[Spoil] Bleach – 396 THE BITE

Credit Text Spoil : Drake

หน้าเปิด

เปิดตอนมาต่อจากตอนที่แล้วที่ไอเซ็นหนีพ้นจาก “วิถี ทำลายที่ 96 อิตโตขะโซ” (หนึ่งดาบเพลิงส่งวิญญาณ) วิถีมารต้องห้ามที่ใช้ร่างกายที่ไหม้เป็นเถ้าถ่านของผู้ใช้วิชาเป็นสื่อเร่ง ปฏิกิริยาเพื่อปลดปล่อยพลังออกมา (เรียกง่ายๆ ก็ “เวทสละชีพ” หรือ “เม กันเต้” เวอร์ชั่น Bleach นั่นแหละ) แล้วเจออิจิโกะในสภาพสวมหน้ากากฮอลโลว์ดักรออยู่ อิจิโกะไม่พูดพร่ำทำเพลง เงื้อดาบซัด “เขี้ยวจันทราทะลวงสวรรค์” เปรี้ยงเข้าใส่เต็มเหนี่ยว เขี้ยวจันทราอันทรงพลังของอิจิโกะสับเปรี้ยงเข้าเต็มไหล่ซ้ายจนเนื้อกระดูก ขาดสะบั้นเป็นทางยาว เลือดแดงฉานพุ่งกระฉูดราวน้ำพุ
อำนาจการทำลายของเขี้ยวจันทราแบบสุดกำลังไม่หยุด เพียงแค่นี้ มันพุ่งผ่านร่างไอเซ็นไป ผ่าตึกที่อยู่ใต้ตำแหน่งยืนกลางอากาศของทั้งคู่ ตึกสูงลิบกว่าสิบชั้นขาดแบะออกเป็นสองซีกในพริบตาราวกับดุ้นฟืนถูกขวานจาม ซีกขวาทนอำนาจการทำลายไม่ได้ทลายลงไปกับพื้นทั้งหลัง ส่วนซีกซ้ายยังคงตั้งอยู่ได้ไม่ยอมทลายลงมาง่ายๆ

สองยมทูตร่อนลงยืน บนซากตึกที่เหลือรอดจากอำนาจทำลายด้วยอากัปกิริยาต่างกัน ฝ่ายหนึ่งสโลสเลด้วยอาการบาดเจ็บบนร่าง ส่วนอีกฝ่ายร่อนลงอย่างหนักแน่นด้วยพลังและจิตมุ่งมั่นจะขยี้จนกว่าศัตรูตรง หน้าจะยับเยินหมดทางต่อสู้ไป

อิจิโกะควงดาบเป็นวงสั้นๆ หนึ่งครั้ง ซัดเขี้ยวจันทราออกไปนัดหนึ่ง ไอเซ็นพลิ้วตัวหลบฉากออกด้านข้าง แล้วพุ่งตัววูบลอดสีข้างซ้ายอิจิโกะไปหมายจะอ้อมไปข้างหลัง อิจิโกะไม่ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายฉวยโอกาสโจมตีทางด้านหลัง หมุนตัววาดดาบซัดเขี้ยวจันทราตามไปอีกนัด ไอเซ็นตวัดมือซ้ายกลับหลังวูบโดยไม่มองหลัง ปัดเขี้ยวจันทรานัดที่สองจนกระจายออกไปคนละทิศละทาง เศษคลื่นพลังที่กระจัดกระจายพุ่งชนกับพื้นกับซากตึกเบื้องล่าง เสียงระเบิดตูมๆ ติดกันไม่นับ

อิจิโกะตวัดดาบซัดเขี้ยวจันทราโจมตี ซ้ำเป็นนัดที่สาม

ครั้งนี้ไอเซ็นไม่รอให้เขี้ยวจันทราพุ่งจากดาบ หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับอิจิโกะ แล้วโถมเข้ากระแทกดาบใส่ก่อนที่อิจิโกะจะทันฟันหมดวง แล้วออกแรงกดดาบของอิจิโกะไว้แน่น อิจิโกะเห็นอีกฝ่ายออกแรงมาก็ออกแรงต้านกลับ จนต่างฝ่ายต่างไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้ ได้แต่ยันดาบต้านกันอยู่ในระยะประชิดแทบจะหายใจรดกันแบบนั้น

แม้จะ บาดเจ็บหนักจนแทบจะใช้แขนซ้ายไม่ได้ดังใจ ซ้ำยังเพิ่งผ่านวินาทีแห่งความเป็นความตายมาสดๆ ร้อนๆ แต่ไอเซ็นก็ยังคงยิ้มอย่างเยือกเย็น ไม่แสดงทีท่าหวั่นไหวผิดกับสีหน้าก่อนโดนอิจิโกะฟันเอาลิบลับ ทำเอาอิจิโกะอดไม่ได้ต้องถามว่าหัวเราะอะไร

“…เจ้าพลาดโอกาสฆ่า ข้าไปแล้ว คุโรซากิ อิจิโกะ” เจ้าแห่งอธรรมตอบ “เมื่อครู่นี้เป็นการ เปิดช่องว่างครั้งสุดท้ายของข้าแล้วนะ”

“แค่นี้ก็เกินพอ” เจ้าหนุ่มยมทูตย้อน “ยังไงแกก็บาดเจ็บแล้ว”

“…บาด เจ็บ?” ยมทูตกบฎทวนคำเยาะๆ “นี่เจ้าเรียกของพรรค์นี้ว่าอาการบาดเจ็บ งั้นรึ?”

ได้ยินดังนั้น อิจิโกะก็ชะงัก เหลือบตาไปมองแผลบนไหล่ซ้ายของฝ่ายตรงข้ามทันที

เขาพบว่าบาดแผลสาหัส เนื้อขาดเหวอะหวะบนไหล่ข้างนั้น บัดนี้มีบางอย่างคล้ายประกายไฟฟ้าขนาดเล็กส่งส่งเสียงเปรี๊ยะๆ กำลังทอดอยู่เหนือปากแผล มองไปมองมาดูคล้ายตาข่ายสีดำเล็กๆ คลุมอยู่เหนือผิวหนังรอบปากแผลยังไงยังงั้น

ปากแผลที่กำลังรูดปิด อย่างรวดเร็วจนน่าตื่นตะลึง!!

ภาพที่เห็นทำเอาอิจิโกะถึงกับเบิกตา ค้าง แว่บแรกเขานึกว่านั่นคือความสามารถ “ฟื้นสภาพด้วยความเร็วสูง” อันเป็นความสามารถของเหล่าฮอลโลว์ชั้นเมนอสขึ้นไป แต่ก่อนจะทันได้แสดงความรู้สึกอะไรออกไปนั้นเอง

“ไม่ใช่การฟื้น สภาพด้วยความเร็วสูงหรอก” ราวกับรู้ใจอิจิโกะอย่างทะลุปรุโปร่ง ไอเซ็นกลับเป็นฝ่ายออกปากตอบคำถามก่อนที่อิจิโกะจะมีโอกาสออกปาก “คิดว่า ข้าจะแปลงเป็นฮอลโลว์หรืออย่างไร”

ว่าจบก็ฉวยโอกาสที่อิจิโกะ ตะลึงจนเผลอคลายแรงกดดาบ ออกแรงผลักสวนหนึ่งครั้ง กระแทกอิจิโกะให้ถอยกรูดเท้าลากพื้นไปข้างหลังหลายสิบก้าว

“นี่ คือสัญชาตญาณป้องกันตัวที่มีไว้เพื่อราชันย์” ไอเซ็นขยายความ

อิ จิโกะได้ยินดังนั้นก็หรี่ตาลงอย่างระแวงสงสัย “หมายความว่ายังไง?”

แทนคำตอบ เจ้าแห่งอธรรมเลิกชายเสื้อซีกขวาออก เผยให้เห็นร่างท่อนบนเปลือยเปล่าไร้สิ่งใดปิดบังอย่างชัดเจน

ที่กลาง ลำตัวตรงของไอเซ็นนั้นมีบางอย่างคล้ายลูกแก้วฝังอยู่ ลูกแก้วนั้นเป็นสีม่วงเข้มจัดจนเกือบดำสนิท ตัวลูกแก้วสะท้อนประกายสีฟ้าอ่อนๆ ราวกับเงาสลัวของแสงจันทร์ในม่านเมฆบนฟากฟ้าราตรี รอบตัวลูกแก้วนั้นมีประกายประกายคล้ายกระแสไฟฟ้าสีเข้มแบบเดียวกับที่รักษา บาดแผลของไอเซ็นไม่ผิดเพี้ยนกำลังแลบแปลบปลาบอยู่

อิจิโกะตะลึงไป อีกคำรบ ด้วยจำได้ว่าลูกแก้วที่ฝังอยู่ในร่างของฝ่ายตรงข้ามนั้นคืออะไร แม้จะมีโอกาสได้เห็นเจ้าสิ่งนั้นเพียงชั่วครู่เดียวก็ตาม

…ชั่ว ครู่เดียวที่ชายเบื้องหน้านี้ดึง “เจ้าสิ่งนั้น” ออกมาจากร่างลูเคียในการเผชิญหน้า ณ ลานประหารเมื่อหลายเดือนที่แล้ว…

“…โฮ เคียคุยังไงล่ะ” คำยืนยันของไอเซ็นยิ่งตอกย้ำความตะลึงของอิจิโกะยิ่งขึ้นไปอีก เขาเบิกตากว้างมองไปยังลูกแก้วสีม่วงเข้มนั้นด้วยสายตาตกใจแกมสับสน

ฝ่าย ไอเซ็นนั้นไม่มีทีท่าสนใจต่อทีท่าตะลึงลานของอิจิโกะแม้แต่นิด เขาเลื่อนมือซ้ายที่ว่างอยู่ขึ้นแตะบาดแผลตรงไหล่ที่จวนจะปิดสนิทแล้ว ใช้ปลายนิ้วปาดเอากลุ่มก้อนสีดำคล้ายเปลวควันที่หลุดออกมาจากปากแผล แล้วก้มลงพิศดูด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก

“นี่รึ พลังกดดันวิญญาณของเจ้า ยอดเยี่ยมจริงๆ” เจ้าแห่งอธรรมเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงชื่นชม “เติบโตขึ้นมากเลยนะ เติบโตมา ‘ตามที่ข้าคาดคิดไว้’ เลยทีเดียว”

ท่อนท้ายจงใจเน้นที่คำว่า “ตาม ที่ข้าคาดคิดไว้” อย่างชัดเจน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองปฏิกิริยาอิจิโกะด้วยสายตาชั่วร้ายเย็นเยียบ

ยมทูตหนุ่มหัวส้มยืนนิ่งไม่กระดุกกระดิกราวกับถูกฟ้า ผ่า หน้ากากที่ปิดบังใบหน้าทำให้ไม่อาจมองเห็นสีหน้าอาการใดๆ ได้ มีเพียงดวงตาเท่านั้นที่บ่งบอกอย่างชัดเจน ว่าคำพูดของไอเซ็นเมื่อครู่นี้กระทบจิตใจของเขามากเพียงไร

เจ้าแห่ง ความชั่วร้ายลอบยิ้มอย่างสมใจต่อปฏิกิริยาของอิจิโกะ ก่อนจะเริ่มจาระไนต่อไป

“ตัวเจ้าได้พบกับคุจิกิ ลูเคีย ปลุกพลังยมทูตในตัวออกมาในการต่อสู้กับอิชิดะ อุริว รู้ความสามารถของดาบฟันวิญญาณของตัวเองในการต่อสู้กับอาบาราอิ เร็นจิ ย่างสู่ขอบเขตของปลดปล่อยสวัสดิกะในการต่อสู้กับซาราคิ เคมปาจิ เข้าสู่ขอบเขตของการแปลงเป็นฮอลโลว์ในการต่อสู้กับคุจิกิ เบียคุยะ เชี่ยวชาญการแปลงเป็นฮอลโลว์ในการต่อสู้กับกริมจอว์ และได้อำนาจที่เหนือล้ำยิ่งกว่าอำนาจเหล่านั้นมาในการต่อสู้กับอุลคิโอร่า”

พูด ถึงตรงนี้ เจ้าแห่งอธรรมก็ยื่นฝ่ามือของตนออกมาข้างหน้าให้อิจิโกะเห็นชัดๆ แล้วสำทับปิดท้ายว่า

“คุโรซากิ อิจิโกะ ทุกการต่อสู้ของเจ้า ล้วนแต่เต้นอยู่บนฝ่ามือของข้ามาตลอด”

จบตอน


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: