[Spoil] Medaka Box – 37

ต่อจากตอนที่แล้ว เซ็นคิจิก็บอกว่ามุนาคาตะไม่ใช่มือสังหารเพราะถ้าเชียวชาญเรื่องเทคนิคการฆ่านั้นก็หมายความว่าต้องเชียวชาญถึงวิธีที่จะไม่ฆ่าด้วยซึ่งตามจริงแล้วการไม่ฆ่านั้นยากกว่า และเมื่อลองสังเกตการกระทำของมุนาคาตะก็จะรู้ว่ามุนาคาตะพยายามเต็มที่ทีจะไม่ฆ่าเซ็นคิจิ ถึงขนาดปาอาวุธใส่หลังถึง 5 ชิ้นแต่เซ็นคิจิก็ยังรอดมาได้อยู่จึงเป็นหลักฐานอย่างดี

แล้วมุนาคาตะก็บอกว่าจิตสังหารจะฆ่านั้นเป็นของจริง ตอนที่เขาเห็นคนนั้นก็ต้องการจะฆ่าแต่มุนาคาตะก็พยายามจะเก็บแรงกระตุ้นนั้นไว้เพราะถ้าฆ่าคนพวกเขาก็จะตาย

นั้นคือเหตุผลที่มุนาคาตะยังคงบอกว่าตัวเองเป็นนักฆ่าและถืออาวุธมากมายตลอด คุกคามผู้คนในทุกโอกาสเพื่อให้ผู้คนหนีไปจากเขาก่อนที่แรงกระตุ้นนั้นจะเอาชนะความดีในตัวเขา เพราะเหตุนี้มุนาคาตะจึงไม่ฆ่าใครและหวังที่ทำให้ไม่ต้องฆ่าใคร การที่ตัวเขาเมื่อเห็นใครแล้วก็เกิดอาการอยากจะฆ่าคนจึงยากที่พยายามอยู่ห่างการมองคนไว้

แต่แบบนั้นก็จะทำให้เกิดความโดดเดี่ยว คนที่ไม่ธรรมดาอย่างมุนาคาตะก็เลยต้องการเพื่อนที่จะสามารถเข้าใจและอยู่กับเขาได้ นั้นคือเห็นผลที่มุนาคาตะเข้าร่วมแผนการ

แต่มุนาคาตะก็บอกว่าเซ็นคิจิก็เป็นตัวอันตรายเหมือนกันเพราะถึงขนาดทำให้ดาบตกลงมาเหมือนฝนแบบนั้นจนมุนาคาตะถึงกับถามเซ็นคิจิว่าอยากเป็นนักฆ่าเหมือนกันหรือไง แต่เซ็นคิจิก็บอกว่าเพราะเห็นว่ามุนาคาตะมีความสามารถทั้งการฆ่าและไม่ฆ่าจึงเชื่อใจในความสามารถของมุนาคาตะ

มุนาคาตะที่ได้ยินคำว่าเชื่อใจก็ไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเขาจะได้รับคำพูดนั้น มุนาคาตะจึงเชื่อว่าถ้าเป็นเซ็นคิจิจะต้องอยู่กับเขาได้แน่ก็เลยขอเป็นเพื่อนกับเซ็นคิจิๆก็เลยพูดว่าแบบนั้นเดียวมุนาคาตะก็จะพยายามฆ่าเขาอีกจนได้สู้กันอีก

แต่เซ็นคิจิก็บอกต่อว่าเมื่อเป็นแบบนั้นอีกนัยหนึ่งก็คือเป็นเพื่อนกันเรียบร้อยแล้ว

และด้วยเหตุนี้มิตรภาพของทั้งคู่ก็เลยทำให้คิไคจิม่ารู้สึกมุนาคาตะนั้นคิดเหมือนกับเธอและเชื่อว่าเซ็นคิจิจะต้องเป็นเพื่อนกับทุกคนได้แน่นอน และนั้นคือเหตุผลที่เซ็นคิจิถึงอยู่กับเมดากะมาได้ตลอดจนถึงตอนนี้

ส่วนเมดากะที่รู้สึกไม่แปลกๆก่อนหน้านี้ก็พึ่งเข้าใจว่านั้นเพราะรู้สึกได้ด้วยตัวเองว่ามุนาคาตะนั้นซ่อนอาวุธไว้เพื่อแค่อำพลางเท่านั้น

มากุโระที่ได้ยินแบบนั้นก็ตอบเลยว่าใช่แบบไม่รู้ร้อนรู้หนาวเหมือนจะรู้อยู่แต่แรกว่าตัวจริงของมุนาคาตะเป็นแบบนี้ก็เลยทำให้พวกเมดากะอึ้งจนเหงื่อตก

ตัดไปทางด้านห้องผ.อ.ๆก็คุยโทรศัพท์กับหัวหน้าของที่ไหนสักแห่งเพื่อขอให้ทางนั้นยกเลิกประกาศจับของมุนาคาตะออกเพราะคิดว่าไม่จำเป็นอีกแล้ว ชิรานุอิที่ก็อยู่ด้วย(กินตลอดเลย)ก็ถามปู่ของเธอว่าแน่ใจเหรอที่จะยกเลิกประกาศจับกับคนที่โกหกว่าฆ่าคนมา

ผ.อ.ก็บอกว่าไม่เป็นไรเพระาตอนนี้มุนาคาตะมีเพื่อนแล้วก็จะไม่ก้าวสู่เส้นทางที่เจ็บปวดอีก แต่ที่ผ.อ.คิดก่อนหน้านี้ว่าเมดากะจะเป็นคนเดียวที่จะเป็นเพื่อนให้มุนาคาตะได้ก็เลยคิดว่าคราวนี้ต้องจับตาเซ็นคิจิยิ่งขึ้นเพราะคิดว่าเซ็นคิจิคือหมาป่าที่หุ่มขนแกะอยู่

ชิรานุอิเห็นปู่พูดมาแบบนี้ก็ปฎิเสธคำพูดของปู่และบอกว่าเซ็นคิจิเป็นคนธรรมดาแน่นอน เป็นเพื่อนธรรมดาๆของเธอ

ชิรานุอิที่บอกชอบที่ตัวเองมีเพื่อนแต่ไม่ชอบพวกไม่ธรรมดา

พูดเสร็จชิรานุอิก็ขอตัวไปเดินเล่นเพราะกินอิ่มแล้ว(รวมแล้วกินไปเยอะกว่าขนาดตัวด้วยซ้ำ)หรือจะให้ปู่คิดว่าไปออกกำลังก็ได้

ผ.อ.ที่เห็นแบบนี้และยังเห็นมากุโระมาอีกก็เลยคิดว่าคงต้องปรับเปลี่ยนแผนฟลาส์แล้ว

จากนั้นพวกเมดากะก็มายังชั้นต่อไปและต้องตะลึงเมื่อเจอสัตว์มากมาย

จนเหมือนกับว่าที่นี่เป็นสวนสัตว์ยังไงยังนั้น

เซ็นคิจิก็เลยถึงกับตะลึงที่ต่อจากสวนญี่ปุ่นก็มาเจอสวนสัตว์จนสงสัยว่าที่นี่สร้างมายังไงแน่ถึงได้มีของแบบนี้อยู่ใต้โรงเรียน

แต่คนที่ดูเหมือนไม่สนเรื่องนั้นก็คือเมดากะที่ตอนนี้ร่าเริงขึ้นมาเกินเหตุทันทีและบอกให้เซ็นคิจิรีบไปดูกันด้วยหน้าตาดีใจสุดๆ(เพราะชอบสัตว์สุดๆถึงสัตว์จะไม่ชอบก็ตามสินะ)

เมดากะที่ร่าเริงซะจนอยากจะดูสัตว์ในชั้นนี้ทั้งหมด(เพราะมันไม่หนีเหมือนสวนสัตว์ทั่วไปด้วยสินะ)และชวนคิไคจิม่าให้ดูด้วยกันแต่….

คิไคจิม่า: ฉันเกลียดสัตว์ค่ะ
(เมดากะช็อค)
เมดากะ: ~~~~~~นี่! (ชี้ไปที่แพนด้า)
คิไคจิม่า: สีดำกับขาวน่ารังเกียจ ดูเหมือนโจรในหนังย้อนยุคไม่มีผิด
เมดากะ: ~~~~~~นี่! (ชี้ไปที่โคอาล่า)
คิไคจิม่า: สีเทาซะจนดูเหมือนตุ๊กตาของเล่น ไม่ให้ความรู้สึกว่าเป็นของจริงสักนิด
เมดากะ: ~~~~~~นี่! (ชี้ไปที่ยีราฟกับช้าง)
คิไคจิม่า: คอยาวจมูกยาว รูปแบบเดิมๆไม่มีศิลป์อะไรเอาซะเลย

เซ็นคิจิ&อาคุเนะ: ผู้หญิงคนนี้…. ไม่รู้จักความหมายของคำว่า “น่ารัก” เลยเหรอไง?

เมดากะก็เลยถอดใจที่จะทำให้คิไคจิม่ารู้สึกชอบจนสุดท้ายสองสาวก็ต้องมาสู้กันเองด้วยเหตุผลที่ดูปัญญาอ่อนซะจนสองฝาแฝดขอบ่น

แต่มากุโระก็ถามเซ็นคิจิสังเกตอะไรไหมเซ็นคิจิก็บอกว่าสังเกตเห็นเหมือนกัน

นั้นคือสัตว์ที่อยู่ที่นี่นั้นไม่กลัวเมดากะเลยสักตัวเลยทำให้เซ็นคิจิคิดว่าความสามารถที่ไม่ธรรมดาของเมดากะนั้นใช้ไม่ได้ผลและนั้นก็เลยทำให้เมดากะดีใจใหญ่

มากุโระก็คิดว่าสัตว์พวกนี้ได้รับการฝึกคงใช้ยาสักอย่างมาหรือก็คือไม่ใช่ตามปกติของมันนั้นเองเหมือนไม่ใช่สวนสัตว์ธรรมดา

จากนั้นอาคุเนะก็สำรวจกรงต่างๆ

และก็เจอเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งที่มาขอคุยกับอาคุเนะโดยขอคุยกับอาคุเนะคนเดียว เธอก็เลยอยากจะแนะนำตัวก่อน

แต่อาคุเนะก็บอกไม่จำเป็นเพราะจำเธอได้ว่าเป็นเพื่อนร่วมชั้นนั้นคือ นาเซ ยูกะ อาคุเนะที่บอกว่าพอได้ยินเรื่องชั้น 13 ก็คิดถึงเธอทันทีเพราะเห็นว่าป่วยจากการทดลองในสวนสัตว์

เมื่อนาเซเห็นว่าอาคุเนะรู้ดีก็เลยขอเข้าเรื่องเลยคือต้องการจะเจรจากับอาคุเนะโดยปราศจากคนอื่นๆเพราะเห็นว่าเป็นคนเดียวที่จะเข้าใจชาวอังกฤษ

นาเซก็ขอให้อาคุเนะออกไปจาดที่นี่และหมายถึงโรงเรียนด้วยเพราะตั้งแต่พวกอาคุเนะมาขวางการวิจัยก็ทำให้เกิดปัญหาและเธอจะขอให้ผ.อ.ยกโทษให้เมดากะและจัดเตรียมการย้ายให้ด้วยให้อาคุเนะสามารถเข้าที่เรียนไหนก็ได้ตามที่อาคุเนะต้องการรวมถึงเข้าสภานักเรียนได้ด้วย และนาเซก็บอกว่าพวกอาคุเนะคงไม่อยากให้ใครเจ็บซึ่งฝ่ายเธอก็เหมือนกันต่างคนต่างทำธุระของตัวเอง

แต่อาคุเนะก็บอกว่านาเซไม่เปลี่ยนไปเลยพูดเหมือนเป็นเจ้าของโลกนี้ อาคุเนะจึงบอกชัดเจนเลยว่าธุระของเขาก็คือหน้าที่ของสภานักเรียนของโรงเรียนฮาโคนิวะแห่งนี้

แล้วตอนนั้นเองก็มีอีกคนโผล่มาด้านหลังอาคุเนะ

อาคุเนะจึงรีบหันกลับไป และผลนั้น….

[นาเซ ยูกะ ปี 2 ชั้น 13 ชื่อรหัส ดำขาว]
[โคกะ อิทามิ ปี 2 ชั้น 13 ชื่อรหัส เบสเพน(Best pain)]

จบตอน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: