[Spoil] Bleach – 388 Eagle Without Wings 2 [EXTREME BATTLEMASTERS MIX]

Credit Text Spoil : Drake

หน้าเปิด

เปิดตอนมาต่อจากตอนที่แล้วที่อิจิโกะโผล่พรวดออกจากการ์กันต้ามาตวัดดาบฟันใส่ไอเซ็นจากด้านหลัง

ฉาก ตัดไปยังช่ววเวลาก่อนหน้านั้นเล็กน้อย อิจิโกะกำลังวิ่งไปตามทางในการ์กันต้าพลางนึกถึงคำเตือนของอุโนะฮานะเรื่อง ความสามารถของ “เคียวขะซุยเงสึ” ด้วยเหตุนี้ อิจิโกะจึงคิดว่า
การจะเอา ชนะไอเซ็นได้โดยไม่ต้องมองปลดปล่อยขั้นต้นของเคียวขะซุยเงสึนั้น จำเป็นต้องจัดการให้ได้ในการโจมตีครั้งเดียว อิจิโกะจึงวางแผนไว้ว่า ถ้าหลุดจากการ์กันต้าไปถึงโลกมนุษย์ ณ เมืองคาราคุระที่กำลังสู้กันเมื่อไหร่ เขาจะฉวยโอกาสพุ่งเข้าโจมตีไอเซ็นทันทีโดยไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายตั้งตัวติด

คิดได้ดังนั้น เด็กหนุ่มก็รวบสองมือกำดาบกระชับแน่น แล้วกระโจนพรวดไปยังรอยร้าวเล็กๆ ที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าบนเส้นทางการ์กันต้า

เพล้ ง!! เสียงคล้ายกระจกบานใหญ่แตกเป็นเสี่ยงๆ เมื่อกำแพงมิติซึ่งปิดทางระหว่างการ์กันต้ากับโลกมนุษย์พังทลายลงด้วยการ พุ่งชนของอิจิโกะ เขาพบตัวเองกำลังมองแผ่นหลังของไอเซ็นที่ยืนตัวตรงนิ่ง ไม่ได้อยู่ในท่วงท่าที่จะขยับตัวรับมือการโจมตีใดๆ ได้เลย

ตำแหน่ง ด้านหลัง ซ้ำยังเป็นระยะประชิดเสียอีก นับเป็นโอกาสงามอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ เด็กหนุ่มยมทูตเกร็งกำลังชาร์จพลังวิญญาณทั้งหมดไปที่ดาบคู่ใจ แล้วตวัดฟาดสุดแรงใส่ต้นคอของฝ่ายตรงข้ามทันที

บังเกิดเสียงดังสนั่น ราวเสียงคำรนของสายฟ้า พร้อมๆ กับที่คลื่นพลังสีดำพุ่งวาบเป็นสายตัดผ่านฟากฟ้าเหนือเมืองคาราคุระในทันใด ทั้งหมดในที่นั้นต่างชะงักนิ่ง เงยหน้าขึ้นมองลำแสงสีดำสาดประกายราวกับจะตัดผ่าฟากฟ้าเป็นสองซีกด้วยอาการ ตะลึงเต็มที่

แต่ที่ตะลึงที่สุดกลับเป็นตัวอิจิโกะเจ้าของคลื่นพลังเอง

เพราะ คลื่นพลังที่ตัวเองทุ่มสุดตัวซัดออกมานั้น กลับไม่อาจทำอันตรายไอเซ็นได้เลย ร่างสูงโปร่งของเจ้าแห่งความชั่วร้ายยังคงหันหลังยืนนิ่ง มีเพียงโล่ที่สร้างจากพลังวิญญาณเท่านั้นที่คอยคุ้มกันร่างไว้ไม่ให้คลื่น พลังมีโอกาสเล็ดลอดผ่านเข้าไปได้ ดูไปดูมาคล้ายเสาไม้เล็กๆ ที่ยืนหยัดอยู่ท่ามกลางกระแสน้ำสายใหญ่

“ไม่ได้เจอกันเสียนานนะ เจ้าหนูเรียวกะ” เสียงทุ้มนุ่มของเจ้าแห่งความชั่วร้ายดังขึ้นท่ามกลางเสียงครืนครานของคลื่น พลัง ทำเอาอิจิโกะชะงักกึกไปวูบหนึ่ง พริบตานั้นประกายดาบก็วาบขึ้น ตัดฝ่าคลื่นพลังสีดำราวสายฟ้าแลบบนฟากฟ้ามืดมิด อิจิโกะพลิ้วร่างวูบ ตีลังกาหลบดาบได้แบบฉิวเฉียด ก่อนจะอาศัยแรงกระโดดถอยฉากไปตั้งหลักในระยะห่างไกลออกไป

“…จู่โจม ได้ดี แต่ตำแหน่งฟันแย่ไปหน่อยนะ” ไอเซ็นเอ่ยปากอีกครั้ง ก่อนจะหันร่างกลับมาเผชิญหน้ากับอิจิโกะแบบตรงหน้า “ต้นคอเป็นจุดอ่อนของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดไม่ว่าประเภทไหน คิดว่าข้าจะเข้าสู่สนามรบโดยไม่ป้องกันตำแหน่งนั้นไว้เลยงั้นรึ?”

คำพูดของไอเซ็นทำเอาอิจิโกะถึงกับหน้าเสีย เขารู้ทันทีว่าความผิดพลาดในการจู่โจมเมื่อครู่นี้เป็นเพราะตัวเขาไม่ยอม เข้าโจมตีอีกฝ่ายขณะสวมหน้ากากกลายร่างเป็นฮอลโลว์นั่นเอง ซึ่งทั้งหมดนั้นก็เพราะความกลัวว่าหากปล่อยหน้ากากออกมาแล้ว ตัวเองจะไม่สามารถควบคุมการกลายร่างเป็นฮอลโลว์ได้ และอาจทำพลาดในชั่ววินาทีที่ต้องลงดาบตัดสินแพ้ชนะ แบบเดียวกับที่เขาเคยพลาดในการต่อสู้กับยามี่มาแล้ว

“เมื่อกี้เราน่า จะโจมตีทั้งๆ ที่อยู่ในสภาพแปลงเป็นฮอลโลว์!!” เขาพึมพำแช่งด่าความผิดพลาดของตัวเองในใจ ขณะกระชับดาบเตรียมตั้งท่าจะสู้อีกครั้ง

หากยังไม่ทันที่จะทำอะไร…

“…ให้ ข้าลองเดาความคิดเจ้าตอนนี้มั้ย” น้ำเสียงเยือกเย็นราวมีดน้ำแข็งของไอเซ็นดังแทรกขึ้น ทำเอาอิจิโกะชะงักวูบ “เรา พลาดในการลงดาบตัดสินครั้งแรก เมื่อกี้เราน่าจะโจมตีทั้งๆ ที่อยู่ในสภาพแปลงเป็นฮอลโลว์ ถ้าโจมตีทั้งๆ ที่อยู่ในสภาพแปลงเป็นฮอลโลว์ ป่านนี้ก็คงตัดสินกันในดาบเดียวไปแล้ว…ยังงั้นสินะ”

ยมทูต หนุ่มเบิกตาค้างด้วยความตะลึงที่ถูกอีกฝ่ายอ่านความคิดได้แบบหมดเปลือก ไอเซ็นเห็นอิจิโกะหน้าเสียถึงขนาดนั้นก็เผยอรอยยิ้มเย็นชา แล้วเอ่ยปากว่า

“ก็ ลองดูสิ” สิ้นคำพูดนั้น ดวงตาที่เพียงแค่นิ่งเฉยไร้น้ำหล่อเลี้ยงก็กลับเปลี่ยนเป็นประกายวาววับ อย่างน่ากลัวโดยพลัน “แล้วข้าจะสอนให้รู้เองว่าเจ้าสำคัญตนผิดไปแล้ว”

น้ำเสียงและแววตาของอีกฝ่ายทำเอาอิจิโกะถึงกับขนลุกซู่ เขายกมือซ้ายขึ้นวาดผ่านใบหน้า เรียกหน้ากากฮอลโลว์ขึ้นมาสวมในทันใด

“ใช่ แบบนั้นแหละ” ไอเซ็นเอ่ยปากรับ ดวงตามีประกายสมใจเมื่อเห็นอิจิโกะทำตามที่ตนยั่วยุ ก่อนจะเอ่ยปากกระตุ้นต่อ “เข้ามาเลย”

ไม่ ต้องรอให้อีกฝ่ายยั่วยุอิจิโกะก็พร้อมอยู่แล้ว เขาเงื้อดาบไปข้างหลังจนสุดแขน แล้วเกร็งพลังกดดันวิญญาณทั้งหมดในร่างส่งไปยังคมดาบ พริบตาเดียวดาบทั้งเล่มก็ถูกคลื่นพลังสีดำโอบล้อมไว้จนมิด

“เก็ตสึงะเท็นโช!!!” (เขี้ยวจันทราทะลวงสวรรค์)

สิ้นคำประกาศชื่อท่าไม้ตาย คมดาบอาบคลื่นพลังในมือก็ตวัดวาบ ส่งคลื่นพลังมหึมาให้พุ่งออกไปยังเป้าหมายทันที

ทว่า พริบตาที่คลื่นพลังเพิ่งจะพุ่งออกไปจากดาบของอิจิโกะ ร่างของไอเซ็นก็พลันหายวับไปจากคลองสายตา ชั่ววินาทีถัดมา ก็กลับมาปรากฏอยู่ ณ ตำแหน่งข้างหลังอิจิโกะ ไกลเกินกว่าระยะคมดาบปกติจะฟันถึง แต่ไม่ไกลเกินกว่าระยะโผนเข้าฟาดฟันในหนึ่งก้าวกระโจน

“เป็นอะไรไป” น้ำเสียงท้าทายเสียงเดิมดังมาอีก “เมื่อกี้ฟันไม่ถูกข้านะ”

แต่ คราวนี้แทนที่จะตอบรับคำท้าทาย อิจิโกะกลับหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับไอเซ็นอย่างรวดเร็ว พร้อมถีบเท้าถอยหลังหนีฉากออกไปทิ้งระยะห่างเหมือนเดิม ไม่ยอมเข้าต่อสู้ในระยะประชิดอย่างที่อีกฝ่ายจงใจยั่วให้ทำอยู่ทนโท่

“…ทิ้ง ระยะห่างขนาดนั้นทำไม? ถ้าตั้งใจจะโจมตีให้ถูกจริงๆ ก็ต้องเข้าระยะประชิดสิ” เจ้าแห่งความชั่วร้ายแกล้งปั้นเสียงสั่งสอน “หรือกลัวว่าถ้าเข้าใกล้ข้าแล้วจะติดกับปลดปล่อยขั้นต้นของข้าทันที?”

อิ จิโกะนิ่งเงียบไม่ยอมตอบ แม้ในใจจะชักเริ่มหวั่นไหว เขาพยายามระงับความรู้สึกที่เริ่มสั่นคลอน ก่อนจะค่อยๆ สลายหน้ากากเพื่อเพิ่มเวลาในการสวมหน้ากากใหม่สำหรับเตรียมโจมตีสุดแรงครั้ง ต่อไป

“…ถ้าคิดอย่างนั้นจริงละก็โง่เต็มที” ราชาแห่งฮูเอโก้มุนโด้เอ่ยปากต่อไป “สิ่ง ที่เรียกว่าระยะห่างน่ะจะมีความหมายก็ต่อเมื่อเป็นการต่อสู้ระหว่างคนที่ ระดับฝีมือใกล้เคียงกันเท่านั้น ดังนั้น ระหว่างข้ากับเจ้า คำว่าระยะห่างน่ะไม่มีความหมายอะไรหรอก”

สิ้นสุดคำพูดนั้น จู่ๆ ร่างของไอเซ็นก็หายไปต่อหน้าอิจิโกะอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ได้ไปข้างหลังอย่างหนแรก แต่มายืนอยู่ต่อหน้าในระยะประชิดจนแทบจะเอื้อมมือถึงกัน การเคลื่อนไหวของไอเซ็นทั้งรวดเร็วทั้งเงียบกริบจนน่าขนลุก แม้แต่สายตาอันว่องไวระดับเดียวกับหัวหน้าหน่วยอย่างอิจิโกะก็ยังมองไม่เห็น ว่าอีกฝ่ายเริ่มเคลื่อนไหวตั้งแต่เมื่อไหร่ เข้ามาถึงตำแหน่งประชิดตัวขนาดนี้ได้อย่างไร

“นี่ไง” เจ้าแห่งความชั่วร้ายว่าพลางยกปลายนิ้วขึ้นแตะหน้าอกของอิจิโกะตรงตำแหน่ง หัวใจ “แค่ทำแบบนี้ ก็เหมือนข้าเอื้อมถึงหัวใจเจ้าแล้วเห็นมั้ย”

เห็นดังนั้น อิจิโกะก็หน้าซีด ตาลีตาลานตวัดดาบฟาดสวนออกไปด้วยความตกใจและความกลัวว่าจะถูกเล่นงาน ไอเซ็นหลบได้สบายๆ ด้วยความเร็วระดับที่อิจิโกะมองไม่เห็นอีกเช่นเคย เขาขยับวูบเดียวก็ขยับวูบไปอยู่ข้างหลังอิจิโกะอย่างง่ายดายราวกับการ เคลื่อนหลบนั้นเป็นเพียงการเดินสวนกันธรรมดาบนถนนเท่านั้น

“ข้าขอถามเจ้าข้อหนึ่ง เจ้าหนูเรียวกะ” หัวหน้ายมทูตกบฏเริ่มคำถามด้วยน้ำเสียงเรียบๆ “เจ้าสู้กับข้าเพื่ออะไร?”

คำถามของไอเซ็นเรียกอิจิโกะให้หันตัวกลับมายังทิศที่อีกฝ่ายยืนอยู่ทันควัน อวดแววงุนงง สับสน ไม่เข้าใจเต็มสองตา

“เพราะ มีความแค้นใดกับข้างั้นรึ?” เขาถามต่อไป “ไม่ ใช่ใช่มั้ยล่ะ ที่เจ้ามายังที่นี่ก็เพราะต้องการพาตัวอิโนะอุเอะ โอริฮิเมะกลับไปอย่างปลอดภัยเท่านั้น ซ้ำเพื่อนพ้องของเจ้าก็ไม่ได้สิ้นชีวิตเลยแม้แต่ผู้เดียว เช่นนั้นแล้ว เจ้ายังสามารถเคียดแค้นข้าได้จากหัวใจของเจ้าจริงๆ รึ?”

พูดถึงตรงนี้ ไอเซ็นก็ค่อยๆ หันกลับมามองหน้าอิจิโกะ ดวงตาเยือกเย็นไร้ซึ่งความปราณีนั้น บัดนี้วาววับด้วยแววดูถูกอย่างชัดเจน

“ไร้ ความสามารถสิ้นดี” น้ำเสียงขณะพูดนั้นแฝงแววดูถูกชัดเจนไม่แพ้แววตา “เจ้า ในตอนนี้นั้นไร้ซึ่งความเคียดแค้นใดๆ แค่กวัดแกว่งดาบด้วยความรู้สึกว่าต้องรับผิดชอบเท่านั้น ดาบแบบนั้นไม่มีวันเข้าถึงตัวข้าได้หรอก ใจสู้ที่ไร้ซึ่งความเคียดแค้น มันก็ไม่ต่างอะไรกับนกอินทรีที่ไร้ปีก”

สีหน้าของอิจิโกะยังคง นิ่งค้างอยู่ที่เดิมตลอดคำดูถูกอันยืดยาวนั้น มีเพียงแววตาเท่านั้นที่บอกถึงอารมณ์ภายใน เริ่มจากตกตะลึง ก่อนจะค่อยๆ แปรเปลี่ยนไปเป็นสับสน โกรธเกรี้ยว และเดือดดาล…

เจ้าแห่งอธรรมลอบยิ้มอย่างสมใจเมื่อเห็นสิ่งที่ตนต้องการอยู่ในแววตาคู่นั้น ก่อนที่จะเริ่มพูดต่อไป

“ของแบบนั้นไม่มีวันปกป้องสิ่งใดได้อย่างเด็ดขาด เพื่อนพ้องที่ไร้ซึ่งพลังก็มีแต่จะขวางมือขวางเท้าเท่านั้น”

ถึง ประโยคนี้ สติของอิจิโกะก็ขาดผึง เขาสะบัดดาบขวับกลับมาชี้ใส่หน้าไอเซ็น แล้วขยับจะปราดเข้าโจมตีอย่างบ้าเลือดเพื่อลบคำสบประมาทของอีกฝ่ายให้ได้

แต่ก่อนที่อิจิโกะจะทำดังนั้น มือใหญ่หน้าข้างหนึ่งก็ตะปบหมับเข้าที่สองมือซึ่งกำด้ามดาบไว้แน่น อิจิโกะชะงักแล้วเงยหน้าขึ้นมอง

…โคมามูระนั่นเอง…

“อย่า หลงกลมัน คุโรซากิ อิจิโกะ” หัวหน้าหน่วยใบหน้าสัตว์ป่าเตือนเสียงหนัก “การยั่วยุท้าทายคือวิธีถนัดของมัน ถ้าเจ้ารักษาความเยือกเย็นไว้ไม่ได้ แม้แต่ชีวิตเจ้าก็รักษาไว้ไม่ได้”

ได้ ยินดังนั้น สายตาของอิจิโกะซึ่งเดือดดาลราวสัตว์ป่าบ้าคลั่งก็ค่อยสงบลงทีละน้อย จนกลับมาเยือกเย็นเหมือนเดิม ไม่มีวี่แววสับสนคลุ้มคลั่งเหลืออยู่อีก

“…อย่า ห่วงไปเลย” น้ำเสียงของหัวหน้าหน่วยร่างยักษ์อ่อนลงเมื่อเห็นว่าอิจิโกะเริ่มกลับมาเป็น ตัวของตัวเองแล้ว “พวกหัวหน้าหน่วยรู้เหตุผลที่ส่งเจ้ากลับมาฝั่งนี้แล้ว ไม่มีใครยอมให้เจ้าได้เห็นปลดปล่อยขั้นต้นของไอเซ็นแน่นอน”

ขณะ ที่โคมามูระพูดอยู่นั้น อิจิโกะก็มองเห็นเงาสีขาวสลับดำจำนวนมากพุ่งวาบมาอยู่ ณ เบื้องหน้าของเขา ครั้นเงาเหล่านั้นหยุดเคลื่อนไหว อิจิโกะจึงค่อยเห็นว่าเงาเหล่านั้นแท้จริงคือเหล่าหัวหน้าหน่วยและรองหัว หน้าหน่วยที่ยังพอต่อสู้ได้และไม่มีหน้าที่ต้องคอยพยาบาลคนเจ็บบนเมืองคารา คุระปลอมนั่นเอง (เท่าที่เห็นในภาพก็มี ซุยฟง โอมาเอดะ โคมามูระฮิซึกายะ ชุนซุย)

ไม่ใช่แต่เพียงเหล่าหัวหน้าและรองหัวหน้าเท่านั้น เหล่าไวเซิร์ดทุกคนยกเว้นฮิโยริซึ่งบาดเจ็บสาหัส ฮัตช์ซึ่งคอยดูแลฮิโยริ และเคนเซย์ที่กำลังรบติดพันอยู่กับวอนเดอร์ไวซ์เพื่อคุ้มกันมาชิโระ ก็เข้ามาร่วมวงกับเหล่ายมทูตด้วยเช่นกัน

เสียงใครคนหนึ่งที่อิจิโกะจำได้ว่าเป็นฮิซึกายะ โทชิโร่ หัวหน้าหน่วย 10 ออกปากขึ้น

“พวกข้าจะคอยคุ้มกันเจ้าเอง”

จบตอน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: