[Spoil] Bleach – 393 The Burnout Inferno

Credit Text Spoil : Drakeแต่ก่อนเริ่มขอเอา ข้อความจากคุณ Drake มาบอกเล่าต่อก่อนนะครับ

“ในที่สุดก็ได้ฤกษ์กลับ มากลับมาโพส Spoil ต่อนะครับ หลังเสร็จจาก “เรื่องหยุมหยิม” ที่กวนใจเรียบร้อยแล้ว

เรื่อง ก็คือ ผมได้ข่าวมาว่ามีคนกลุ่มหนึ่งได้นำคำแปลบทพูดจาก Spoiler Bleach ที่ผมเขียนขึ้นมาใช้ในงานแปล scanlation ของตัวเองโดยที่ยังไม่ได้ขออนุญาตผม แถมยังเอาชื่อของผมไปแปะเครดิตไว้หราบนตัวสแกนเลย ก็เลยแวะไปคุยกับทางนั้นนิดหน่อยน่ะครับ

ยอมรับว่าตอนที่ได้รู้ เรื่องนี้ ผมไม่พอใจมากจริงๆ ไม่ใช่เพราะโดนเอาไปใช้โดยไม่ได้ขออนุญาต แต่เพราะฝ่ายนั้นดันไปลงเครดิตชื่อผมตัวเป้งๆ ในฐานะนักแปลโดยที่ผมไม่ได้มีส่วนรู้เห็นอะไรกับการทำ scanlation ของเรื่องนี้เลยต่างหาก

อย่างที่รู้กันว่า scanlation นั้นโดยตัวมันเองก็ละเมิดกฎหมายลิขสิทธิ์อยู่แล้ว ยิ่งเป็นเรื่องที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศด้วยแล้วก็ยิ่งอันตรายเข้าไปใหญ่ ดังนั้นการเอาชื่อของคนไปเอาคำแปลเขา…แม้จะแค่บางส่วน…มาใช้โดยเจ้าของ ไม่รับรู้ไปลงบนของผิดกฎหมายแบบนี้ เกิดวันร้ายคืนร้ายทางสำนักพิมพ์เจ้าของลิขสิทธิ์ในเมืองไทยเล่นงานขึ้นมา ทางเจ้าของคำแปลที่แค่เขียนเล่าเรื่องให้ฟังโดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับ ทางนั้นด้วย ก็ย่อมเสียหายไปด้วยเช่นกัน

ดังนั้น สำหรับผู้ที่หวังจะเอาคำแปลบทพูดของผมไปใช้ประโยชน์กับเรื่องแบบนี้ทุกคน ผมขอประกาศไว้ ณ ที่นี้เลยนะครับ ว่าถ้าหากผมได้ข่าวว่ามีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นอีกแม้แต่ครั้งเดียวละก็

ผม จะเลิกทำ Spoil Bleach แบบเต็มรูปแบบทันที

อาจไม่ถึงกับเลิกเล่า เรื่องให้ฟังเสียทีเดียว แต่ความละเอียดคงไม่เท่ากับแบบที่ผมทำๆ อยู่ทุกวันนี้ เพื่อกันไม่ให้มีคนมักง่ายเอาของฟรีไปใช้ได้อีก ซึ่งเป็นมาตรการขั้นสุดท้ายที่ผมไม่อยากให้เกิดขึ้นเลยจริงๆ เพราะผมเองก็ใช่ว่าจะชอบการ Spoil แบบนั้นมากนัก เนื่องจากรายละเอียดในเรื่องบางอย่างมันจะหายไปชนิดที่เรียกว่าอ่านแล้วไม่ เข้าใจเลยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าวันนั้นจะไม่มา ถึงนะครับ”

เปิดตอนมาต่อจากตอนที่แล้วที่ไอเซ็นแสดงพลังวาดเพลง ดาบวูบเดียวซัดบรรดาหัวหน้าหน่วยทั้ง 4 ลงไปกองอย่างง่ายดาย แม้จะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่บาดแผลนั้นก็สาหัสสุดที่หัวหน้าหน่วยทั้ง 4 จะทนยืนอยู่ไหว ร่วงจากฟ้าลงไปกองกับพื้น“ข้าไม่ฆ่าพวกเจ้า หรอก” เสียงเยาะเย้ยของเจ้าแห่งความชั่วร้ายลอยแว่วมากระทบโสตประสาท “คน มีพลังระดับพวกเจ้า ถึงบาดเจ็บขนาดนั้นก็ไม่หมดสติง่ายๆ ใช่มั้ยล่ะ จงดูอยู่ตรงนั้นแหละ จงกลิ้งเกลือกอยู่กับพื้น แล้วดูจุดสิ้นสุดของสงครามครั้งนี้โดยที่ตัวเองไม่อาจทำอะไรได้ไปซะเถอะ”

คำพูดเพิ่งจะสิ้นสุด ก็บังเกิดเสียงครืนสนั่นพร้อมกับสายลมร้อนตีวูบเข้ามาทางด้านหลัง เจ้าแห่งความมืดหันกลับไปมอง พบกับภาพที่อาจทำให้ผู้มองต้องตื่นตะลึงที่สุดในชีวิต…หากว่าผู้มองไม่ใช่ ไอเซ็น โซสุเกะณ ที่นั้น ห่างออกไปจากตำแหน่งปะทะไม่ต่ำกว่าหนึ่งหรือสองกิโลเมตร เปลวเพลิงสีแดงอมส้มลำใหญ่กำลังหมุนวนแล้วพวยพุ่งขึ้นไปในอากาศ มองไกลๆ ดูคล้ายพายุทอร์นาโดขนาดมหึมามาพัดอยู่กลางเมืองก็ไม่ปาน เส้นผ่านศูนย์กลางประเมินด้วยตาแล้วไม่ต่ำกว่าหลายร้อยเมตร ไอร้อนมหาศาลจากพายุเปลวเพลิงกวาดเอาตึกรามบ้านเรือนในรัศมีพัดของมันจนมอด ไหม้หายไปในพริบตาราวกับพายุหมุนที่ดูดกลืนทุกสิ่งทุกอย่างเข้าไปแล้วทำลาย

และ ท่ามกลางพายุเปลวเพลิงอันร้อนแรงขนาดท่อนเหล็กหรือหินผายังระเหิดเป็นไอนั้น ร่างของยามาโมโตะ เก็นริวไซ ชิเงคุนิ หัวหน้าใหญ่แห่ง 13 หน่วยพิทักษ์ ค่อยๆ ก้าวออกมาอย่างช้าๆ แต่หนักแน่นมั่นคง มือขวากุมด้ามดาบฟันวิญญาณ “ริวจินจักกะ” ที่ลุกโชนด้วยเปลวเพลิงไว้มั่น ดวงตาคมปลาบเป็นประกายวาววับผิดวัย จ้องมายังไอเซ็นอย่างดุดัน

“ใน ที่สุดท่านหัวหน้าใหญ่ก็ยอมออกหน้าแล้วรึ” ไอเซ็นถามแย้มยิ้ม แต่น้ำเสียงทอดถอนเหมือนจะเยาะเย้ย “แต่ช้าไปแล้ว หัวหน้าหน่วยที่พอนับว่าเป็นกำลังรบได้ในตอนนี้เหลือแต่ท่านเพียงผู้เดียว เท่านั้น หากโค่นท่านได้ 13 หน่วยพิทักษ์ก็พินาศตามตัวอักษรนั่นแหละ” สาธยายจบก็จะสำทับทิ้งท้ายใส่อีกฝ่ายว่า “พวกท่านสูญเสียโอกาสไปแล้ว ท่านควรจะออกหน้าให้เร็วกว่านี้นะ”

“อย่าโอหังให้มากนักไอ้หนู” นายเหนือแห่ง 13 หน่วยพิทักษ์ตอกกลับอย่างไม่หวาดเกรง “แค่พลังระดับเจ้า นึกว่าจะฟันข้าได้อย่างนั้นรึ?”

“ไม่ใช่นึกว่าจะฟันได้” หัวหน้ายมทูตกบฎย้อนอย่างเยือกเย็น “แต่ฟันไปแล้วต่างหากล่ะ”

“สามหาว!!!”

สิ้นเสียงตวาดก้อง ปู่ยามะก็ตวัดดาบฟาดเข้าใส่ไอเซ็น รวดเร็วชนิดที่หากคู่มือเป็นเพียงระดับหัวหน้าหน่วยทั่วไปคงถูกฟาดฟันจนขาด สองท่อนโดยไม่มีแม้แต่โอกาสจะหลบหลีก แต่นี่คู่มือเป็นถึงเจ้าแห่งอธรรมผู้ยืนอยู่เหนือจุดสูงสุดของเหล่าอารัน คาร์และฮอลโลว์ทั้งปวง ด้วยเหตุนี้ ก่อนที่ดาบของปู่ยามะจะทันมีโอกาสได้ออกครบกระบวนท่า ไอเซ็นก็ใช้ก้าวพริบตาวกอ้อมเข้ามาทางด้านหลังแล้ว ปู่ยามะไหวตัวทัน หมุนตัวแว้งกลับไปจะฟันเข้าใส่ แต่ยังช้ากว่าดาบของไอเซ็นที่กระซวกเข้าเต็มสีข้างซ้ายจนทะลุหลังในดาบเดียวทว่า แทนที่จะทำหน้าตกตะลึง หวาดกลัว หรือสิ้นหวังที่ถูกคู่ต่อสู้รุ่นเด็กกว่าโจมตีเอาจนเจ็บหนัก ปู่ยามะกลับแยกเขี้ยวยิ้มอย่างดุร้ายราวกับคาดหมายไว้ก่อน แล้วตะปบมือคว้าแขนของไอเซ็นไว้แน่น นิ้วผอมเกร็งทั้งห้าจิกลึกลงไปในเนื้อของอีกฝ่ายจนเลือดไหลเป็นทาง

“จับ ได้แล้ว ไอเซ็น โซสุเกะ” ยอดยมทูตในหมู่ยมทูตด้วยกันแค่นเสียง

“จับ ได้แล้วอย่างไรล่ะ?” ไอเซ็นตอกหน้ากลับ “แน่ใจได้อย่างไรว่าที่ท่านจับอยู่นี่คือแขนข้าจริงๆ”

“ถ้าแค่เห็น ด้วยตาหรือสัมผัสด้วยเนื้อหนังก็คงเป็นแบบนั้น” ปู่ยามะตอบ “แต่สัมผัสของพลังกดดันวิญญาณในดาบฟันวิญญาณที่แทงทะลุสีข้างข้านี่ ข้าไม่มีทางอ่านพลาดแน่”

พูดถึงตรงนี้ ปู่ยามะก็เงยหน้าขึ้นสบตาไอเซ็น ดวงตาของยมทูตชราวาววับด้วยแสงแห่งความตาย

“…ข้า เสียโอกาสไปแล้วงั้นรึ ผิดแล้ว โอกาสกำลังงามเลยต่างหาก”


ขาดคำ ก็บังเกิดเสียงคล้ายไฟปะทุขึ้นรอบด้านพร้อมกับลมร้อนวูบใหญ่พัดมาจากรอบด้าน เสาเพลิงขนาดมหึมา 7 ต้นพลันพุ่งวาบขึ้นมาจากพื้นดินรอบด้าน โอบล้อมพื้นที่โดยรอบบริเวณที่ปู่ยามะกับไอเซ็นยืนอยู่ในบัดดล“เอ็น เน็ตสึจิโกคุ (เพลิงนรกอเวจี)” ปู่ยามะอธิบาย “…การต่อสู้ทั้งหมด ที่เจ้าผ่านมา ทั้งหมดก็เพื่อเปิดช่องว่างสำหรับไม้ตายนี้”

“อาศัย ช่องว่างที่ลูกน้องตัวเองโดนเล่นงานสร้างของพรรค์นี้ขึ้นมางั้นรึ” ไอเซ็นค่อนขอด “เจ้าเล่ห์จริงๆ นะ”

“เพราะเจ้าเล่ห์ถึงสำเร็จไงล่ะ” ปู่ยามะย้อน ก่อนจะสำทับทิ้งท้าย “เจ้ากับข้าจะต้องตายอยู่ใต้พระเพลิงแห่งเอ็นเน็ตสึจิโกคุนี้”

สำทับ จบก็หันไปตะโกนบอกอิจิโกะที่กำลังยืนเอ๋อให้รีบหลบไปให้พ้นรัศมีเสาเพลิง เหล่านี้โดยเร็ว “ตัวเจ้าไม่ใช่คนของ 13 หน่วยพิทักษ์ ไม่จำเป็นต้องมาตายด้วยกันที่นี่หรอก”

“แล้วนักสู้คนอื่นล่ะ?” ไอเซ็นแกล้งถาม ไม่แสดงกิริยาว่ายินดียินร้าย “ปล่อยไว้ก็ต้องตายด้วยกันที่นี่ไม่ใช่หรือ?”

“ทุกคนเตรียมใจยอมตาย กันแต่แรกแล้ว” ปู่ยามะให้เหตุผล “เสียสละเพียงหนึ่งเพื่อโค่นล้มความชั่วร้ายอันยิ่งใหญ่ นั่นละคือเจตจำนงแห่ง 13 หน่วยพิทักษ์รู้ไว้ซะ”

ทว่าก่อนที่ปู่ยามะจะทันได้มีโอกาสทำตามเจตจำนงนั้น ประสาทสัมผัสอันว่องไวของนายเหนือแห่งเหล่ายมทูตก็จับได้ว่ามีอะไรบางอย่าง ปรากฏวูบขึ้นที่ด้านหลังของตนอย่างกะทันหันร่างนั้นคือวอนเดอร์ไวซ์ เจ้าอารันคาร์เอ๋อที่ต่อสู้กับเค็นเซย์และมาชิโระอยู่เมื่อกี้นั่นเอง ทั้งร่างของมันคล้ายปกคลุมด้วยเกราะรูปร่างไม่สมประกอบ ส่วนลำตัวผอมชะลูด แต่ส่วนต้นแขนถึงหัวไหล่กลับอวบหนาผิดปกติ บนหัวมีหน้ากากรูปร่างคล้ายหมวกทรงโค้งสูงสวมอยู่ เผยให้เห็นเฉพาะใบหน้าครึ่งซีกล่างที่กำลังแสยะยิ้มราวกับคนปัญญาอ่อนนั้น

ไม่ มีเสียง ไม่มีเค้าลางใดๆ ให้สัมผัสได้เลยแม้แต่น้อย แต่ปู่ยามะไม่สนใจ ตวัดดาบริวจินจักกะที่อาบด้วยเปลวเพลิงร้อนแรงสวนเข้าใส่หมายซัดอีกฝ่ายให้ มอดม้วย เจ้าเอ๋อเพียงแต่ยกมือขึ้นจับดาบเฉยๆ ก็หยุดดาบของปู่ยามะไว้ได้ ไม่ใช่แค่หยุดเท่านั้น เปลวเพลิงร้อนแรงที่ลุกอาบตัวดาบยังหายวับไปในทันทีที่เจ้าเอ๋อสัมผัสดาบ ด้วย เล่นเอาปู่ยามะชะงักกึกอย่างไม่อยากเชื่อสายตา

พริบตานั้น วอนเดอร์ไวซ์ก็ออกแรงกระชากแขนวูบ เหวี่ยงปู่ยามะจนกระเด็นลอยละลิ่วลงไปฟาดพื้นถนนตึกรามบ้านช่องจนพังเป็น แถบๆ ไปทันที

“ทำไมกัน” นายเหนือแห่งเหล่ายมทูตนึกตะลึงอยู่ในใจขณะยันตัวขึ้นยืนท่ามกลางซากปรักหัก พัง แล้วตวัดดาบสร้างเป็นกำแพงเพลิงมหึมาล้อมรอบตัวไว้ “ทำไมไฟของริวจินจักกะถึงดับไป…”ชั่วขณะที่ปู่ยามะกำลังสงสัยนั้น เอง…

“ข้าจะบอกให้เอง” เสียงทุ้มนุ่มของเจ้าแห่งความชั่วร้ายดังขึ้นใกล้ๆ ปู่ยามะหันมองตามเสียง พบกับร่างของอีกฝ่ายกำลังยืนอยู่ในระยะไม่ห่างไปนัก

“ริวจินจักกะ ของท่านนั้นคือดาบฟันวิญญาณที่แข็งแกร่งที่สุดไม่ผิดแน่ หากปะทะกันตรงๆ ด้านกำลังต่อสู้ข้าคงไม่อาจต่อกรได้ แต่ว่า” เขาเน้นที่คำว่าแต่ “หาก ทิ้งความสามารถด้านอื่นทั้งหมด แล้วเอาไปพัฒนาจุดแข็งเพียงด้านเดียวให้แกร่งเป็นพิเศษ ก็สามารถต่อกรกับ”

ดวง ตาสุขุมนิ่งเฉยของปู่ยามะเบิกกว้างขึ้นทันที ด้วยเข้าใจแจ่มแจ้งถึงความหมายของคำพูดของไอเซ็นดีว่าหมายถึงอะไร

“วอน เดอร์ไวซ์น่ะเป็นอารันคาร์ที่ข้าสร้างขึ้นเป็นพิเศษเพียงหนึ่งเดียว เรซูร์เร็คเชี่ยนของเขามีชื่อว่า ‘เอ็กซ์ทิงกิร์’ (ยุวราชพิฆาตเพลิงกาฬ) คืออารันคาร์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปิดผนึกริวจินจักกะของท่านยังไงล่ะ”

พร้อมๆ กับคำพูดนั้น กำแพงเพลิงของปู่ยามะก็ค่อยๆ แหวกออกเป็นช่อง  เผยให้เห็นรูปร่างเก้งก้างไม่สมประกอบของเจ้าเอ๋อวอนเดอร์ไวซ์ในสภาพปลด ปล่อยยืนอยู่ตรงนั้น ภาพเงาไหวระริกจากเปลวเพลิงสะท้อนรับกับดวงตาที่เป็นประกายวาวโรจน์ดุจสัตว์ ป่า เปลี่ยนให้เจ้าเอ๋อดูน่ากลัวราวกับผีเปรตอสุรกายผุดจากขุมนรก

ดวง ตาของไอเซ็นฉายแสงแห่งความตาย ขณะเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบว่า

“ลาก่อน ยามาโมโตะ เก็นริวไซ”


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: