ขาดกระจุยต่างหาก

ดาบที่ยาวเหยียดราวกับจะทะลุผ่านม่านเมฆไปถึง วิมานบนสวรรค์ชั้นฟ้า ทิ่มแทงเหล่าเทวาเบื้องบนจนสิ้นชีพได้ก็ไม่ปาน!!

อิ จิโกะมีโอกาสได้เห็นคมดาบนั้น ก็เพียงแว่บเดียวเมื่อคมดาบมาจ่ออยู่ห่างใบหน้าเพียงไม่ถึงครึ่งฟุตเท่านั้น

เด็ก หนุ่มในร่างยมทูตตะลึงวาบ จะตวัดดาบปัดทิ้งก็ไม่ได้ จะก้มตัวหลบก็ไม่ทัน จำต้องยกดาบขึ้นตั้งรับตรงๆ อย่างหักโหม

หากเป็นอิจิโกะในวันนั้น เจอการโจมตีระดับนี้เข้าไปคงมีหวังขาดสองท่อนในพริบตาโดยที่ไม่ทันได้ออก กระบวนท่าด้วยซ้ำ แต่อิจิโกะในวันนี้ไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว เวลาที่ผันผ่าน เปลี่ยนเด็กหนุ่มที่เคยถูกงินกระแทกจนกระเด็นกลิ้งปัดๆ อย่างง่ายดายด้วยเพียงแค่ปลดปล่อยขั้นต้น ให้กลายเป็นยอดนักรบผู้เชี่ยวชาญถึงระดับหัวหน้าหน่วยคนหนึ่งของโซล โซไซตี้

ด้วย เหตุนี้ ภาพที่ปรากฏต่อหน้างิน จึงกลายเป็นภาพอิจิโกะกระทืบเท้าตั้งหลักยันไว้ได้ อาศัยกำลังของตนเพียวๆ ต้านแรงปะทะจากดาบที่ยาวเหยียดกว่ารถไฟทั้งขบวนอย่างเต็มที่ ดันอิจิโกะจนเท้าครูดดินเป็นระยะทางหลายสิบเมตร

…ก่อนจะหยุดลงใน ที่สุด…

สีหน้าเยือกเย็นของงินกระตุกวาบด้วยความประหลาดใจที่คู่ ต่อสู้ตั้งรับไม้ตายระดับสูงของตนไว้ได้ รอยยิ้มเหยียดคล้ายหน้ากากจิ้งจอกคลายลงทันควัน

“…ตกใจอะไรกันฟะ” อิจิโกะแค่นเสียง แล้วเงยหน้าจ้องอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง “ปลดปล่อยสวัสดิกะยังไงก็หยุดปลด ปล่อยสวัสดิกะด้วยกันได้อยู่แล้วไม่ใช่เรอะ”

พูดจบ อิจิโกะก็อาศัยจังหวะที่งินกำลังตะลึง ซัด “เขี้ยวจันทราทะลวงสวรรค์” สวนออกไปทันที ความเร็วของเขี้ยวจันทราในระยะประชิดนั้นเกินกว่าที่งินจะหลบเลี่ยงพ้น ต้องตั้งหลักรับคลื่นพลังสีดำอันทรงพลังนั้นตรงๆ จากด้านหน้า

เกิด เสียงระเบิดดังสนั่นเมื่อคลื่นพลังกระทบเป้าหมายเข้าอย่างจัง

ความ เงียบปกคลุมพื้นที่บริเวณนั้นอยู่ชั่วขณะ ก่อนที่เสียงทอดถอนของงินจะดังลอดหลังม่านควันระเบิดของคลื่นพลังออกมา

“…จริงๆ น้า…”

เสียงพูดดังขึ้นพร้อมๆ กับที่ควันระเบิดจางลง เผยให้เห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มบิดเบี้ยวเหมือนหน้ากากจิ้งจอกของงินหลังม่าน ควันนั้น แม้ซีกซ้ายของใบหน้าจะแดงฉานไปด้วยเลือดสดๆ จากบาดแผลฝีมือคลื่นพลัง

“…เจ้ามันก็น่ารังเกียจจริงๆ ให้ตายสิ”

จบตอน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: