[Spoil] Beelzebub – 52

หน้าเปิด

ฟุรุอิจิที่มาเจอมิกิแต่อีกฝ่ายกลับบอกว่าไม่ใช่และคิดว่าฟุรุอิจิจะอยู่กับโองะซะอีก แต่ฟุรุอิจิก็มั่นใจว่าคนที่อยู่ตรงหน้านั้นคือมิกิอย่างแน่นอนจึงทักทายเพราะไม่ได้เจอตั้งแต่ม.ต้น แต่มิกิก็ยังคงไม่เป็นมิตรกับฟุรุอิจิและปัดมือฟุรุอิจิออกและถามว่าฟุรุอิจิเป็นคนทำลายโรงเรียนจริงๆเหรอ แต่ฟุรุอิจิก็ตอบทันทีว่าไม่ใช่

จากนั้นทั้งคู่ก็คุยกันตามปกติซึ่งฟุรุอิจิก็รู้สึกแย่อยู่ที่ต้องมาอยู่รวมกับห้องมีปัญหาแบบนี้ แต่มิกิก็บอกว่านั้นเพราะฟุรุอิจิอยู่กับโองะตลอดและมิกิเองก็คิดว่าระดับฟุรุอิจิก็น่าจะเข้าโรงเรียนนี้ได้อย่างง่ายๆด้วย แล้วฟุรุอิจิก็แซวเรื่องที่มิกิเคยป๊อบในหมู่สาวๆด้วย

ฟุรุอิจิก็ยังบอกว่าดีใจที่ได้เจอมิกิอีกครั้งและก็ยืนยันว่าตัวเขาไม่ใช่คนที่ชอบไปก่อเรื่องมิกิเองก็คิดแบบนั้น แต่ยังไงมิกิก็บอกกับฟุรุอิจิเลยว่าถ้าเจอกับโรคิเซย์และก็ฟุรุอิจิก็สู้ไม่ได้อย่างแน่นอนเพราะคนพวกนั้นคือผู้ที่ได้รับมอบหมายเรื่องความปลอดภัยของโรงเรียนนี้และในตอนนี้ฟุรุอิจิก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักแล้วด้วยซึ่งไม่สำคัญว่าจะเก่งหรือไม่ก็ตาม และมิกิก็บอกให้ไปบอกโองะด้วย

แต่ก่อนมิกิจะไปฟุรุอิจิก็ถามถึงว่าจะรู้ได้ยังไงว่าเป็นพวกโรคิเซย์ มิกิก็บอกว่าดูที่สัญลักษณ์เพราะพวกนั้นจะมีสัญลักษณ์รูปสิงโตกางเขนอยู่ที่หลังปกคอเสื้อ พูดเสร็จมิกิก็เอาสัญลักษณ์สิงโตกางเขนของตัวเองให้ฟุรุอิจิได้เห็น และทุกคนก็จะติดหมุดรูปอะไรสักอย่างที่ด้านนอกปกอยู่ด้วย

ตัดไปทางโองะกับอาโออิที่มาเจอกับคนสองคนที่สงสัยว่าจะเป็นโรคิเซย์ คนที่สวมถุงมือทางฝั่งโองะก็แนะนำตัวก่อนว่าเป็นประธานชมรมชกมวยชื่อ ชินโจ อเล็กซ์ ส่วนคนทางฝั่งอาโออิ(ชื่อ ซากากิ ประธานชมรมเคนโด) นั้นกลับเงียบสนิทไม่พูดอะไรเลยทั้งนั้นจนชินโจต้องพูดว่าเพราะเหมือนกลายเป็นว่าตัวเองเป็นตัวตลกที่แนะนำตัวอยู่คนเดียว ชินโจก็เลยให้ซากากิแนะนำตัวซะแต่สุดท้ายก็ไม่ทำทั้งแนะนำตัวและลืมตาเลย

โองะที่รู้สึกทั้งสองคนบ้าๆบอๆก็เลยงงๆจนไม่ได้ตั้งท่าสู้ อาโออิก็เลยบอกโองะให้ระวังจะดีกว่าเพระรู้ว่าสองคนนี้เก่ง โดยเฉพาะคนผมยาวทางฝั่งอาโออิที่อาโออิรู้สึกว่าเก่งกว่าอีกคนด้วย

อาโออิที่ดูก็พอรู้ว่าสองคนนี้คือโรคิเซย์ก็เลยว่าทางที่ดีก็ไม่ควรจะสู้ด้วยแต่คราวนี้ก็ไม่ง่ายที่จะหนีแต่ถ้าสู้ด้วยก็ต้องโดนไล่ออกอย่างแน่นอน และอาโออิก็คิดว่าโองะคงไม่เข้าใจสถานการณ์แน่นอนก็เลยคิดว่าควรจะทำยังไงดี ดังนั้นอาโออิก็เลยเริ่มถามอีกฝ่ายก่อนว่าต้องการอะไรเพราะพวกเธอแค่มาหาเพื่อนเท่านั้น และถึงจะไม่รู้ว่าเป็นโรคิเซย์หรือป่าวแต่ก็คงโจมตีคนที่ไม่คิดจะต่อต้านอย่างแน่นอน

เมื่ออาโออิพูดแบบนี้อีกฝ่ายก็บอกเลยว่าอาโออิคิดผิดเพราะเหตุผลที่พวกเขามานั้นไม่ได้มาใช้ความรุนแรงแต่เป็นการลงโทษ

แล้วตอนนั้นเองซากากิก็เริ่มชักดาบโจมตีอาโออิอย่างรวดเร็วแต่อาโออิก็ไหวตัวหลบได้ทันแต่ก็โดนผมบางส่วนขาดไป แต่ที่น่ากลัวคือซากากิก็เก็บดาบได้อย่างรวดเร็วในทันทีที่โจมตีเสร็จจนมองตัวดาบไม่ทันเลยทีเดียว พวกนักเรียนที่อยู่ในห้องก็เลยมองไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อครู่นี้

อาโออิที่เริ่มแย่เพราะไม่มีอาวุธก็เลยบอกกับอาซุสะที่อยู่ในห้องว่าขอไม้บรรทัดหรืออะไรที่คล้ายๆกันหน่อย อาซุสะก็เลยเอามาให้ซึ่งก็คือไม้บรรทัดพลาสติกธรรมดาๆ แต่อาโออิก็ถือไม้บรรทัดนั้นให้เป็นอาวุธของตัวเอง แต่ชินโจก็คิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่อาโออิจะเอาแค่ไม้บรรทัดเข้าสู้เพราะซากากินั้นสามารถเหวี่ยงดาบได้เร็วถึง 250Km ต่อชั่วโมงเลยทีเดียว และถ้าอาโออิพลาดก็ไม่จบแค่แผลเล็กๆน้อยๆแน่นอน

และเมื่ออาโออิเตรียมพร้อมแล้วก็บอกซากากิให้ลุยเข้ามาได้เลย ตอนนั้นเองทั้งคู่ก็เลยนิ่งเงียบไปไม่ขยับอะไรใดๆทั้งสิ้น แต่เพียงชั่วพริบตาซากากิก็ลงมือและอาโออิก็ลงมือด้วยพลร้อมกัน และด้วยการปะทะกันระหว่างดาบกับไม้บรรทัด ผลนั้นสิ่งที่หักไปก็คือดาบของซากากิเองจนซากากิก็ขอชมอาโออิด้วยใจจริงที่เร็วยิ่งกว่าซากากิ พวกนักเรียนคนอื่นๆก็เลยเริ่มช็อกอ้าปากค้างไปตามๆกันที่มาเจอการดวลที่เหมือนจะเหนือมนุษย์แบบนี้

ทางชินโจก็เลยเข้าใจแล้วว่าพวกตนนั้นประเมินพวกโองะต่ำเกินไป คราวนี้ก็เลยจะลงมือเองและคนที่ชินโจจะสู้ด้วยก็คือ โองะ

โองะ: แล้วแกจะเสียใจ

จบตอน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: