[Spoil] Bakuman – 73

ต่อจากตอนที่แล้ว ชูจินก็มาพบกับพ่อแม่ของมิโยชิเพื่อจะขอแต่งงาน พ่อของมิโยชิก็เลยถามก่อนเลยว่าไม่ได้แต่งเพราะท้องใช่ไหมเพราะมิโยชิยังแค่ 19 อยู่ ชูจินก็เลยได้แต่พูดขอโทษจนมิโยชิบอกว่าทำไมต้องขอโทษด้วย แม่ของมิโยชิก็เลยช่วยให้ว่าเธอเองก็แต่งตอนอายุ 19 เหมือนกันแต่พ่อมิโยชิก็บอกว่าตอนนั้นเขาอายุ 26 แล้วและต่างก็ทำงานกันแล้วทั้งคู่แต่ชูจินกับมิโยชิยังเป็นนักศึกษาอยู่เลย ชูจินก็เลยได้แต่พูดขอโทษอีกรอบมิโยชิก็เลยพยายามพูดช่วยสนับสนุนด้วยอีกแรง

คราวนี้พ่อของมิโยชิก็ถามว่าชูจินอยากจะเป็นนักเขียนการ์ตูนให้ได้เลยใช่ไหม มิโยชิก็เลยพูดแทนชูจินเลยว่าชูจินตอนนี้ก็ได้ลงซีรีย์ที่จะลงเดือนกุมภาพันธ์นี้แล้ว แม่ของมิโยชิก็พูดเสริมให้ด้วยว่าเพื่อนของพ่อก็เป็นนักเขียนการ์ตูนแต่พ่อมิโยชิก็บอกว่าตอนนี้ไม่แล้ว

ส่วนทางด้านไซโคที่ปั่นต้นฉบับอยู่คนเดียวก็คิดว่าตอนนี้ชูจินคงกำลังคุยกับพ่อแม่มิโยชิอยู่แต่ก็คิดด้วยว่าพ่อแม่มิโยชิคงไม่ยกลูกสาวให้กับนักเขียนการ์ตูนที่ไม่มีอนาคตแน่นอน

กลับมาทางชูจิน พ่อมิโยชิก็บอกว่าเพื่อนเขาทำงานเขียนการ์ตูนจนตัวตายเลยทีเดียวก็เลยทำให้ทั้งชูจินและมิโยชิเริ่มเอะใจ มิโยชิก็เลยถามพ่อว่าเพื่อนของพ่อคือ คาวางุจิ ทาโร่ ใช่ไหม พ่อมิโยชิก็บอกว่าใช่ มาชิโร่ โนบุฮิโระ หรือนามปากกา คาวางุจิ ทาโร่ คนนั้นก็เลยทำให้ชูจินกับมิโยชิตะลึง

พ่อมิโยชิก็บอกพวกเขาเรียนห้องเดียวกันมาถึง 4 ปีตั้งแต่ป.1ถึงป.6 แถมตอนม.ต้นกับม.ปลายก็อยู่โรงเรียนเดียวกันจนเรียกได้ว่าเพื่อนสนิทที่สุดก็ว่าได้ พ่อมิโยชิก็เลยถามว่ารู้จักงั้นเหรอ มิโยชิก็เลยเรื่องที่ชูจินจับคู่เขียนการ์ตูนกับหลานของเพื่อนพ่ออยู่ซึ่งก็คือไซโค พ่อของมิโยชิก็เลยตกใจที่ชูจินจับคู่กับหลานของเพื่อนจนคิดว่าโลกนี้มันกลมจริงๆมิโยชิก็เลยบอกว่าเหมือนเป็นโชคชะตา แม่มิโยชิก็เลยสรุปว่าสามีในอนาคตของลูกกำลังจับคู่เขียนการ์ตูนกับหลานของเพื่อนสนิทก็เลยทำให้พ่อมิโยชิเหงื่อตก

แต่ชูจินก็คิดว่าการที่พ่อมิโยชิรู้ถึงการตายของอาไซโคอาจจะเป็นผลเสียกับเขามากกว่า และก็เป็นไปตามที่คิดที่เรื่องอาของไซโคไม่ได้ช่วยชูจินเลยเพราะพ่อมิโยชิบอกเรื่องนั้นกับเรื่องแต่งงานมันต่างกัน

แต่เมื่อพ่อมิโยชิรู้เรื่องนี้แล้วก็เลยขอให้ชูจินเรียกไซโคมาให้เขาพบด้วย เพราะหากชูจินจับคู่กับไซโคพ่อมิโยชิก็ต้องรู้จักกับไซโคด้วยเพื่อขอดูความมุ่งมั่นของไซโค หรือก็คืออยากให้ทั้งชูจินกับไซโคมาดวลเหมือนกับการแข่งคาราเต้จนชูจินกับมิโยชิตกใจที่พ่อมิโยชิคิดแบบนี้ พ่อมิโยชิก็บอกด้วยว่าทางนี้จะเป็นการดูความมุ่งมั่นของชูจินด้วยวิธีของเขาและหากชูจินชนะก็จะยอมยกมิโยชิให้ ชูจินก็เลยเริ่มเครียดมากขึ้นไปอีก

ว่าแล้วชูจินก็โทรไปหาไซโคๆก็คิดว่าชูจินคงเหลวมาแน่ๆแต่ชูจินก็บอกกับไซโคว่า

ชูจิน: ไซโค นายมาช่วยฉันเอาชนะแข่งคาราเต้กับพ่อของมิโยชิที

ไซโคที่เจอชูจินพูดแบบนี้ก็เลยถึงกับกระอักกาแฟที่กำลังดื่มจนหกใส่ต้นฉบับจนแทบเช็ดไม่ทัน ชูจินก็บอกไซโคว่าพ่อมิโยชิอยากจะเห็นความมุ่งมั่นของเขากับไซโคงานนี้ชูจินก็เลยต้องให้ไซโคมาด้วยเพราะเขียนการ์ตูนร่วมกัน แต่ไซโคก็บอกว่าแบบนี้จะไม่ไหวเอาเพราะความสามารถด้านกีฬาใช่ว่าจะดี แต่ชูจินก็ยังยืนยันว่าต้องให้ไซโคมาให้ได้และก็บอกไซโคด้วยว่าพ่อมิโยชิเป็นเพื่อนของอาของไซโค ไซโคที่เจอแบบนี้ก็เลยช่วยไม่ได้ยอมไปให้

จากนั้นไซโคก็เลยต้องรีบปั่นจักรยานไปบ้านมิโยชิโดยที่ก็ไม่อยากเชื่อว่าพ่อมิโยชิจะเป็นเพื่อนกับอาของตน และพอไซโคไปถึงก็เจอทุกคนมารออยู่หน้าบ้านแล้วไซโคก็เลยรีบแนะนำตัวเองให้พ่อมิโยชิรู้จัก และเมื่อไซโคมาแล้วพ่อมิโยชิก็ให้ไปที่โรงฝึกกันเลยก็เลยทำให้ไซโคเริ่มหวั่นๆตามชูจินไปด้วย แต่พอมิโยชิจะตามไปพ่อมิโยชิก็บอกไม่ให้มิโยชิไปด้วยเพราะเป็นเรื่องระหว่างลูกผู้ชาย ชูจินก็เลยบอกมิโยชิว่าจะทำให้ดีที่สุดก่อนที่จะไปกันเพียง 3 คนลูกผู้ชาย

ไซโคที่หวั่นๆก็เลยขอพ่อมิโยชิอย่างเดียวว่าอย่าทำให้แขนขวาเขาเจ็บก็พอแต่ก็เจอพ่อมิโยชิสวนกลับว่าไซโคพูดเหมือนอาเปียบไซโคก็เลยพูดอะไรไม่ออกอีกเลย

และแล้วทั้งสามคนก็มาถึงที่ๆพ่อมิโยชิจะพาแต่เพียงแต่ไม่ใช่โรงฝึกแต่เป็นร้านอาหารครอบครัวธรรมดาๆร้านหนึ่ง พ่อมิโยชิก็บอกว่าไม่อยากให้ภรรยากับมิโยชิรู้เรื่องที่จะพูดก็เลยใช้เรื่องการดวลเป็นข้ออ้างเท่านั้น

จากนั้นทั้งสามก็มานั่งคุยในร้าน พ่อมิโยชิก็บอกว่าอาไซโคกับเขาเป็นเพื่อนรักกันก็จริงแต่ก็เป็นคู่แข่งเรื่องความรักเหมือนกันด้วย ไซโคก็เลยถามว่าใช่ ฮารูโนะ มิยูกิ(แม่มิโฮะ) รึเปล่า พ่อมิโยชิก็เลยตกใจที่พวกไซโคก็รู้เรื่องนี้ด้วย ชูจินก็เลยบอกถึงเรื่องจดหมายที่เจอในสตูดิโอของอาไซโคก็เลยรู้เรื่องนี้

จากนั้นพ่อมิโยชิก็เล่าเรื่องสมัยเด็กตอนที่ไปทัศนศึกษากันตอนม.2 ตอนที่เพื่อนๆกำลังนอนกันนั้นพ่อมิโยชิก็บอกอาไซโคเรื่องที่ชอบมิยูกิอาไซโคก็เลยบอกว่าชอบมิยูกิเหมือนกัน แต่พ่อมิโยชิก็ไม่แปลกใจเพราะคิดว่าคงมีอีกหลายคนที่ชอบมิยูกิ

ทั้งคู่ที่ต่างคิดว่ามิยูกิไม่ใช่คนที่จะไปเดทกับใครง่ายๆเพราะเป็นคนเงียบๆแต่พ่อมิโยชิก็คิดว่ามิยูกิคงอยากจะเดทกับใครบางคนเท่านั้น อาไซโคก็เลยบอกให้พ่อมิโยชิไปบอกมิยูกิเลยว่าชอบพ่อมิโยชิก็เลยถามอาไซโคว่าแน่ใจเหรอเพราะอาไซโคก็ชอบเธอเหมือนกัน แต่อาไซโคก็ไม่คิดมากอยู่แล้วถ้าได้เป็นแฟนกัน เพราอาไซโคบอกไม่รู้จะทำตัวยังไงถ้าไปเดทกันแต่พ่อมิโยชิก็เหมือนกัน

แต่หลังจากนั้นพ่อมิโยชิก็ไปบอกความรู้สึกให้มิยูกิรู้ตอนฤดูใบไม้ผลิช่วงขึ้นม.3แต่สุดท้ายก็แห้วเพราะถูกบอกว่าไม่อยากไปเดทกับใครเพราะมีคนที่ชอบอยู่แล้ว และหลังจากนั้นในวันจบการศึกษาตอนม.3 อาไซโคก็มาบอกพ่อมิโยชิว่าได้จดหมายของมิยูกิมาพ่อมิโยชิก็เลยตกใจสุดๆ แต่เนื้อหานั้นไม่ใช่จดหมายรักแต่เป็นจดหมายที่อวยพรให้อาไซโคและเธอในชั้นม.ปลาย แต่พ่อมิโยชิก็รู้ว่าแบบนี้ก็เท่ากับมิยูกิชอบอาไซโคแต่ตอนนั้นพ่อมิโยชิก็คิดได้ว่าที่มิยูกิไม่บอกชอบอาไซโคเพราะรู้ว่าอาไซโคเป็นเพื่อนสนิทพ่อมิโยชิด้วย พ่อมิโยชิก็เลยคิดได้ว่าตัวเองกำลังจะขัดขวางความรักของเพื่อนก็เลยเริ่มสนับสนุนอาไซโคกับมิยูกิด้วยการให้อาไซโคตอบจดหมายมิยูกิ

ภายหลังจากนั้นก็คือที่พวกไซโครู้จากในจดหมายของอาไซโคจนสรุปสุดท้ายความรักของทั้งคู่ก็ไม่สมหวัง

ชูจินก็เลยเริ่มพูดเรื่องที่ไซโคกำลังคบกับมิโฮะที่เป็นลูกสาวของมิยูกิจนไซโคคิดว่าที่ชูจินพูดเรื่องนี้เพื่อช่วยให้ได้แต่งงานรึเปล่า แถมชูจินก็ยังบอกเรื่องที่มิโยชิกับมิโฮะเป็นเพื่อนสนิทกันด้วยจนเหมือนกับเป็นเรื่องบังเอิญเลยทีเดียว และพ่อมิโยชิเองก็เคยได้ยินมาปากมิโยชิมาเหมือนกันจนรู้สึกเหมือนเป็นโชคชะตาจริงๆ

ชูจินก็บอกเรื่องที่มิโฮะอยากจะเป็นนักพากษ์รวมถึงเรื่องที่ไซโคกับมิโฮะกำลังทำความฝันให้เป็นจริงเพื่อจะได้แต่งงานงานกันตามสัญญา พ่อมิโยชิก็เลยถามว่าถ้าชอบพอกันแล้วทำไมต้องตั้งเงื่อนไขแบบนี้ ไซโคก็เลยบอกว่าเป็นความคิดของเขาเองที่คิดเรื่องนี้

พ่อมิโยชิที่เห็นที่ไซโคกำลังทำนั้นก็ทำให้เขานึกถึงอาไซโคเมื่อตอนที่อาไซโคเริ่มจะเขียนการ์ตูนโดยตอนนั้นพ่อมิโยชิก็ถามอาไซโคว่าทำไมถึงไม่สารภาพกับมิยูกิ อาไซโคก็บอกว่าจะบอกหลังจากที่สำเร็จในอาชีพนักเขียนแล้ว พ่อมิโยชิก็ถามว่าทำไมอาไซโคต้องตั้งเงื่อนไขแบบนี้และบอกให้อาไซโคไปสารภาพรักซะ แต่อาไซโคก็บอกว่าเขาอยากแต่งงานกับมิยูกิเพราะงั้นถ้าเขาคบกับเธอก็อยากจะทำตัวให้เป็นคู่ครองที่เหมาะสมกับเธอ ดังนั้นพ่อมิโยชิก็เลยถอดใจยอมให้อาไซโคทำตามความฝัน

พ่อมิโยชิก็เลยคิดว่าไซโคเหมือนอาของตัวเองที่จะขอแต่งงานหลังประสบความสำเร็จเพียงแต่ต่างกันตรงที่ไซโคกับมิโฮะต่างรู้ถึงความรู้สึกของอีกฝ่ายแล้ว

เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้พ่อมิโยชิก็เลยบอกว่าเริ่มอยากจะเชียร์ให้ไซโคมั้งแล้วเพื่อให้ได้เป็นนักเขียนยอดนิยมและแต่งงานกับมิโฮะ คราวนี้ชูจินก็เลยถามเรื่องตัวเขากับมิโยชิมั้งพ่อมิโยชิก็ถามกลับว่าพวกชูจินจะทำให้ได้ถึงขั้นอนิเมไหมก็เลยทำให้ชูจินเริ่มเครียดใหญ่ แต่พ่อไซโคก็บอกว่าแค่ล้อเล่นเพราะจะไม่พูดเรื่องการตั้งเงื่อนไขถ้าต่างรักกันอยู่แล้ว เพราะพ่อมิโยชิคิดว่าจากเรื่องอาไซโคก็น่าจะให้ชูจินได้คู่กับมิโยชิโดยเร็วที่สุดน่าจะดีกว่าและก็เห็นว่าชูจินซื่อตรงด้วย

ชูจินที่ได้ยินแบบนี้ก็คิดว่าพ่อมิโยชิยอมรับแล้ว พ่อมิโยชิก็เลยบอกว่าจะดูเรื่องอพาร์ตเมนต์(เรือนหอว่างั้น)ให้ชูจินด้วยเพียงแต่อยู่ในเงื่อนไขว่าขอให้อยู่ใกล้พวกเขา ชูจินก็เลยขอบคุณพ่อมิโยชิใหญ่และก็ดีใจจนโล่งอกทันที แล้วพ่อมิโยชิก็บอกว่าจะช่วยเรื่องแต่งงานด้วย ส่วนเรื่องงานการ์ตูนชูจินก็บอกจะต้องทำได้แน่นอนเพราะเริ่มมาตั้งแต่ม.ต้นแล้ว

แล้วพ่อมิโยชิก็เริ่มพูดเรื่องอาไซโคอีกครั้งที่แม้จะอาไซโคจะไม่ได้เริ่มต้นมาตั้งแต่ตอนเรียนแต่พ่อมิโยชิก็รู้ว่าอาไซโคมีหัวถนัดด้านนี้เพราะเป็นคนที่มีไอเดียตลอดและยังเก่งเรื่องวาดรูปด้วย แต่เรื่องที่เก่งวาดรูปนั้นก็ทำให้ไซโคกับชูจินแปลกใจ แต่ไซโคก็พอจะรู้มาหน่อยที่อาเขาชำนาญด้านนี้ก็เลยตัดสินใจมาเป็นมืออาชีพ

พ่อมิโยชิก็เล่าว่าอาไซโคถึงจะไม่เด่นในชั้นแต่ก็มีอารมณ์ขันและทำตัวตลกอยู่ตลอด โดยพ่อมิโยชิก็เล่าว่าครั้งหนึ่งตอนม.1 ระหว่างที่เรียนอยู่อาไซโคก็ปล่อยมุขออกมาจนฮากันไปทั้งห้องรวมถึงมิยูกิเองก็หัวเราะด้วยในตอนนั้น(เรื่องมุขตรงนี้งงๆเลยไม่ขอแปลนะครับ)

แถมพ่อมิโยชิก็ยังบอกเรื่องที่อาไซโคเป็นพวกดื้อรั้นเลยทำให้พวกเขาสองคนดูคล้ายเด็กเกและพูดถึงการสอบที่เรียกว่าโฮคุชินซึ่งชูจินรู้ดีเพราะได้คะแนนเต็มมา โดยตอนนั้นพ่อมิโยชิกับอาไซโคไม่อยากมาโรงเรียนในวันอาทิตย์ที่เป็นวันสอบก็เลยไม่ได้ไปสอบจนสุดท้ายก็ถูกลงโทษให้นั่งคุกเข่าสำนึกผิดกันด้วย แต่ดูเหมือนว่าชูจินจะชื่นชมที่พ่อมิโยชิเล่าเรื่องสมัยนั้นไปซะทุกอย่างจนไซโครู้สึกออกอาการเบื่อขึ้นมาเลย

และหลังจากคุยกับพ่อมิโยชิเสร็จทั้งสามคนก็กลับไปหามิโยชิและบอกมิโยชิว่าผ่านการทดสอบจากพ่อแล้ว ระหว่างที่ไซโคกับชูจินกลับไซโคก็เมล์บอกเรื่องชูจินกับมิโฮะๆก็เลยดีใจจนโทรมาคุยกับชูจินเพื่อแสดงความยินดีด้วยชูจินก็เลยบอกจะพยายามเพื่อให้ได้ถึงคราวของมิโฮะกับไซโคมั้งแล้วมิโฮะก็ขอโทรไปคุยกับมิโยชิต่อ ด้วยเหตุนี้ชูจินก็เลยได้กำลังใจเต็มเปี่ยมที่จะทำให้เรื่องทันโตะฮิตให้ได้

วันที่ 15 มกราคม วันงานปาร์ตี้ฉลองปีใหม่ของจัมป์ พวกไซโคก็ได้นั่งรถที่ทางกองบ.ก.จัดมาให้ไปงานเหมือนเช่นเคย ไซโคก็กำลังคิดหนักเรื่องผู้ช่วยเพราะได้ทาคาฮามะมาเป็นผู้ช่วยอีกครั้งแต่ก็ยังหาผู้ช่วยคนอื่นอีกไม่ได้เลย แต่ตอนนั้นชูจินก็คิดฟุ่งซ่านเรื่องที่อาไซโคถนัดเรื่องขำๆมาตั้งแต่เด็กจนต้องพยายามคุมความคิดตัวเองให้คิดมุขของตอน 4 ให้ได้ก่อนก็เลยไม่ค่อยได้ฟังที่ไซโคพูดเท่าไรจนกระทั้งถึงสถานที่จัดงาน และในปีนี้ก็เหมือนกับปีที่แล้วที่กลุ่มฟุคุดะได้มางานกันทุกคนเพียงแต่ไม่มีนาคาอิแต่กลายเป็นอิวาเสะที่มาแทน

เมื่อพวกไซโคเข้าไปในงานก็เจอกับมิอุระทันทีแต่ก็ดูเหมือนกำลังยุ่งเรื่องเตรียมงานอยู่ก็เลยยังไม่ได้คุยกับพวกไซโคมาก จากนั้นพวกไซโคก็มาเจอฮัตโตริต่อ ฮัตโตริก็แสดงความยินดีเรื่องที่พวกไซโคได้ลงซีรีย์อีกครั้งแต่ก็พูดแค่นั้นและตรงเข้าไปหาอิวาเสะที่ตอนนี้มีแต่คนล้อมเต็มไปหมด ฮัตโตริก็บอกอิวาเสะว่าตอน 7 นั้นเขียนได้ดีแต่ก็บอกอย่าพึ่งให้เขียนตอน 8 ตอนนี้ แต่นั้นก็เลยทำให้ชูจินหวั่นใจที่อิวาเสะเขียนถึงตอน 8 แล้วและยังได้รับคำชมจากฮัตโตริอีก

อีกด้านนีซึมะก็กำลังได้รับคำชมที่เขียนต้นฉบับจากเรื่องของอิวาเสะได้ดีจนไอดะยังชม  ส่วนยูจิโร่ก็ห่วงเรื่องผู้ช่วยจนถามว่าผู้ช่วย 5 คนจะพอรึเปล่าแต่ก็ดูเหมือนว่านีซึมะจะทำต้นฉบับตอนแรกเสร็จไปแล้ว ไซโคที่ได้ยินแบบนี้ก็เลยยิ่งคิดมากใหญ่เพราะทางเขากำลังมีปัญหาเรื่องผู้ช่วยแต่นีซึมะดูเหมือนจะมีผู้ช่วยเยอะจนน่าอิจฉา

แล้วตอนนั้นนีซึมะก็มาเจอพวกไซโคพอดีแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรและหันกลับไปคุยกับฮัตโตริเพื่อบอกอยากจะขอดูตอน 7 เร็วๆฮัตโตริก็บอกจะเอาให้ดูหลังงานเลยจนพวกไซโคเริ่มคิดว่านีซึมะแปลกไปจากเดิมที่ปกติจะตื่นเต้นที่ได้เจอพวกเขา แล้วตอนนั้นฟุคุดะก็เข้ามาบอกพวกไซโคว่าดูเหมือนทุกคนจะชอบเรื่องใหม่ของนีซึมะกับอิวาเสะนี้

และก็ดูเหมือนจะเป็นอย่างที่ฟุคุดะพูดเพราะขนาดรองบ.ก.ใหญ่ยังชมว่าถ้าไม่มีนีซึมะคงวาดไม่ได้จนชูว่านีซึมะเป็นเหมือนดาวรุ่งของกองบ.ก.เลยทีเดียว และตอนนั้นนีซึมะก็เข้ามาพูดเชิดใส่พวกไซโคว่าเขาได้เป็นดาวรุ่ง งานนี้พวกไซโคก็เลยไฟเริ่มติดและบอกว่าถ้าพวกผู้ดูแลสนใจเรื่องของนีซึมะมากกว่าของพวกเขาแล้วก็จะแสดงถึงพลังของพวกเขาให้ดูเองและจะไม่ยอมแพ้อิวาเสะและนีซึมะเด็ดขาด

จบตอน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: