[Spoil] Bakuman – 76

เปิดตอน ชูจินก็พยายามเล่นตลกให้ไซโคกับมิโยชิดูเพื่อหามุขตลกแบบใหม่ๆถึงขนาดที่เล่นมุขที่ให้มิโยชิตบที่แขนของชูจินเพื่อจะได้เล่นมุขปลาแซลมอนสีชมพูที่เกิดจากสีของผิวหนังที่โดนตบไป แต่ไซโคกับมิโยชิก็ไม่ได้ฮาแถมยังรู้สึกว่าดูงี่เง่าๆด้วย (มุขของชูจินใช้การเล่นคำภาษาญี่ปุ่นทั้งนั้นเลยไม่ขอแปลนะครับ เพราะผมก็ไม่เข้าใจ)

หลังจากชูจินพยายามเล่มมุขอย่างต่อเนื่องแต่ก็ยังไม่ทำให้ทั้งสองคนขำได้เลย ไซโคเองก็ยึงถึงขั้นถามเลยว่ามุขตลกตรงไหน พอชูจินเห็นว่ามุขดูซับซ้อนไปก็เลยเอามุขสุดง่ายมาโชว์ด้วยการจัดผมเป็นรูปหัวใจแบบเดียวกับพระเอกทันโตะและบอกว่า “มันไม่ใช่วิก” พอชูจินถามความเห็นมุขนี้ไซโคก็ตามไม่ถูกเลยเหมือนกัน มิโยชิก็เหมือนกันที่ก็คิดว่ายังไงก็ดูงี่เง่าอยู่ดี สรุปสุดท้ายชูจินก็คิดว่ายังไงก็ต้องหามุขที่เด็กๆรู้สึกสนุกให้ได้

ตัดไปทางกองบ.ก. บ.ก.ใหญ่ก็ได้คุยกับฮัตโตริกับยูจิโร่เรื่องรายการทีวีที่ต้องการสัมภาษณ์นีซึมะแถมยังมีหลายรายการติดต่อมาด้วย ยูจิโร่ที่เคยได้ยินที่มีหลายสถานนีอยากจะได้สิทธิ์ทำอนิเมหรือละครของเรื่อง NATURAL แต่ก็พึ่งจะเคยได้ยินเรื่องนี้ บ.ก.ใหญ่ก็บอกว่าเพราะนีซึมะเขียนสองเรื่องฮิตในจัมป์ได้ก็เลยเป็นที่สนใจ แต่ยังไงก็ตามถึงนีซึมะจะตอบตกลงแต่ยูจิโร่ก็ห่วงเรื่องที่นิสัยของนีซึมะที่พิลึกๆอยู่ดีแต่ฮัตโตริก็บอกว่านีซึมะรู้ดีถึงความเหมาะสมในการพูดอยู่แล้วก็เลยไม่น่าต้องห่วงมาก แต่ยังไงยูจิโร่ก็คิดว่าต้องไปถามเจ้าตัวอยู่ดี จากนั้นฮัตโตริก็ชวนยูจิโร่ไปดื่มกาแฟกันจนไอดะก็คิดว่าสองคนนี้สนิทกันดีจริงๆ แต่มิอุระก็ไม่คิดว่าแปลกเพราะเรื่อง NATURAL ไปได้ด้วยดี

ด้านฮัตโตริก็มาบอกเรื่องอิวาเสะกับยูจิโร่เรื่องที่เธอมาสนใจเขา พอยูจิโร่รู้เรื่องนี้ก็เลยช็อคและฮัตโตริก็ตอบอิวาเสะไปด้วยว่าใครสักคนที่อายุพอๆกับเธอจะเห็นเสน่ห์ในตัวเธอเอง ยูจิโร่ก็เลยยิ่งช็อคใหญ่ที่ฮัตโตริไปพูดแบบนั้นเพราะดูยังไงก็ดูออกว่าอิวาเสะชอบฮัตโตริเข้าแล้ว แต่สำหรับฮัตโตริคิดว่าเรื่องนั้นเขาคงรับผิดชอบไม่ไหว

ยูจิโร่ก็บอกว่างานของผู้ดูแลคือทำให้นักเขียนทำงานได้ง่ายที่สุด แล้วถ้าอิวาเสะมาชอบฮัตโตริแบบนี้จะทำให้อิวาเสะพยายามทำงานให้ฮัตโตริขนาดไหน แต่ฮัตโตริก็บอกว่าอิวาเสะยังไงก็ยังแค่ 19 เขาหลอกใช้อิวาเสะแบบนั้นไม่ได้ ยูจิโร่ก็เลยถามว่าอิวาเสะก็สวยแล้วก็ดูดีแล้วทำไมถึงไม่ตกลงด้วยจนยูจิโร่ยังรู้สึกอิจฉา

คราวนี้ยูจิโร่ก็เลยถามว่าฮัตโตริจะเอายังไงต่อเพราะการ์ตูนเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ฮัตโตริจะดูแลคนเดียวแต่เขาก็ดูแลด้วยเหมือนกัน ฮัตโตริก็บอกว่านั้นแหละคือเหตุผลที่มาถามยูจิโร่เพื่อขอคำแนะนำแต่ไม่เอาคำแนะนำที่จะยอมคบกับอิวาเสะ ยูจิโร่ก็คิดว่าไม่อยากจะเชื่อเลยกับเรื่องแบบนี้เพราะคิดว่าน่าจะเป็นนีซึมะซะมากกว่าที่อิวาเสะจะชอบแต่ฮัตโตริก็บอกว่าทั้งคู่เข้ากันไม่ได้อยู่แล้วและเพราะแบบนี้ฮัตโตริก็เลยต้องทำงานประสานให้ระหว่างสองคนนี้

แต่พอพูดเรื่องนีซึมะยูจิโร่ก็บอกฮัตโตริว่านีซึมะไม่ได้อ่านทันโตะเลยและดูเหมือนจะเป็นเรื่องเดียวด้วยก็เลยถามว่าฮัตโตริคิดว่าไง ฮัตโตริที่พอรู้เรื่องนี้ก็เลยถามยูจิโร่อีกครั้งเพื่อความมั่นใจยูจิโร่ก็บอกว่านีซึมะบอกไม่อ่านแน่ๆฮัตโตริก็เริ่มยิ้มและพูดแต่คำว่า “ตกลง” จนยูจิโร่งงว่าฮัตโตริกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ แต่ฮัตโตริก็ยังไม่คิดจะบอกยูจิโร่ตอนนี้กลับกันคนที่ฮัตโตริคิดว่าควรจะไปคุยด้วยตอนนี้ก็คือมิอุระ ยูจิโร่ก็เลยได้แต่พูดปิดการสนทนาว่าฮัตโตริควรจะคบกับอิวาเสะจริงๆนะ ว่าแล้วฮัตโตริก็รีบตรงไปหามิอุระและชวนมิอุระไปหาไรกินกันมิอุระก็ตอบตกลงแบบงงๆ

จากนั้นทั้งคู่ก็มานั่งกินโซบะกันที่ร้าน ฮัตโตริก็พูดถึงเรื่องสถานนีหลายช่องต่างกำลังแย่งกันซื้อสิทธิ์จะฉากเรื่อง NATURAL มิอุระก็พูดแค่ว่ามหัศจรรย์เพราะเรื่อง NATURAL พึ่งลงมาแค่ 10 ตอนเองและเพราะได้นีซึมะช่วยด้วย แล้วฮัตโตริก็เริ่มประเด็นที่ว่านีซึมะไม่อ่านเรื่องทันโตะและย้ำอีกครั้งว่า สถานีทีวีต่างจะแย่งเรื่อง NATURAL นีซึมะก็ไม่อ่านทันโตะ นั้นคือสิ่งที่ฮัตโตริอยากจะบอกให้พวกไซโคได้รู้ แต่มิอุระก็บอกว่าเรื่องอนิเมกับละครจากการ์ตูนนั้นไม่ใช่เรื่องที่คนในกองบ.ก.จะบอกได้จนกว่าจะมีการเปิดตัว

ฮัตโตริที่เริ่มจะมีเซ็งกับมิอุระก็เลยแทบจะพูดใส่หน้ามิอุระเลยว่าให้ไปบอกพวกไซโคซะจนมิอุระสงสัยว่าทำไมฮัตโตริต้องทำหน้าๆกลัวใส่ด้วย แต่มิอุระก็ตกลงจะไปบอกพวกไซโคให้

ในวันนั้นมิอุระที่มีคุยงานกับพวกไซโคพอดีก็เลยบอกไปตามที่ฮัตโตริอยากให้บอกไซโคกับชูจินก็เลยตกใจกันใหญ่เพราะไม่ได้มีแต่อนิเมแต่ยังมีละครและหนังโรงด้วยจนไซโคเริ่มคิดแล้วว่าแล้วเรื่องทันโตะในสายตาคนอื่นไปไหนหมดทั้งได้เปิดตัวมาหลายปีแล้วแต่ก็ยังไม่เป็นที่สนใจ นอกจากนั้นมิอุรก็ยังพูดเรื่องที่นีซึมะไม่อ่านเรื่องทันโตะอีกก็เลยทำให้พวกไซโคยิ่งช็อคเข้าไปใหญ่จนไซโคเริ่มคิดแล้วว่านีซึมะไม่สนพวกเขาแล้วงั้นเหรอ

ไซโคก็ถามว่าทำไมมิอุระถึงมาบอกเรื่องนี้กับพวกเขาด้วย มิอุระก็บอกว่าฮัตโตริบอกว่ายังไงก็ต้องมาบอกกับพวกไซโคให้ได้ ไซโคก็เลยคิดว่าฮัตโตริกำลังพยายามทำให้พวกเขาพยายามหรือป่าวถึงได้บอกว่าเรื่อง NATURAL ไปได้ดีแค่ไหนและเรื่องที่นีซึมะไม่อ่านเรื่องทันโตะ และเรื่องทันโตะในตอนที่ 7 ก็ยังคงอยู่ที่ 12 ซึ่งเมื่อเทียบกับ 4 ตอนที่ผ่านมาที่ได้ที่ 11 ถึง 3 ครั้งจนตอนนี้มาอยู๋ที่ 12 เหมือนกับหยุดอยู่กับที่ไม่ได้อันดับที่ดีๆเลย

และพอมิอุระจะขอดูเนมตอนต่อไปหน่อยแต่ชูจินก็บอกว่าไม่มีทั้งที่จะต้องเริ่มเขียนต้นฉบับพรุ่งนี้แล้วๆจะคุยงานแก้ไขกันยังไง แต่ชูจินก็บอกว่าเพราะพยายามคิดมุขจนมีเวลาไม่พอแต่ก็สัญญาจะทำให้เสร็จภายในพรุ่งนี้จนไซโคเริ่มคิดว่าชูจินเริ่มเชียนเนมช้าลงไปทุกทีๆ แต่ชูจินก็คิดจะแสดงมุขที่จะเป็นเลือกเป็นสัญลักษณ์ประจำเรื่องให้มิอุระดูเลยนั้นคือประโยคที่ว่า “ไม่รู้เหมือนกันแฮะ” มิอุระก็เลยงงเต็ก ชูจินก็เลยอธิบายว่านั้นคือประโยคที่ง่ายที่สุดที่ติดกันเป็นนิสัยกันที่แม้แต่มิอุระก็ยังเผลอพูดออกมาเวลาคิดไม่ออกเหมือนกันเหมือนเป็นประโยคติดปากไปแล้ว มิอุระที่ก็คิดว่าน่าจะถ้าชูจินคิดว่าดีก็ลงมือเลยชูจินก็ตกลงตามนั้นแต่สำหรับไซโคนั้นก็คิดว่า…

ไซโค: (..มันจะใช้ได้จริงๆเหรอ…?)

จากนั้นไซโคกับชูจินก็กลับบ้านขี่จักรยานไปด้วยกัน ชูจินก็เริ่มจะคิดเนมที่ใช้ประโยคนี้และไซโคเองก็จะไม่มีอะไรทำจนกว่าชูจินจะเขียนเนมเสร็จก็เลยคิดจะกลับบ้านดีกว่า ระหว่างที่กลับทั้งสองคนก็คุยเรื่อง NATURAL กับนีซึมะที่ต่างก็ช็อคที่ไม่อ่านเรื่องทันโตะทั้งๆที่ทั้งคู่ก็คิดว่านีซึมะนี้แหละแฟนตัวยงของพวกเขาแต่สำหรับไซโคแล้วนั้นก็หมายความว่านีซึมะไม่ชอบเรื่องทันโตะนั้นเอง

พอมาถึงอพาร์ทเม้นท์ที่ชูจินพึ่งย้ายมาและชูจินก็ขอแยกกับไซโคและเถลไถลไม่ได้แต่งงานแล้ว ไซโคก็เลยบอกลสชูจินที่ยังข้าวใหม่ปลามันไป แต่ชูจินที่พอมาถึงก็ยังนอนไม่ได้เพราะต้องเขียนเนมต่อและมิโยชิก็รู้ว่าชูจินจะไม่ได้นอนเลยมาเป็นคืนที่สองหรือป่าวจนทั้งมิโยชิกับชูจินก็เผลอพูดมุขที่ชูจินกำลังจะใช้ไปเลย

และเพราะเนมของชูจินได้มาช้าก็เลยต้องตกลงที่จะส่งต้นฉบับจากเดิมวันศุกร์เป็นวันจันทร์ และทางทาคาฮามะกับโอริฮาระก็เตรียมจะเริ่มงานโดยต้องอ่านเนมเป็นเรื่องปกติก่อนจะเริ่มงาน แต่ไซโคที่คอยดูทั้งสองคนอ่านก็ทั้งคู่ก็ต่างไม่หัวเราะกันเลยจนไซโคเริ่มเครียด

ไม่นานมิโยชิก็มาถึงสตูดิโอและบอกว่าชูจินอยากจะได้ที่เงียบๆเพื่อคิดจนเหมือนว่าจะหมดมุขที่จะคิดให้ออกแล้วจริงๆ ทาคาฮามะเองก็เข้าใจดีที่ยากแค่ไหนที่จะคิดมุขแต่ละมุขได้ มิโยชิก็ยังบ่นเลยว่าชูจินก็เริ่มจะขี้โมโหและอมทุกข์เข้าไปทุกที ไซโคเองก็ได้แค่เชื่อใจในตัวชูจินเท่านั้น

เวลาผ่านไปก็เหมือนอย่างที่ทาคาฮามะพูด ชูจินเริ่มทำเนมช้าลงๆจนเสร็จเอาตอนเส้นตายทุกที มิอุระที่ดูงานก็แทบไม่มีจุดติอะไรเท่าไรเพราะรู้ดีว่าไม่มีเวลาจะมาให้แก้กันได้เลย พอมาถึงตอนที่ 11 12 13 อันดับก็เริ่มค่อยๆร่วงจาก 12 ลงไป 13 เหมือนยิ่งพยายามทำให้ดีขึ้นก็ยิ่งเลวร้ายแต่มิอุระก็ได้แต่พูดว่าคะแนนนิยมจะค่อยๆดีเอง จนถึงตอนนี้พอมุอิระกลับไปหลังคุยงานเสร็จชูจินก็ถามไซโคเลยว่าจะรอเนมได้นานแค่ไหน แต่เพราะโชคดีที่เป็นเล่มควบไซโคก็เลยบอกว่ารอได้สักอาทิตย์หนึ่ง ชูจินก็ตกลงและบอกล่วงหน้าเลยว่าจะช้าไปสัก 2 ถึง 3 วันละกัน แต่สำหรับไซโคนั้นไม่ได้ห่วงเรื่องเนมจะช้าไปกว่าสภาพของชูจินในตอนนี้ที่เข้าใกล้สภาพเหมือนศพเดินได้เข้าไปทุกทีๆและยังบอกให้ชูจินห่วงสุขภาพตัวเองด้วยเพราะยังต้องแต่งงานวันที่ 9 อีก พอไซโคพูดเสร็จชูจินก็ขอตัวกลับเลย

พอชูจินกลับไปมิโยชิก็โทรมาหาไซโค(ไซโคลืมตัวเรียกมิโยชิไปทั้งๆที่มิโยชิใช้นามสกุลทาคากิแล้ว) มิโยชิก็บอกไซโคเรื่องที่ชูจินไม่ได้นอนมาสามวันแล้วจนตอนนี้ก็ไม่ได้ไปเรียนในชั้นเรียนมหาลัยเลยด้วยจนมิโยชิห่วงว่าชูจินจะได้เข้าโรงพยาบาลเหมือนไซโคคราวก่อน ไซโคก็เลยได้แต่บอกมิโยชิไปว่าจะบอกชูจินไม่ให้หักโหมให้

ไซโคที่รู้ว่าชูจินไม่ได้นอนขนาดนี้แต่งานที่ออกมาเป็นที่สุดของความสามารถของชูจินหรือป่าว ถึงจะส่งต้นฉบับได้เรื่อยๆตลอดแต่ก็เหมือนร่างกายชูจินจะแย่ลงทุกที ไซโคก็เลยคิดว่าจะทำยังไงดีมีอะไรที่จะช่วยได้บ้าง แต่ไซโคก็คิดด้วยว่าถ้าเป็นแบบนี้ยังไงก็ไม่มีทางเอาชนะนีซึมะได้และก็ไม่คิดด้วยว่าจะเอาตัวรอดในระดับนี้ต่อไปได้ด้วย

เช้าวันหนึ่งชูจินที่ตื่นขึ้นมาในสภาพโทรมสุดจนมิโยชิบอกให้ชูจินไปนอนต่อดีกว่าเพราะเห็นว่านอนดึกด้วยแต่ชูจินก็บอกยุ่งจะนอนต่อคงไม่ได้ ชูจินก็เลยมานั่งกินขนมปังกับกาแฟตอนเช้า ระหว่างที่กินนั้นก็มีรายการเกี่ยวกับอนิเมกำลังฉายอยู่และทางรายการก็บอกว่านีซึมะจะมาในรายการชูจินก็เลยตกใจแต่ก็รีบโทรหาไซโคให้รีบเปิดดูทีวี พอไซโคเปิดดูทีวีก็ได้รู้ว่านีซึมะจะมาออกรายการพรุ่งนี้ ไม่เว้นแม้แต่พวกไซโคแต่พวกผู้ดูแลในทีมก็ต่างอยากได้หน้าออกทีวีกันใหญ่จนบ.ก.ใหญ่ก็สั่งอนุญาตแค่ยูจิโร่กับฮัตโตริ

วันต่อมานีซึมะก็มาออกรายการทางรายการก็เริ่มพูดถึงเรื่องที่นีซึมะเขียนสองเรื่องพร้อมกันซึ่งก็เท่ากับวาด 150 หน้าต่อเดือน นีซึมะก็บอกว่าเขาวาดได้ทุกทียกเว้นตอนนอน กิน อาบน้ำและตอนเข้าห้องน้ำ รายการก็ถามต่อว่าอยากจะมีเวลาว่างไหมนีซึมะก็บอกการวาดการ์ตูนก็คือความสุขของเขา แล้วต่อมาก็พูดถึงเรื่องคู่แข่งซึ่งนีซึมะก็พูดอย่างชัดเจนเลยว่า…

นีซึมะ: คู่แข่งของผมก็คืออาจารย์อาชิโรกิ มุโตะ
นีซึมะ: เป็นนักเขียนการ์ตูนที่ผมชื่นชอบที่สุดและเป็นคู่แข่งของผมมากกว่าใครๆ
นีซึมะ: ได้ยินไหมอาจารย์อาชิโรกิ มุโตะ!?

แล้วก็จบรายการไป

ไซโคที่นิ่งไปครู่หนึ่งจู่ๆก็ลุกพรวดจากโต๊ะทำงานและออกจากสตูดิโอไปโดยไม่สนเลยว่าผู้ช่วยอยู่จนทำให้ทาคาฮามะงง แต่ไซโคก็ยังคงเดินต่อไปด้วยความเจ็บใจจนกลับมาถึงบ้านก็รีบขึ้นไปห้องตัวเองที่ชั้นสองโดยไม่สนใจใคร และพอมาถึงเตียงไซโคก็ได้แต่ก้มลงต่อยเตียงของตัวเองระบายความเจ็บใจออกมาและคิดว่าจะเขาควรจะทำยังไงดี

พอระบายความเจ็บใจแล้วไซโคก็พึ่งนึกได้ว่าลืมมือถือของตัวเองไว้ที่สตูดิโอ ไซโคก็เลยรีบลงมาชั้นล่างและยินโทรศัพท์บ้านขึ้นไปที่ห้องแทน(โทรศัพท์บ้านชนิดแบบไร้สาย) พอขึ้นมาถึงห้องแล้วไซโคก็รีบกดเบอร์ทันทีและเบอร์ที่ไซโคโทรไปนั้นก็คือเบอร์มือถือของมิโฮะเอง

มิโฮะ: (เบอร์นี้โทรศัพท์บ้าน)
มิโฮะ: สวัสดีค่ะ
ไซโค: อาสึกิ!
มิโฮะ: !? มาชิโระคุง?
ไซโค: ผมอยากจะเลิกเขียนทันโตะแล้ว!

จบตอน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: