[Spoil] Bleach – 387 Ignited

Credit Text Spoil : Drake
หน้าเปิด
เปิดตอนมาต่อจากตอนที่แล้วที่ชูเฮย์ใช้ดาบเสียบโท เซ็นในร่างเรซูร์เร็คเชี่ยนจนทะลุคอ (ภาพในตอนนี้แสดงให้เห็นว่าดาบมันไม่ได้แทงตรงหัวพอดี แต่แทงตรงคอครับ)

ตัดฉากไปทางฮิราโกะที่ปลดปล่อยดาบฟันวิญญาณ “ซาคานาเดะ” ออกมาให้ไอเซ็นชมเป็นขวัญตา ภาพแสดงให้เห็นรูปร่างของดาบในสภาพปลดปล่อยขั้นต้น ซึ่งหลักๆ แล้วยังคงเป็นรูปร่างดาบซามูไรคล้ายรูปร่างเดิมในสภาพผนึก ต่างกันที่บนใบดาบมีรูกลมขนาดใหญ่ขนาดเกือบเท่าใบดาบ 4 รูเจาะเรียงกันเป็นแถวเดียวตั้งแต่ส่วนโคนยันส่วนปลายดาบ ด้ามดาบเปลี่ยนจากด้ามแบบธรรมดาไปเป็นด้ามสลักลวดลายงดงาม ปลายด้ามทำเป็นรูปห่วงเหล็กขนาดใหญ่ มองไปดูคล้ายปลอกคอเหล็กสำหรับล่ามสิงโตมากกว่า

ฮิราโกะสอดมือตัวเอง เข้าไปในห่วงเหล็กนั้นพร้อมกับออกแรงหมุนแขน พลันดาบฟันวิญญาณก็หมุนควงเป็นวงราวกับใบพัดที่กำลังพัดเอื่อยๆ ไม่ถึงกับเร็วจนมองตามไม่ทัน แต่ก็ไม่ช้าถึงขนาดจะลอดมือผ่านรัศมีใบพัดนั้นเข้าไปได้อย่างปลอดภัย

“รูปร่างน่าสนใจดีนะดาบนั่น” คือคอมเมนต์แรกจากปากของไอเซ็น ผู้ยืนเฉยมองอดีตหัวหน้าของตนควงดาบเล่นด้วยทีท่าสบายอารมณ์

“เจ๋งใช่มั้ยล่ะ” ฮิราโกะตอบกลับพลางฉีกยิ้มกวนบาทา “ไม่ให้ยืมหรอกนะขอบอก”

“แต่ ข้าไม่รู้สึกว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลยนะ” ไอเซ็นแกล้งวกเข้าประเด็นทันที แววยั่วล้อไม่ยอมหายไปจากน้ำเสียง “ที่บอกว่า ‘ควบคุมประสาทสัมผัส’ น่ะ ข้าหูฝาดไปอย่างนั้นรึ”

“พูดบื้อๆ อะไรพรรค์นั้น” หัวหน้ากลุ่มไวเซิร์ดค่อน “ก็เปลี่ยนไปแล้วนี่ …อ๊ะอ๋า~ นั่นไงๆ”

ท่อนท้ายแกล้งทำจมูกฟุดฟิดเหมือนกำลังดมหากลิ่นอะไรอยู่ ก่อนจะปรายตากลับมามองหน้าไอเซ็นพร้อมทำสายตาเจ้าเล่ห์เหมือนจิ้งจอกร้าย

“กลิ่นหอมดีใช่มั้ยล่ะ?”

ได้ ยินดังนั้น เจ้าแห่งความชั่วร้ายก็ทำหน้าเหมือนฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้ รีบกลั้นลมหายใจตัวเองทันที แต่ยังช้ากว่าเสียงยียวนของฮิราโกะที่แว่วมากระทบโสตประสาท

…พร้อมๆ กับกลิ่นหอมบางอย่างที่ลอยมาสัมผัสจมูก…

“มากลั้นลมหายใจตัวเองเอาตอนนี้น่ะมันสายไปแล้ว” อดีตนายเหนือแห่งหน่วย 5 ค่อนขอด พร้อมกับกระตุกข้อมือแรงๆ หนึ่งครั้ง ดาบฟันวิญญาณที่ควงติ้วๆ อยู่ในมือข้างนั้นหยุดหมุนลงในทันที

“ขอต้อนรับสู่โลกสลับด้าน”

สิ้นสุดคำพูดของฮิราโกะก็บังเกิดสิ่งประหลาดขึ้น…อย่างน้อยก็ในการรับรู้ของไอเซ็นยามนี้

ท้อง ฟ้าที่ควรอยู่สูงลิบขึ้นไป ณ เบื้องบนกลับพลิกลงมาอยู่เบื้องล่าง พื้นดินอันเป็นที่ตั้งของเมืองคาราคุระกลับพลิกขึ้นไปอยู่เบื้องบน เช่นเดียวกับร่างของฮิราโกะที่เปลี่ยนจากท่ายืนตามปกติเป็นยืนกลับหัวเอา เท้าอยู่บนเอาหัวอยู่ล่าง

ไม่ใช่แต่ตำแหน่งบนล่างเท่านั้น แม้แต่ตำแหน่งข้างซ้ายข้างขวาก็ยังสลับกัน เห็นได้จากท่ายืนของฮิราโกะที่สลับจากยืนเอียงซ้ายมาเป็นเอียงขวา มือที่จับดาบเปลี่ยนจากมือขวาเป็นมือซ้าย รวมทั้งรอยแผลฝีมือโทเซ็นเหนือคิ้วขวาก็กลับเปลี่ยนมาอยู่ข้างซ้ายเช่นเดียว กัน

เจ้าแห่งความชั่วร้ายเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยอย่างประหลาดใจ ก่อนจะปรับสีหน้ากลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม แล้วหรี่ตาจ้องฮิราโกะเขม็ง พยายามวิเคราะห์ข้อมูลทุกอย่างในคลองสายตาอย่างเต็มที่

“นี่ละคือความสามารถของ ‘ซาคานาเดะ’ ของข้า” ฮิราโกเป็นฝ่ายประกาศไขข้อข้องใจให้ไอเซ็นซะเอง “ทำ ให้ประสาทรับรู้บนล่างซ้ายขวาของคู่ต่อสู้สลับกันหมด เหมือนเล่นเกมของหล่น* เลยใช่มั้ยล่ะ? บ๊ะ แต่ช่างเหอะ อย่างเจ้าคงไม่เคยเล่นเกมล่ะมั้ง” (*หมายเหตุ: เกมของหล่น – เกมแนวจำพวกต่อบล็อคหรืออย่างอื่นที่หล่นลงมาให้เรียงเป็นแนวเดียวหรือสีเดียวกัน เช่น เกม Tetris เป็นต้น)

พูด จบ นายเหนือแห่งกลุ่มไวเซิร์ดสะบัดแขนหนึ่งครั้ง เหวี่ยงด้ามดาบเข้าสู่มือในพริบตา พร้อมกับพุ่งเข้าใส่รวดเร็วราวหมาจิ้งจอกวิ่งเข้าหาโพรง

แต่ไอเซ็น ไม่ได้แสดงสีหน้าตกใจหรือลนลานรับมือไม่ถูกเลยแม้แต่น้อย เจ้าแห่งความชั่วร้ายยังคงยิ้มอย่างเยือกเย็น ขณะตั้งดาบเตรียมรับมืออย่างไม่รีบร้อน

“…น่าสนใจจริงๆ เสียด้วยสิ” เขาบอกฮิราโกะ “ทุกอย่างสลับด้านกันหมดบนล่างซ้ายขวางั้นรึ งั้นก็แปลว่า…”

พูด ถึงกลางประโยคตรงนี้ จู่ๆ ไอเซ็นก็หมุนคอกลับไปมองด้านหลังแบบกะทันหัน ไม่นำพาต่อร่างของฮิราโกะที่พุ่งเข้าจู่โจมใส่จากด้านหน้าแม้แต่น้อย พร้อมกับกล่าวต่อจนจบประโยคว่า

“…หน้าหลังก็สลับกันด้วยงั้นสินะ”

ฮิ ราโกะเบิกตาค้างอย่างตะลึงด้วยคิดไม่ถึงว่าทริกลับที่ตัวเองจงใจแกล้งบอก ข้ามไปตอนแจงสี่เบี้ยความสามารถให้ฝ่ายตรงข้ามรู้จะถูกมองออกอย่างง่ายดาย แบบนี้

“คิดไม่ถึงล่ะสิว่าจะถูกมองออกแบบนี้” เจ้าแห่งอธรรมเอ่ยเยาะๆ ขณะยกดาบขึ้นรับดาบของฮิราโกะที่คาดเดาว่าจะมาจากตำแหน่งด้านหลังทางขวาได้ อย่างแม่นยำ

พริบตาที่สัมผัสได้ว่าดาบทั้งคู่ปะทะกัน กำลังนึกแน่ใจแล้วว่าตัวเอง “ป้องกันดาบไว้ได้” จู่ๆ ต้นแขนข้างซ้าย (แต่ฮิราโกะฟันใส่ทางด้านขวา) ของไอเซ็นก็ถูกฟันเป็นแผลเลือดสาดกระจายในบัดนั้น!!

สีหน้าและแววตา ของเจ้าแห่งความชั่วร้ายที่เคยเยือกเย็นอยู่เสมอ ฉายแววตกตะลึงวาบอย่างไม่ปิดบัง ไม่ใช่เพียงเพราะเป็นครั้งแรกนับแต่ประกาศสงครามกับโซลโซไซตี้ที่ตัวเองได้ รับบาดเจ็บถึงขั้นเลือดอาบเท่านั้น แต่เพราะประหลาดใจและตกใจที่คมดาบที่เห็นชัดๆ แล้วว่าตัวเองปัดป้องได้ กลับมาทำร้ายตัวเองในทิศทางตรงข้ามกับการฟันได้หน้าตาเฉยอีกด้วย

“คิดไม่ถึงล่ะสิ” เสียงค่อนขอดของฮิราโกะดังขึ้น “ทั้ง บนทั้งล่าง ทั้งซ้ายทั้งขวา ทั้งหน้าทั้งหลัง ทุกอย่างสลับกันหมด และพร้อมกันนั้น ทิศทางที่เจ้ามองเห็นกับทิศทางที่ตัวเจ้าถูกฟันก็สลับกันด้วย”

ไอเซ็นหันกลับไปมองตามเสียงพูดของฮิราโกะ สีหน้าตกตะลึงหายไป กลับมาเป็นไอเซ็นผู้เยือกเย็นคนเดิม

“บน ล่าง ซ้าย ขวา หน้า หลัง รวมทั้งทิศทางการโจมตี เจ้าสามารถรับมือทั้งหมดนั้นโดยใช้แค่ภาพในหัวอย่างเดียวได้มั้ยล่ะ? ไม่มีทางซะหรอก ไม่มีใครทำแบบนั้นได้แน่นอน ยิ่งแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ ยิ่งคุ้นเคยกับการต่อสู้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งต่อสู้โดยพึ่งปฏิกิริยาตอบโต้ต่อสิ่งที่ร่างกายรับรู้มากเท่านั้น”

คำราม จบก็โผนร่างเข้าฟันใส่เต็มเหนี่ยวอีกครั้ง รุนแรงระดับปลิดศีรษะคู่ต่อสู้จนขาดกระเด็นได้ในดาบเดียว ด้วยมั่นใจว่าต่อให้เริ่มจับเคล็ดทั้งหมดได้ อีกฝ่ายก็ไม่มีทางทำตามได้ในเวลาสั้นๆ เพียงแลกกันสองกระบวนท่าแน่ๆ

แต่นายเหนือแห่งเหล่ามนุษย์หน้ากากคิดผิด เมื่อการโจมตีของตนเองในครั้งนี้หวดอากาศเข้าเต็มๆ ไม่ถูกตัวไอเซ็นเลยแม้แต่นิดเดียว

“โธ่เอ๊ย นึกว่าเรื่องอะไร” เป็นทีของฮิราโกะต้องเบิกตาค้างฟังเสียงของไอเซ็นบ้าง “ก็แค่หลอนประสาทตาเท่านั้นไม่ใช่รึ”

พร้อมๆ กับคำพูดนั้น แผ่นหลังของฮิราโกะก็ขาดควากเป็นรอยแผลยาวเฟื้อยตั้งแต่บ่าซ้ายจรดเอวขวา เลือดแดงฉานพุ่งกระจายเป็นฝอยๆ ขึ้นไปกลางอากาศ

“ยังห่างไกลกับความสามารถของข้าที่ควบคุมประสาทสัมผัสทั้งห้าอยู่มากนัก” เจ้าแห่งอธรรมว่าต่อ “ของแบบนี้ถ้าชินซะก็หมดเรื่องแล้ว มันก็แค่ระดับการละเล่นของเด็กเท่านั้น ฮิราโกะ ชินจิ”


…ทำไม…

เสียงเสียงหนึ่ง…อู้อี้ไม่ได้ศัพท์เหมือนเสียงสะท้อนจากห้วงเหว ดังขึ้นท่ามกลางความมืดลึกล้ำเหมือนห้วงสมุทร

ความ มืดรอบด้านสว่างวาบ กลายเป็นภาพเคลื่อนไหว พร่ามัวลางเลือนราวกับฉายจากม้วนฟิล์มเก่าเกินอายุ แต่ก็ยังชัดเจนพอที่ “เขา” จะมองเห็นรายละเอียดได้

รายละเอียดของเหตุการณ์ที่ “เขา” ไม่เคยได้ “เห็น” ด้วยตาตัวเอง แต่ประสาทสัมผัสส่วนอื่นกลับจำได้แม่นยำจนฝังอยู่ในทุกอณูของร่าง

เหตุการณ์ที่อยู่ในใจของเขามานานหลายร้อยปี…

ภาพ ชายตาบอดผิวคล้ำสวมเสื้อผ้าปอนๆ ถูกๆ อย่างชาวเมืองลูคอนผู้หนึ่ง กำลังยืนโหวกเหวกอยู่หน้าสถานที่แห่งหนึ่ง สองแขนผอมบางคว้าท่อนเหล็กคล้ายด้ามทวนหรือกระบองที่ขวางปิดทางอยู่เบื้อง หน้าไว้แน่น แก้วตาขาวขุ่นไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ ผิดกับสีหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด โกรธเกรี้ยว และไม่เข้าใจลิบลับ

“ทำไมชายผู้นั้นถึงไม่ถูกตัดสินประหารขอรับ!?” ชายผู้นั้นร้องตะโกนสุดเสียง “ให้ข้าได้เข้าพบ 46 ห้องกลางด้วยเถอะขอรับ!! ได้โปรดเถอะ!! ใครก็ได้!! ใครก็ได้—————…”

ชายหนุ่มร่ำร้องราวกับคนเสียสติ แต่กระบองขวางทางจะลดลงสักนิดก็หาไม่

…ทำไม…

…ทำไม…

…ทำไม…

…ทำไมกัน…

—————————————————————-

เปลือกตาของโทเซ็นค่อยๆ ลืมขึ้นอย่างช้าๆ เผยให้เห็นแก้วตาสีขุ่นเหมือนปลาตาย ซึ่งฉายแววงุนงงกับทั้งสภาพรอบด้านและสภาพร่างกายตัวเอง

ขณะ ที่สมองกำลังจะคิดใคร่ครวญอย่างประหลาดใจว่าทำไมตัวเองถึงยังไม่ตายด้วยการ โจมตีของชูเฮย์นั้นเอง เรื่องประหลาดยิ่งกว่ากลับจู่โจมเข้าสู่จิตใจของโทเซ็นในชั่วไม่ถึงวินาที ถัดมา

…ไม่ใช่ทั้งร่างกายของตัวเองที่เปลี่ยนสภาพจากร่างฮอลโลว์กลับมาเป็นยมทูตเหมือนเดิม…

…ไม่ใช่ทั้งดวงตาที่ยังคงมองเห็นภาพต่างๆ เหมือนเมื่อครั้งกลายร่างเป็นฮอลโลว์ แม้จะพร่าเลือนไม่แจ่มชัดเท่า…

…แต่ กลับเป็นใบหน้าของโคมามูระเพื่อนรัก และชูเฮย์ลูกน้องคนสนิทกำลังก้มมองเขาอยู่อย่างเป็นห่วงเป็นใยอยู่เคียงข้าง ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่นานนัก พวกเขาต่างทุ่มแรงห้ำหั่นกันชนิดที่เรียกว่าแทบจะเข่นฆ่ากันให้ตกตายกันไป ข้าง…

…ทำไม…

แววเลื่อนลอยอย่างคนเพิ่งฟื้นคืน สติแปรเปลี่ยนเป็นแววไม่เข้าใจขึ้นมาโดยพลัน เขาขยับปากเรียกชื่อทั้งคู่ แต่ก่อนจะทันได้พูดอะไรต่อไป โคมามูระก็กลับออกปากห้ามไว้ แล้วชิงพูดขึ้นเสียก่อน

“พลังฮอลโลว์ทำให้เจ้ายังหายใจได้ก็จริง แต่คอเจ้าถูกแทงเป็นแผลลึก” น้ำเสียงทุ้มหนัก แต่นุ่มนวลและเจือความห่วงหาอาทรเหมือนเมื่อครั้งที่ทั้งคู่ยังเรียกตัวเอง เป็น ‘เพื่อนสนิท’ ของอีกฝ่าย “ดังนั้นตอนนี้อย่าเพิ่งพูดอะไรดีกว่า”

ได้ ยินดังนั้น ชายหนุ่มผิวคล้ำจึงค่อยยอมอยู่นิ่ง เก็บคำพูดของตัวเองไว้เงียบๆ ไม่เอ่ยออกมา กระนั้นก็ยังอดไม่ได้ต้องยกมือขึ้นแตะตรงลำคอ สัมผัสรอยแผลที่ลำคอต่ำกว่าตำแหน่งลูกกระเดือกไปเพียงเส้นยาแดง

“ก่อนจะสู้กันเจ้าเคยพูดไว้ใช่มั้ย…ว่า ‘รู้อยู่แล้วว่าสักวันเวลาที่พวกเราต้องประดาบกันจะมาถึง’ “ โคมามูระเริ่มพูดขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเพื่อนรักยอมอยู่เฉยๆ ไม่พูดมากตามคำขอแล้ว “จริงๆ ข้าเองระหว่างที่สู้กันก็รู้สึกแบบเดียวกันนั้นเหมือนกัน”

“บาง ทีฮิซางิเองก็คงรู้สึกแบบนั้นด้วยเช่นกัน ความสัมพันธ์ของพวกเราที่ผ่านมานั้นไม่ยั่งยืน สักวันเวลาที่พวกเราต้องประดาบกันคงมาถึง” เขาหยุดเว้นระยะเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อด้วยเสียงเน้นหนัก “แต่แบบนี้แหละ——— คือชะตาที่พวกเราจะสามารถเข้าใจซึ่งกันและกันได้จากหัวใจ”

โทเซ็นขยับคอหันไปมอง แววประหลาดใจในดวงตาที่สงบลงชั่วครู่เพราะคำพูดนุ่มนวลของโคมามูระในตอนแรก บัดนี้กลับฉายชัดขึ้นมาอีกครั้ง

“ข้าจะไม่บอกให้เจ้าเลิกแค้น” หัวหน้าหน่วยร่างยักษ์เอ่ยต่อไป “จะ ไม่บอกให้เจ้าเลิกเกลียดชังด้วยเช่นกัน แต่ข้าขอร้อง อย่าได้คิดแต่จะแก้แค้นจนถึงกับทอดทิ้งตัวเองเลย ก็เหมือนกับที่เจ้าสูญเสียเพื่อนรักไปนั่นแหละ ตัวข้าหากเสียเจ้าไป หัวใจก็คงกลวงโบ๋ไม่ต่างกัน”

คราวนี้อดีตหัวหน้าหน่วย 9 ถึงกับอึ้งตะลึงไป ความอ่อนโยนจากถ้อยคำของอีกฝ่ายกระตุ้นความรู้สึกมากหลายให้ปะทุขึ้นมาจากส่วนลึกในจิตใจ

โศกเศร้า… ปีติ… ตื้นตัน… และ…สำนึกผิด…

น้ำตาสายหนึ่งไหลรินเป็นทางจากดวงตาของโทเซ็น เขานิ่งมองโคมามูระอยู่เป็นเวลานาน ก่อนจะเอ่ยออกมาในที่สุด

“…ขอบใจ โคมามูระ”


เอ่ยจบแล้วจึงหันหน้าไปทางชูเฮย์ที่นั่งคุกเข่าอยู่อีกข้างและเรียก “ฮิซางิ”

ผู้ถูกเรียกขยับตัวตามเสียงเรียกในทันใด สีหน้ามีทั้งแววหวาดหวั่นและยินดีระคนกัน ขณะนิ่งฟังเสียงอีกฝ่ายพูดต่อ

“ให้ข้าได้เห็นหน้าเจ้าชัดๆ หน่อย…” คือคำขอร้องของโทเซ็น “เพราะผลกระทบจากการแปลงเป็นฮอลโลว์ ตอนนี้ข้าเลยยังมองเห็นอยู่… ระหว่างนี้ ข้าอยากจะเห็นหน้าเจ้าชัดๆ สักครั้ง…”

ได้ยินดังนั้น ชูเฮย์ก็ขยับจะยื่นใบหน้าเข้าไปหาในระยะใกล้พอที่ดวงตาพร่าเลือนของอีกฝ่ายจะมองเห็นได้ชัด

ทว่าก่อนที่ชูเฮย์จะทันได้ขยับตัวนั้นเอง…

ตูม… เสียงคล้ายลูกโป่งน้ำลูกใหญ่ระเบิดในระยะประชิด ร่างทั้งร่างของโทเซ็นระเบิดตูมหายไปในพริบตาต่อหน้าโคมามูระกับชูเฮย์ เหลือแต่กองเลือดแดงฉานสาดกระจายเปรอะเปื้อนพื้นหินและร่างกายของทั้งคู่

การจากไปอย่างกะทันหันของโทเซ็นทำเอาทั้งสองถึงกับนั่งเซ่ออยู่กับที่ไปชั่วครู่

ชู เฮย์เป็นฝ่ายขยับตัวก่อนใครเพื่อน สีหน้าตะลึงค้างเปลี่ยยเป็นเป็นบิดเบี้ยวด้วยอารมณ์โศกเศร้าและเจ็บปวดที่ ประดังขึ้นมาพร้อมกัน เขาตะกายร่างเข้าไปหากองเลือดที่เคยเป็นโทเซ็นนั้น ละล่ำละลักร้องเรียกหาอีกฝ่ายอย่างปวดร้าว

ส่วนโคมามูระนั้นหันขวับ ขึ้นไปมองไอเซ็นที่กำลังดวลกับฮิราโกะอยู่บนฟ้า ดวงตาฉายแววดุร้ายอย่างสัตว์ป่าอาฆาต ก่อนจะแผดเสียงคำรามจนสะเทือนไปทั่วทุกอณูอากาศ

“ไอเซ็น!!!”


ตัดไปทางไอเซ็นที่กำลังประมือกับฮิราโกะอยู่ เสียงตะโกนอย่างเดือดดาลและโกรธแค้นของโคมามูระ เรียกให้เขาละสายตาจากคู่ต่อสู้ แล้วปรายตาลงไปมองโคมามูระที่ยืนอยู่กับกองเลือดของโทเซ็นด้วยสายตาเยือก เย็นเหยียดหยาม

พริบตานั้นเอง ท้องฟ้าเบื้องหลังของไอเซ็นก็ปริแยกออก แล้วแตกกระจายเป็นชิ้นๆ ราวกับบานกระจกที่ถูกทุบจนละเอียด พร้อมกับร่างเงาสายหนึ่งพุ่งวาบออกมาจากรอยแตกนั้น

ไม่ใช่ใครอื่น …คุโรซากิ อิจิโกะนั่นเอง…!! เขาปรากฏตัวในชุดขณะปลดปล่อยสวัสดิกะเต็มตัว เสื้อคลุมที่ขาดวิ่นจนเหลือแต่แขนขวาข้างเดียว บัดนี้คืนกลับเป็นเสื้อคลุมชายยาวคลุมทั้งตัวตามเดิม อันเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าพลังวิญญาณของเขากลับมาเต็มถังเหมือนเดิมแล้ว

ดวงตาของยมทูตหนุ่มทอประกายหมายมาด ขณะสองมือกุมดาบมั่น แล้วพุ่งเข้าหาไอเซ็นจากด้านหลังในทันที!!

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: