[Spoil] Bleach – 395 The Burnout Inferno 3

Credit Text Spoil : Drake

เปิดตอนมาต่อจากตอนที่แล้วที่ปู่ยามะใช้หมัดคู่ซัด เปรี้ยงใส่วอนเดอร์ไวซ์เข้าเต็มๆ พลังทำลายของหมัดคู่ป่นร่างของวอนเดอร์ไวซ์จนแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ร่วงลงสู่พื้นราวกับตุ๊กตาเซรามิกถูกจับขว้างใส่ผนัง

หลังสิ้นสุด การต่อสู้ ปู่ยามะก็ก้มลงมองเศษซากซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นวอนเดอร์ไวซ์ด้วยแววตาสมเพช เวทนา แล้วหันไปประณามการกระทำของไอเซ็นว่าชั่วช้า ไอเซ็นได้ยินดังนั้นก็ย้อนกลับว่าชั่วช้าตรงไหน วิญญาณที่กลายเป็นฮอลโลว์มันก็แค่ตัวตนที่มีอยู่แค่เพื่อกัดกินวิญญาณดวง อื่นเท่านั้น ไม่มีค่าอะไรในฐานะวิญญาณมนุษย์ด้วยกันอีกแล้ว และการที่เขาจะมอบความหมายในการมีชีวิตให้กับสิ่งไร้ค่าเช่นนั้นถือว่าชั่ว ช้าตรงไหน ว่าจบก็หันมาย้อนด่าปู่ยามะเสียเองว่า “คนที่ป่นวิญญาณดวงนั้น จนแหลกเป็นผุยผงกับมืออย่างท่านต่างหากถึงจะเรียกว่าชั่วช้า”

“ข้าไม่คิดจะรับรู้เรื่องทฤษฎีโง่เง่าของเจ้า” ปู่ยามะด่าส่ง คลายอณูวิญญาณที่สร้างไว้เป็นที่หยั่งเท้าอยู่บนฟ้าทิ้งตัวลงมาเผชิญหน้ากับ ไอเซ็นบนพื้นดิน แล้วขยับตัวตั้งท่าจรดมวยพร้อมประกาศเสียงหนักแน่น “จบ กันแค่นี้ละ”

“ทฤษฎีโง่เง่างั้นรึ?” นายเหนือแห่งเหล่าอารันคาร์ทวนคำเยาะๆ “ก็เพราะไม่ใส่ใจต่อคำพูดของข้า แบบนั้นไงล่ะ ท่านถึงได้ฟังคำพูดของข้าพลาดไป”

ท่อนท้ายจงใจ เน้นเสียงพูดทีละคำ ทำให้ปู่ยามะนึกสะกิดใจขึ้นมา “หมายความว่ายังไง?”

“ลอง นึกทบทวนคำพูดของข้าให้ดีสิ” เจ้าแห่งความชั่วร้ายแกล้งเล่นลิ้น “ข้า พูดไว้ใช่มั้ยว่า ‘เอ็กซ์ทิงกิร์คือความสามารถที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อสะกดเปลวไฟของริวจินจักกะ เท่านั้น’ คำว่า ‘สะกด’ น่ะ มีความหมายว่าผนึกความสามารถจากในตัวดาบ ไม่ให้ดาบสามารถสร้างเปลวไฟใหม่ๆ ได้อีก”

“แต่เปลวไฟน่ะมี อยู่แค่นั้นจริงๆ รึ?” หัวหน้ายมทูตกบฏกระทุ้ง “มีอยู่ใช่มั้ยล่ะ เปลวไฟที่ท่านปล่อยออกมาก่อนหน้านั้นน่ะ”

คำพูดของไอเซ็นทำให้ ปู่ยามะนึกออกถึงเสาเพลิงจำนวนมากที่ท่านฉวยโอกาสแอบสร้างไว้ระหว่างที่ลูก น้องกำลังตะลุมบอนกับไอเซ็นหมายจะแผดเผาให้อีกฝ่ายตายตกไปตามกัน…แผนการ ซึ่งผิดพลาดเพราะการเข้าสนามรบของเจ้าวอนเดอร์ไวซ์ กับความสามารถ “สะกดเปลวเพลิง” ทำให้ทั้งความสามารถปล่อยไฟและเสาเพลิงเหล่านั้นถูกทำลายจนหมดสิ้น

ทัน ใดนั้น ก็เหมือนมีบางอย่างวาบเข้ามาในสมองของปู่ยามะ ยมทูตเฒ่าฉุกคิดถึงความหมายในคำพูดของอีกฝ่ายขึ้นมาได้ทันที

หากความ สามารถของเจ้าอารันคาร์ไม่สมประกอบนั่นมีเพียงแค่ “สะกด” ไม่ให้ริวจินจักกะปล่อยเปลวเพลิงได้อีกจริงๆ เหตุใดเสาเพลิงที่ปล่อยออกมาก่อนหน้านั้นถึงได้ดับไปด้วย?

“…เอา ละ” ไอเซ็นกระทุ้งอีกครั้งเมื่อเห็นสีหน้าว่าปู่ยามะเริ่มเดาอะไรออกแล้ว “คิด ว่าเปลวเพลิงพวกนั้นหายไปไหนกันล่ะ?”

ยมทูตเฒ่าเบิกตาค้างอย่าง ตะลึงลานกับคำถามที่เหมือนจะยืนยันสมมติฐานของท่าน ท่านหันขวับกลับไปยังซากของวอนเดอร์ไวซ์ในทันใด

ณ ตำแหน่งนั้น ร่างที่เหลือแต่เพียงลำตัวและศีรษะของเจ้าอารันคาร์เอ๋อ บัดนี้กำลังโป่งพองออกเหมือนร่างกายของคนบวมน้ำ ผิดกันแต่ร่างนั้นยังคงขยายตัวขึ้นอีกเรื่อยๆ จนทุกอวัยวะที่ยังเหลือติดอยู่กับร่างกายบิดเบี้ยวผิดส่วน

…ราว กับลูกโป่งอัดแก๊สที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อเพราะอัดแก๊สใส่มากเกินไปจน ตัวลูกโป่งรับไม่ไหว…

“ฉลาดมาก ท่านหัวหน้าใหญ่ 13 หน่วยพิทักษ์” เจ้าแห่งอธรรมแกล้งปั้นเสียงชื่นชม “หากพลังทั้งหมดที่ท่านปล่อยออกมา ระเบิดออกมาพร้อมกันในคราวเดียวโดยไร้การควบคุมแล้วละก็ อะไรจะเกิดขึ้น เรื่องนั้นท่านคงรู้ดีสินะ”

แต่เสียงอธิบายของเจ้าแห่งอธรรมไม่ เข้าหูปู่ยามะ ผู้บัดนี้มีแต่คำว่า “ผลสุดท้ายหลังการระเบิด” อยู่ในหัวอีกต่อไปแล้ว ท่านกระโจนวูบเข้าไปหาเจ้าวอนเดอร์ไซ์ที่กำลังพองตัวขึ้นทุกขณะ พร้อมกางมือออกกว้างๆ ตรงไปราวกับจะไขว่คว้าร่างที่นอนอยู่นั้น

พริบ ตานั้นเอง ก็บังเกิดแสงสุกขาวสว่างวาบขึ้น ณ ตำแหน่งที่ซากร่างเจ้าวอนเดอร์ไวซ์นอนอยู่ ตามด้วยแรงอัดมหาศาล กระจายความร้อนขนาดทำให้ก้อนหินระเหิดเป็นไอได้ในพริบตาออกไปรอบทิศ แผดเผาทุกสิ่งในรัศมีไอร้อนจนมอดไหม้ไม่เหลือเถ้าถ่าน

อำนาจการ ระเบิดในครั้งนี้ แม้ในตำแหน่งไกลออกไปจากตำแหน่งระเบิดหลายกิโลเมตร ก็ยังสามารถมองเห็นแสงสุกขาวจากอำนาจระเบิดพวยพุ่งสูงลิบขึ้นไปในท้องฟ้าได้ อย่างง่ายดาย

แม้หลังสิ้นสุดการระเบิด สายลมปั่นป่วนรุนแรงก็ยังกระจายออกไปจนทั่ว พัดเอาฝุ่นดินร้อนระอุให้ตลบขึ้นมาปกคลุมรอบด้านไว้จนมองไม่เห็นสิ่งใด

ครั้น ฝุ่นควันจากแรงระเบิดค่อยๆ จางลง ก็บังเกิดภาพเหลือเชื่อภาพหนึ่งเบื้องหน้าของไอเซ็นผู้ยืนดูอยู่ในระยะไม่ ห่างนัก

ตรงนั้น ณ ตำแหน่งที่เคยเป็นที่นอนของเจ้าวอนเดอร์ไวซ์ บัดนี้กลายเป็นหลุมระเบิดขนาดมหึมา กว้างไม่ต่ำกว่ายี่สิบเมตรและลึกไม่ต่ำกว่าสิบเมตร มองไกลๆ ดูราวกับมีใครใช้ช้อนกลมที่มองไม่เห็นควักพื้นดินออกไปจนโบ๋กลวง รอบหลุมระเบิดคือเศษซากแห่งความพินาศของตึกรามบ้านช่องของปลอมระเกะระกะทั่ว ไปหมด

และตรงกลางของหลุมระเบิดนั้น ร่างผอมเกร็งของยามาโมโตะ เก็นริวไซ ชิเงคุนิ นายเหนือแห่ง 13 หน่วยพิทักษ์ กึ่งคุกเข่ากึ่งนอนอยู่ ตลอดทั้งร่างของยมทูตเฒ่าเต็มไปด้วยรอยแผลน้อยใหญ่ ทั้งแผลไฟไหม้และแผลฉีกขาดจากแรงระเบิดยับเยินอยู่ทั่วร่าง โดยเฉพาะสองแขนซึ่งยื่นออกไปหาวอนเดอร์ไวซ์เป็นส่วนแรกนั้นแทบจะดำเกรียม เหมือนก้อนถ่านเพิ่งถูกยกออกจากเตาเผาใหม่ๆ ท่านพยายามใช้สองแขนที่ยับเยินนั้นประคองตัวลุกขึ้น ดวงตาเป็นประกายคมปลาบผิดอาการบาดเจ็บ เหลือบขึ้นมองหน้าไอเซ็นอย่างแข็งกร้าวไม่ยอมแพ้

“สมกับเป็นหัว หน้าใหญ่ 13 หน่วยพิทักษ์จริงๆ แรงระเบิดขนาดนั้นยังสามารถป้องกันจนความเสียหายเหลือเพียงเท่านี้ได้” ไอเซ็นเอ่ยปากชื่นชมทันทีที่เห็นสภาพของปู่ยามะท่ามกลางหลุมระเบิด “หาก ท่านไม่หยุดไว้ด้วยร่างกายตนเอง แรงระเบิดคงเป่าอาณาเขตอันแสนจะบอบบางที่พวกท่านลงทุนสร้างขึ้นจนหายไปใน พริบตา และแผ่นดินอันเป็นที่ตั้งของเมืองนี้คงกลายเป็นขี้เถ้าไม่รู้เท่าไหร่อย่าง แน่นอน”

พูดถึงตรงนี้ ไอเซ็นก็เหลือบตาลงมองปู่ยามะด้วยสายตาเหยียดหยาม แล้วเอ่ยปากว่า

“ขอบ คุณมาก ยามาโมโตะ เก็นริวไซ ท่านช่วยปกป้อง ‘โลกของข้า’ ไว้แท้ๆ”

ว่าจบก็ค่อยๆ เดินยืนอกอย่างมั่นใจตรงไปยังกลางหลุมเครเตอร์ แล้วเปลือยดาบ “เคียวขะซุยเงสึ” ออกจากฝักมาถือไว้ในท่าเตรียมพร้อมจู่โจม

“ข้า จะไม่พูดหรอกนะว่า ‘จะไว้ชีวิตท่าน’ “ เจ้าแห่งความชั่วร้ายเอ่ยปากเมื่อเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ห่างจากปู่ยามะใน ระยะตวัดดาบถึงคอหอยในฉับเดียว “ตัวท่านเป็นถึงประวัติศาสตร์ทั้งเล่มของ โซล โซไซตี้ อย่างน้อยก็ให้ข้าเป็นผู้ลงมือปลิดทิ้งด้วยตัวเองเถอะ”

ว่า จบก็ขยับดาบขึ้นตั้งท่าหมายจะตวัดปิดบัญชีอีกฝ่ายให้สิ้นไป

หากพริบ ตานั้นเอง มือไหม้เกรียมที่ยักแย่ยักยันยันร่างไว้ของปู่ยามะพลันฉกวูบ รวบข้อเท้าข้างหนึ่งของไอเซ็นไว้มั่น เจ้าแห่งอธรรมตะลึงงันด้วยไม่คิดว่าอีกฝ่ายที่บาดเจ็บจนแทบใกล้ตายแล้วจะ เคลื่อนไหวได้รวดเร็วถึงปานนี้ แววตาหยิ่งผยองที่ได้เห็นแผนการของตัวเองกำลังจะสำเร็จเปลี่ยนเป็นเบิก ค้างอย่างไม่อยากเชื่อในบัดดล

“…อย่าให้ข้าต้องพูดซ้ำ ไอ้หนู” เสียงแหบแห้งแต่ดุดันของปู่ยามะดังขึ้น “อ่อนหัดนัก”

ริม ฝีปากของยมทูตเฒ่าขยับเป็นรอยยิ้มแยกเขี้ยวอย่างผู้กำชัย ขณะแค่นเสียงประกาศดังกึกก้องปานฟ้าผ่า

“วิถีทำลายที่ 98 อิตโตขะโซ (หนึ่งดาบเพลิงส่งวิญญาณ)”

เปลวเพลิงลำใหญ่พวยพุ่งจาก ตำแหน่งนั้นสูงลิบขึ้นไปในอากาศ มองดูไกลๆ ราวกับคมดาบสีแดงฉานขนาดมหึมากำลังแทงทะลุขึ้นมาจากพื้นดิน เปลวเพลิงส่งเสียงคำรามอย่างดุร้าย โอบล้อมทุกอย่างในรัศมีไว้จนหมดสิ้น

ทั้ง ปู่ยามะ…

ทั้งไอเซ็น…

แต่นายเหนือแห่งเหล่าอารันคาร์ก็อึดทายาด เกร็งพลังทั่วร่างทนความร้อนของวิถีมารระดับ 98 ด้วยฝีมือระดับเทพของปู่ยามะไว้เต็มที่ แล้วฝืนถีบเท้าจนหลุดออกมาจากรัศมีเสาดาบเพลิงนั้นได้ กระนั้น ทั้งร่างก็ได้รับบาดเจ็บเป็นแผลไฟไหม้จำนวนไม่น้อย

พริบตาที่หลุดออก มาจากเสาเพลิงได้สำเร็จ กำลังคิดหาทางว่าจะจัดการอย่างไรต่อไปนั้นเอง เงาสายหนึ่งก็พุ่งวาบมาจากตำแหน่งเหนือหัว เจ้าแห่งอธรรมเงยหน้าขึ้นมอง พบกับร่างสูงโปร่งของคุโรซากิ อิจิโกะในชุดยมทูตลอยเด่นอยู่ ณ ตำแหน่งนั้น

ใบหน้าของยมทูตหนุ่มบัดนี้มีหน้ากากไวเซิร์ดครอบไว้เรียบร้อย

จบตอน

มีการตอบกลับหนึ่งครั้ง

  1. บรรยายสุดยอดมากเลยคับชอบมากๆขอบคุณคับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: