[Spoil] Bleach – 394 The Burnout Inferno 2

Credit Text Spoil : Drake

หน้าเปิด

เปิดตอนมาต่อจากตอนที่แล้วที่วอนเดอร์ไวซ์แสดงพลังใน สภาพเรซูร์เร็คเชี่ยน สลายเปลวเพลิงของปู่ยามะได้อย่าง่ายดาย ไม่ใช่แค่เปลวเพลิงรอบตัวปู่เท่านั้น แม้แต่เสาเพลิงมหึมาหลายต้นที่ปู่ยามะฉวยโอกาสตอนลูกน้องเข้าสนามรบอยู่ สร้างขึ้นสำหรับนั่งยางไอเซ็นโดยเฉพาะ ก็ยังหายวับไปง่ายๆ ราวกับเปลวเทียนต้องลม

ซึ่งเกี่ยวกับความสามารถพิเศษนี้ ไอเซ็นก็อธิบายให้ปู่ยามะฟังว่า วอนเดอร์ไวซ์นั้นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสะกดอำนาจของริวจินจักกะโดยเฉพาะ แต่เพื่อความสามารถนั้นเพียงอย่างเดียว วอนเดอร์ไวซ์ต้องสูญเสียความสามารถด้านอื่นๆ ไปหมดสิ้น ทั้งการพูด ทั้งสติปัญญา ทั้งความทรงจำ ทั้งความเข้าใจในเหตุผลต่างๆ

“ต่อ หน้าความสามารถที่ได้มาด้วยการแลกเปลี่ยนกับความสามารถอื่นทั้งหมด ท่านไม่มีทางรับมือได้ทันทีแน่” นายเหนือแห่งเหล่ายมทูตกบฏสรุปปิดท้าย “ลา ก่อน ยามาโมโตะ เก็นริวไซ”

สิ้นคำพูดของไอเซ็น วอนเดอร์ไวซ์ก็แยกเขี้ยวแสยะยิ้ม ปลายนิ้วทั้งห้ากางออกเป็นรูปคล้ายกรงเล็บ แล้วเสือกเข้าใส่ปู่ยามะอย่างรวดเร็วหมายทะลวงจุดตายของยมทูตเฒ่า ปิดฉากการต่อสู้ในครั้งนี้ลงในชั่วเสี้ยววินาที

ทว่าในชั่วเสี้ยว วินาทีที่ว่านั้นเอง…

ตูม!! เสียงทื่อหนักเสียงหนึ่งดังขึ้น ฟังดูคล้ายท่อนซุงขนาดใหญ่พุ่งกระแทกวัตถุหนาหนักด้วยความเร็วสูง ร่างของเจ้าวอนเดอร์ไวซ์กระเด็นหวือไปข้างหลังราวกับมีบ่วงเชือกที่มองไม่ เห็นลอยมามัดคอจากด้านหลังแล้วกระชากจนตัวลอย กลางลำตัวของมันมีรอยแตกเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ทะลุจนเห็นวิวอีกฟากอยู่รูหนึ่ง

รู อันเกิดจากกำปั้นแข็งแกร่งของปู่ยามะซัดเข้าใส่มันเต็มๆ!!

ร่างเจ้า อารันคาร์เอ๋อเสียศูนย์ปลิวกระเด็นกระดอนครูดพื้นไปไกลเป็นกิโล ก่อนจะกระแทกเข้ากับตึกปลอมหลังหนึ่งจนทลายลงมาทั้งหลัง

“…ฮึ” นายเหนือแห่ง 13 หน่วยพิทักษ์แค่นเสียงผ่านจมูกครั้งหนึ่ง ขณะปรายตามองร่องรอยความพินาศจากกำปั้นของตน “แค่สะกดริวจินจักกะได้ ก็คิดว่าจะโค่นข้าได้แล้วงั้นรึ? อ่อนหัดสิ้นดี อ่อนหัดจนตาลายขึ้นมาเลย”

มือ ที่กำแน่นจนเอ็นปูดคลายออก ดวงตาคมปลาบเหมือนนกเหยี่ยวปรายวาบไปยังไอเซ็นซึ่งยืนอยู่ไม่ห่างนัก ก่อนจะพูดต่อไปว่า

“รู้มั้ยว่าทำไมข้าถึงดำรงตำแหน่งหัวหน้าใหญ่ 13 หน่วยพิทักษ์มาได้ถึงพันปี?” ว่าพลางยกมือขึ้นทำเป็นรูปคล้ายชามหงายขึ้นให้อีกฝ่ายดูชัดๆ “นั่นก็ เพราะตลอดเวลาพันปีที่ผ่านมา ไม่มียมทูตที่เก่งกาจกว่าข้าเกิดมาเลยยังไงล่ะ”

ขาดคำ ปู่ยามะก็ใช้ก้าวพริบตาขยับวูบมาอยู่ตรงหน้าไอเซ็น แล้วซัดหมัดขวาเปรี้ยงใส่อีกฝ่ายหมายตำแหน่งครึ่งปากครึ่งจมูก

เสี้ยว วินาทีก่อนกำปั้นถึงเป้าหมาย เงาสายหนึ่งก็แล่นวูบตัดเข้ามาระหว่างปู่ยามะกับไอเซ็น กระแทกกำปั้นของปู่ยามะจนกระดอนออกไป แรงปะทะทำเอายมทูตเฒ่าเกือบเสียศูนย์ ดีแต่เกร็งกำลังขืนตัวไว้ทันจึงไม่ล้มคะมำตามแรงกระแทก กระนั้น ท่อนแขนที่ถูกกระแทกก็ได้แผลเลือดไหลเป็นทาง

ฝ่ายผู้ทะยานเข้ามาคุ้ม กันไอเซ็นนั้น เนื่องจากโถมร่างเข้ามาเต็มเหนี่ยวแบบลืมตัวลืมตาย เมื่อกระแทกมือปู่กระเด็นไปได้ ร่างที่โถมเข้ามานั้นจึงพุ่งเลยออกไปด้วยความแรงนั้น แล้วกระแทกกับพื้นดินจนระเบิดฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่ว

ผ่านไปครู่หนึ่ง ควันระเบิดก็ค่อยๆ จางลง เผยให้เห็นร่างของผู้ทะยานเข้ามาเมื่อกี้

วอน เดอร์ไวซ์นั่นเอง เจ้าอารันคาร์ปัญญาอ่อนยืนง่อกแง่กอยู่ท่ามกลางฝุ่นควันและซากจากแรงระเบิด ลำตัวซีกขวาแตกโบ๋เป็นรูกลมขนาดใหญ่ เกราะแข็งรอบปากแผลแตกร้าวเป็นริ้วๆ เหมือนตู้กระจกที่ถูกยิงด้วยกระสุน ใบหน้ายังคงเปื้อนยิ้มเลื่อนลอย ไม่แสดงสีหน้าว่าเจ็บปวดทุรนทุรายจากอาการบาดเจ็บสาหัสเลย แม้จะกระอักลิ่มเลือดออกมาให้เห็นเป็นระยะๆ ก็ตาม

“…ข้าไม่ได้ โจมตีออมมือให้นะนั่น…นับว่าอึดไม่เบา” ปู่ยามะเปรยอย่างทึ่งๆ ต่อความทนทายาดของคู่ต่อสู้ ก่อนจะสะบัดเสื้อที่สวมอยู่ออกไป เผยให้เห็นร่างท่อนบนเปลือยเปล่าเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นอย่างคนแก่ และรอยแผลเป็นยับเยินอันแสดงถึงการผ่านศึกเสือเหนือใต้มาแล้วอย่างโชกโชน

“ก็ ได้ ถ้าแค่ ‘อิคคตสึ’ (กระดูกเดี่ยว) ยังไม่ได้ผลละก็ ลองเจออะไรที่มันเจ็บกว่านั้นดีมั้ย?”

เจ้าอารันคาร์เอ๋อไม่ แสดงทีท่าว่าเข้าใจคำพูดของปู่ยามะเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่ยิ้มอย่างเลื่อนลอยแล้วครางเสียงยานคางเหมือนคนปัญญาอ่อนเท่านั้น

“…อ้อ” ยมทูตเฒ่าส่งเสียงทอดถอนเมื่อเห็นกิริยาของคู่ต่อสู้ ดวงตาสุขุมฉายแววคล้ายจะเวทนา “แม้แต่คำพูดยังถูกช่วงชิงไปด้วยนี่นะ…”

กับคำพูดนั้น เจ้าเอ๋อส่งเสียงครางสั้นๆ ออกมาครั้งหนึ่งราวกับกำลังสงสัย

…ก่อนที่มือซ้ายของมันจะตวัดวูบ เข้าใส่ปู่ยามะ รวดเร็วจนมองตามแทบไม่ทันทั้งๆ ที่จู่โจมออกมาจากท่าปล่อยตัวตามธรรมชาติ ปู่ยามะตวัดตัวโดดหลบขึ้นกลางอากาศในพริบตา เจ้าวอนเดอร์ไวซ์ตอบโต้ด้วยการงอกแขนอีกข้างจากเกราะไหล่ โจมตีใส่ปู่ยามะ หมายจะใช้โอกาสที่อีกฝ่ายอยู่กลางอากาศไม่สามารถหลบได้ โจมตีเข้ากลางตำแหน่งในทีเดียว

แต่ปู่ยามะก็ร้ายกาจไม่แพ้กัน เบี่ยงตัวจากท่าลอยตัวกลางอากาศหลบไปได้แบบฉิวเฉียด จากนั้นจึงตวัดแขนรวบแขนของเจ้าวอนเดอร์ไวซ์ไว้ แล้วออกแรงงัดจนแขนข้างนั้นขาดกระจุย

เจ้าวอนเดอร์ไวซ์แผดร้องโหยหวน อย่างเจ็บปวดและโกรธแค้น มันงอกแขนออกมาอีกสี่ห้าข้างจากเกราะไหล่ทั้งสองข้าง แล้วกระหน่ำโจมตีใส่ปู่ยามะราวกับพายุ บังคับให้ปู่ยามะต้องยกแขนขึ้นตั้งการ์ดป้องกัน

จังหวะที่ปู่ยามะมัว แต่พะวงกับพายุหมัดนั้นเอง สองมือของเจ้าวอนเดอร์ไวซ์ก็ฉกวูบ รวบจับข้อมือสองข้างของปู่ยามะไว้ แล้วออกแรงแยกการ์ดออกอย่างง่ายดาย (ธรรมดาการ์ดแบบนักมวย เวลาออกแรงผลักจากด้านในจะหลุดง่ายมาก)

พริบ ตานั้นเอง เกราะไหล่ซ้ายทั้งสองข้างของวอนเดอร์ไวซ์ก็แตกดังโพละ ลิ่มเลือดแดงฉานทะลักเป็นสาย พร้อมอะไรบางอย่างที่ทะลักออกมาพร้อมกัน

บางอย่าง ที่ทำให้ปู่ยามะถึงกับเบิกตาค้างอย่างตะลึง

เพราะมันคือท่อนแขนขาว ซีดผอมเรียวหลายสิบข้าง แต่ละข้างขยับยึกยือเหมือนหนวดปลาหมึก กำลังทะลักออกมาจากปากแผลที่เกราะไหล่ทั้งสองข้าง มองไกลๆ ดูคล้ายหนวดเส้นอวบหนาของดอกไม้ทะเลกำลังสะบัดไปมาในเกลียวคลื่น รอดักจับปลาหรือสัตว์ทะเลเคราะห์ร้ายมาเป็นอาหาร

และบัดนี้ “อาหาร” ก็มาอยู่ตรงหน้าแล้ว

มุมปากของเจ้าอารันคาร์ปัญญาอ่อนยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม แสยะน่ากลัว ขณะที่มือขาวซีดหลายสิบข้างนั้นเกร็งแน่นจนแกร่งราวกรงเล็บเหล็ก แล้วซัดเข้าใส่ใบหน้าและลำตัวที่เปิดโล่งไร้การป้องกันของปู่ยามะพร้อมๆ กัน

กำปั้น หลายสิบข้างกระหน่ำจู่โจมต่อเนื่องราวพายุ รวดเร็วจนเห็นเป็นเพียงม่านเงาพร่าเลือนปกคลุมร่างปู่ยามะไว้จนมิด เสียงเนื้อกระทบเนื้อ กระดูกกระทบกระดูกดังติดกันไม่นับราวกับรัวปืนกล

พลัง การโจมตีในครั้งนี้ตั้งแต่เริ่มต้นจวบจนสิ้นหมัดสุดท้าย แม้จะเป็นผู้ทรงพลังระดับหัวหน้าหน่วยก็ยังยากจะทานทนได้

น่าเสียดาย ที่ปู่ยามะไม่ใช่หัวหน้าหน่วยระดับธรรมดา แต่เป็นถึงหัวหน้าใหญ่ เป็นยมทูตผู้อยู่เหนือกว่ายมทูตทั้งปวง ดังนั้น แทนที่จะเละเป็นเนื้อทุบตามความตั้งใจของวอนเดอร์ไวซ์ ปู่ยามะกลับเพียงแค่ฟกช้ำเล็กน้อย ได้แผลแตกตามใบหน้า ในโพรงจมูกกับในปากนิดหน่อยเพียงเท่านั้น

“อะไรกัน หมดแล้วเรอะ” เสียงเย็นเยียบของปู่ยามะดังขึ้น ขณะมองหน้าวอนเดอร์ไวซ์อย่างเย็นชาหลังยืนแอ่นอกให้อีกฝ่ายชกจนหมดชุด

ตา นี้จึงเป็นทีของเจ้าเอ๋อที่เป็นฝ่ายตกตะลึงบ้าง มันยิ้มค้างอยู่แค่นั้น ทั้งน้ำเสียงอ้อแอ้แสดงความยินดีต่อการฆ่า  ทั้งสีหน้าแสดงความสะใจต่ออารมณ์อยากฆ่าหายไปสิ้น

เหลือแต่แวว ตะลึงลาน สับสน และไม่เข้าใจเท่านั้น

ว่าเหตุใดการโจมตีของตนเองถึง ไม่ได้ผล…

ว่าเหตุใดยมทูตเบื้องหน้าของตนจึงไม่ตายเสียที…

ชั่วพริบตาที่ความสับสนครอบงำจิตใจนั้นเอง แขนสองข้างของมันก็ขาดสะบั้นด้วยแรงกระชากของปู่ยามะ เลือดแดงฉานจากปากแผลพุ่งกระฉูดเป็นฝอยๆ กระจายไปทั่วท้องฟ้า

“อย่าง น้อยข้าก็เบาใจที่เจ้าไม่ได้อยู่ในร่างเด็กอีกแล้ว” ยมทูตเฒ่าเอ่ยปาก ขณะโยนสองแขนของวอนเดอร์ไวซ์ในมือทิ้งไป แล้วเหลือบตาขึ้นมองอีกฝ่าย “ข้า จะได้ฆ่าเจ้าได้ โดยไม่ต้องมีอะไรคาใจ”

เงาแห่งความตายที่ฉายวาบ ในดวงตาของปู่ยามะทำเอาวอนเดอร์ไวซ์ถึงกับขนลุกซู่ ความรู้สึกสับสนไม่เข้าใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้นหายไป แล้วถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกอีกอย่างหนึ่ง

ความรู้สึกหวาดกลัวชายชรา เบื้องหน้าจนจับจิต

หวาดกลัวจนทนไม่ไหว

หวาดกลัวจนอยากหนีไป ให้พ้นจากที่นี่โดยเร็วที่สุด

น่าเสียดายที่โอกาสหนีของมันไม่เหลือ อีกต่อไปแล้ว เมื่อปู่ยามะรวบฝ่ามือทั้งสองข้างของตนเข้าเป็นกำหมัด เกร็งพลังกดดันวิญญาณจากทั่วร่างมารวมกัน ก่อนจะประกาศชื่อท่าไม้ตายออกมา

“โซ คตสึ (กระดูกคู่)”

สิ้นคำประกาศชื่อท่าไม้ตาย กำปั้นคู่ของปู่ยามะก็ซัดเปรี้ยงเข้าที่กลางลำตัวของเจ้าวอนเดอร์ไวซ์ใน ทันที

จบตอน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: