[Spoil] EXEcutional – 130 # Prisoner of God

หลังจากโฮลี่ออเดอร์รวบรวมกุญแจจนครบและเริ่มกระบวนการบางอย่าง พวกมัจฉาก็ได้กลับมายังดินแดนแห่งภูตอีกครั้งเพื่อบอกถึงจุดประสงค์ของโฮลี่ออเดอร์ที่ว่าต้องการจะลบ ESP ของทุกคนบนโลกให้กับเหล่าสมาชิกที่เหลือฟัง แม้จะมีบางคนเสนอว่าเมื่อโฮลี่ออเดอร์ต้องการลบ ESP ของผู้คน ก็ให้คนที่มี ESP ไม่ต้องมายุ่งกับเกมนี้อีก

มัจฉาที่ก็ไม่ได้คัดค้านข้อเสนอนี้แต่ก็คิดว่าเพลเยอร์ที่เหลือในเกมนี้จะไม่เชื่อสิ่งนี้ด้วยเรื่องของส่วนได้ส่วนเสียจึงยากที่จะมีคนยอมรับฟังเรื่องนี้ และอีกประการหนึ่งก็คือ Ruler ที่เป็นแกนหลักของเน็ตเวิร์คที่ครอบคลุมไปทั่วโลกในอนาคตซึ่งนับวันก็จะยิ่งขยายไปมากขึ้นเรื่อยๆ หากจะให้คนที่มี ESP หลบการถูกลบ ESP นี้ก็ต้องห้ามยุ่งกับระบบเน็ตเวิร์คทั้งหมดบนโลกไปทั้งชาติจึงเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้

ส่วนโฮลี่ออเดอร์ในตอนนี้นั้นก็กลายเป็นลูกกลมแสงซึ่งเป็นที่รวบรวมกุญแจที่ลอยอยู่เหนือดาวเรทิคิวลัมจนสามารถจะมองเห็นได้แม้จะอยู่ที่ดินแดนภูตนั้น พวกมัจฉาก็ไม่อาจจะทำอะไรได้เนื่องจากได้กลายเป็นอมตะไปแล้วแถมจะเข้าใกล้ก็ยังยากเนื่องจากจะโดนหลุมมิติของมันดูดซะก่อน

มัจฉาเองก็เคยได้ยินมาในตอนที่กำลังเป็นคีย์มาสเตอร์อยู่ว่า ผู้ที่รวบรวมกุญแจได้นั้นจะเป็นอมตะและสร้าง”มาสเตอร์คีย์”ขึ้นมา เป็นกุญแจสำคัญเพียงหนึ่งเดียว แต่นอกจากนี้มัจฉาก็ไม่รู้ข้อมูลอะไรอีก แต่ตอนนั้นเองที่เกียร์ก็ติดต่อเข้ามาเพื่อพูดคุยและบอกว่ารู้ถึงข้อมูลของเรื่องนี้ ซึ่งเกียร์ในตอนนี้ไม่ได้อยู่ในร่างของเกษมแต่อยู่ในร่างจริงที่ๆไกลจากที่พวกมัจฉาอยู่มากและหากไม่ได้อินสตอลกับร่างเกษมก็คงไม่อาจคุยแบบส่งภาพได้ด้วย

เกียร์ก็ได้บอกว่า”มาสเตอร์คีย์”ที่เกิดจากกุญแจทั้ง 12 ดอกจะเป็นที่ใช้เปิดโพรเทคชั่นไฟร์วอลล์ และผู้นำที่จะเครียร์เกมนั้นจะต้องเป็นโฮลี่ออเดอร์เป็นอันดับแรก ส่วนเหตุการณ์ต่อจากนั้นจำเป็นต้องตีความจาก “คำใบ้อีเวนท์”

มัจฉาที่ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนจึงสงสัยว่า “คำใบ้อีเวนท์” นั้นคืออะไร เกียร์จะเล่าว่าหลังจากผู้สร้างเกมได้ตายไปก็ไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมถึงเบื้องหลังของเกมนี้ หรือก็คือเมื่อรวบรวมกุญแจได้แล้วเหตุการณ์จะเป็นยังไงนั้นก็ยังเป็นปริศนา แต่ก็ได้ทิ้ง”คำใบ้อีเวนท์”ให้เดากันเท่านั้น ได้แก่

-กุญแจสิบสองดอกรวมเป็นหนึ่ง และกุญแจดอกนั้นพร้อมที่จะเปิดประตูนรกหรือประตูสวรรค์
-หากประตูสวรรค์เปิดออกดวงดาวจะเปล่งประกาย จักรวาลจะรวมเป็นหนึ่ง แต่หากประตูนรกเปิดออก นรกจะประทับตราลงบนผืนแผ่นดินและดวงดาว
-นักโทษทั้งสิบสองที่ถูกจองจำไว้ในเปลือกไข่จะถูกปลดปล่อย จากนักโทษกลับกลายเป็นราชันย์ นำตราประทับมาสู่ดวงดาว
-ผืนน้ำจะสั่นสะเทือน ความหายนะจะมาเยือนจักรวาลที่ไร้แสงสว่าง
-ดวงดาวทุกดวงจะรวมเป็นหนึ่ง ใต้ผืนน้ำใหญ่ที่ไร้ก้นบึ้ง
-แสงสว่างจะสาดส่องทั่วทุกทิศ ดาวดวงเดียวข้ามผ่านกาลเวลา เพื่อให้กำเนิดดาวทุกดวง
-ที่เหลือไว้ต่อวันหลัง (หาว) วันนี้ชักขี้เกียจแล้วล่ะ

พอเหล่าสมาชิกวินเชสเตอร์เจอคำใบ้เข้าไปแบบนี้ก็งงกันทั่วหน้า แต่เกียร์ก็บอกว่าคำใบ้นี้ไม่ใช่ของ Ruler แต่เป็นผู้สร้างเกม แต่เมื่อเขาตายไป Ruler จึงอยู่ในสภาพไร้เจ้าของแต่ถึงกระนั้นมันก็ยังทำงานต่อไปเรื่อยๆ

ทุกคนก็ต่างพยายามคบคิดเพื่อแก้ปริศนาของคำใบ้ แต่มัจฉาเองก็คิดว่าคำใบ้พวกนี้ยากที่จะสื่อความหมายตรงๆได้คิดมากไปก็เท่านั้นก็เลยขอเก็บไว้ตีความทีหลัง แต่เกียร์ก็เดาถึงความหมายของคำใบ้ที่ว่า”นักโทษ”ไว้อย่างหนึ่ง นั้นก็คือมอนสเตอร์ขนาดยักษ์ที่กำลังวิวัตฒนาการอยู่ แต่มัจฉาก็งงว่าเกียร์พูดถึงตัวอะไรเกียร์ก็เลยบอกเลยว่าเหนือพวกมัจฉา(เหนือดินแดนภูต)นั้นก็ยังมีอยู่ตัวหนึ่ง ทุกคนก็เลยเข้าใจทันทีว่าหมายถึงตัวอะไร

เกียร์ก็บอกต่อว่าข้อมูลในเกมของตัวนี้นั้นถูกระบุชื่อว่า “12 นักโทษสวรรค์” และยังกระจัดกระจายไปทั่วจักรวาล นอกจากนั้นทุกตัวก็ยังวิวัฒนาการตัวเองตามความเร็วอีเวนท์ของจักรวาลบริเวณนั้นๆ เกียร์ก็คิดว่าคำว่านักโทษนั้นสื่อหมายถึงการถูกจองจำและเจ้าตัวพวกนี้ก็ยังขยับไปไหนไม่ได้เพียงแต่ใครเข้าใกล้มันก็จะปกป้องตัวเองด้วยลำแสงทำลายล้าง และการเติบโตของมันก็ส่งผลต่อมอนสเตอร์รอบๆให้วิวัฒนาการตามมันด้วย

คราวนี้กานดาที่ฟังแล้วก็สงสัยว่าหากมอนสเตอร์นี้วิวัฒนาการเสร็จจะเป็นยังไงจะไปไหนมาไหนได้งั้นเหรอ เกียร์ก็บอกว่าใช่และก็ร้ายกาจมากจนเตือนทุกคนว่าอย่าไปยุ่งกับมันเด็ดขาด และที่เกียร์มั่นใจและรู้ขนาดนั้นก็เพราะบริเวณที่เกียร์อยู่มีอยู่ตัวหนึ่งด้วย แถมรูปร่างของตัวที่อยู่ใกล้ๆเกียร์นั้นก็ยังไม่เหมือนกับตัวที่อยุ่ใกล้ๆกับพวกมัจฉาแล้ว และเกียร์ก็คิดว่าตัวที่อยู่ใกล้ๆเกียร์นี้ได้วิวัฒนาการจนสมบูรณ์เป็นตัวแรก นั้นคือ…

[ราชันย์มังกร เกว็น-กาซาเยฟ]
HP:145,000,000 MP:0 LEVEL:197 RACE:มังกร
ราชันย์มังกรที่อยู่บนจุดสูงสุดของมอนสเตอร์เผ่ามังกรทั้งมวล ลำตัวยาว 2,352กิโลเมตร (วิวัฒนาการสมบูรณ์แล้ว)
พฤติกรรมปัจจุบัน บินเป็นวงโคจรกว้างๆระหว่างดาว 8-9 ดวง ยังไม่มีท่าทีอื่นนอกจากการบินอย่างเดียว
อาหารของมันคือวงแหวนดาวและดาวเคราะห์น้อยดวงเล็กๆ

และสาเหตที่ทำให้มอนสเตอร์ตัวนี้วิวัฒนาการได้รวดเร็วก็เพราะการล่มสลายของ GM ที่ทำให้อีเวนท์ข้ามขั้นไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งตามปกติหาก GM(ดังเดิม) และ คีย์มาสเตอร์ยังอยู่ก็จะไม่เป็นเช่นนี้เพราะGM(ดังเดิม) และ คีย์มาสเตอร์จะเป็นผู้ทำให้เกมค่อยๆดำเนินไปตามเนื้อเรื่อง

เกียร์ที่คุยมาได้ถึงตอนนี้ก็จำเป็นต้องตัดการสื่อสารกับพวกมัจฉาก่อนเพราะ ราชันย์มังกร เกว็น-กาซาเยฟ นั้นกำลังจะบินเข้ามาใกล้ๆเกียร์อีกรอบพอดี เมื่อเกียร์ตัดการสื่อสารแล้วก็เริ่มซ่อนตัวเองทันทีโดยคิดอยู่คนเดียวว่าไม่อยากให้พวกมัจฉายุ่งกับเจ้าตัวแบบนี้เลยและคิดว่าหากบอก HP ไปละก็ต้องท้อกันหมดแน่นอน

ด้ายพวกมัจฉาเมื่อคุยกับเกียร์จบแล้วแม้จะเคลียร์ข้อสงสัยได้แต่ก็คิดว่ามีปัญหาเพิ่มมาอีกเพียบ แต่เรื่องนั้นมัจฉาก็ขอทิ้งเอาไว้ก่อนเพื่อคิดถึงปัญหาที่สำคัญกว่าสำหรับกองกำลังวินเชสเตอร์ในตอนนี้ ก็คือจะเอายังไงกับกองกำลังต่อไปดี

เพราะไม่มี GM แล้ว กุญแจดอกสุดท้ายก็ถูกชิงไปแล้วจึงเท่ากับว่ากองกำลังวินเชสเตอร์สูญเสียเป้าหมายหลักไปทั้งหมด แม้ทุกคนจะคิดการอยู่เป็นกลุ่มกองกำลังจะสนุกดีและก็เริ่มชินกันแล้วแต่หากไม่มีเป้าหมายก็ไม่อาจคงสถานะกองกำลังได้ มัจฉาก็คิดถึงเรื่องนั้นแล้วเพราะยังติดใจกับการเคลียร์เกมและการขอพรอยู่ แต่นั้นก็ยังเป็นความคิดของมัจฉาคนเดียวมัจฉาจึงต้องบอกให้ทุกคนรู้ถึงการตัดสินใจใหม่

จบตอน

3 Responses

  1. ขอบคุณคับ

  2. สุดยอดเลยมันมากๆเล่ม14มาเดียวจะรีบสอยเลย

  3. อยากก่านอ่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: