[Spoil] Beelzebub – 42

หน้าเปิด

ต่อจากตอนที่แล้ว โองะและฟุรุอิจิที่มาโลกปีศาจโดยบังเอิญพอมาถึงก็พบกับตัวประหลาดที่ไม่เคยพบไม่เคยเห็น

โองะ: ฟุรุอิจิ เจ้านั้นมันอะไรฟะ ต่อยมันดีปะ?
ฟุรุอิจิ: เฮ้ย..อย่างใจร้อน ฉันว่ามันแค่พยายามคุยกับเราเท่านั้นเอง
ฟุรุอิจิ: ไม่เห็นมันจะท่าทางมิดีมิร้ายกับเราสักหน่อย
???: ยุปปุรุ
ฟุรุอิจิ: ฉันว่าเราพูด “ยุปปุรุ” ตอบกลับไปดีกว่า
โองะ: เอาจริงงะ นั้นคำทักทายแน่เหรอ?

ว่าแล้วทั้งโองะกับฟุรุอิจิก็ทักทายตอบ แต่ทันทีที่ทักทายตัวประหลาดนี้ก็อ้าปากสุดกว้างที่ภายในมีเขี้ยวที่ดูน่ากลัวอยู่เต็มปากสุดสยองจนพวกโองะเริ่มช็อค และพอเจ้าตัวประหลาดเริ่มกระโจนเข้ามาโองะก็ไม่พูดพลันทำเพลงอะไรอีกต่อยใส่หน้าตัวประหลาดแบบเต็มแรงทันที

แต่เพราะสิ่งที่พวกโองะทำลงไปนั้นก็เลยทำให้ลาไมหน้าซีด ลาไมจึงบอกทั้งสองคนว่าตัวประหลาดนี้แค่พยายามจะต้อนรับพวกโองะเท่านั้นเป็นปีศาจนิสัยดีของถิ่นนี้เลย

นอกจากนั้นแล้วไม่เพียงแค่เรื่องที่โองะมาโลกปีศาจแต่สิ่งที่แย่ยิ่งกว่านั้นก็คือสถานที่แห่งนี้ที่เรียกว่า “ที่หลอกหลอนของไวด์” เป็นที่ๆมีปีศาจที่มีอิทธิพลได้เข้ามาดูและหลังจากกลับมาผู้คนก็เริ่มเรียกขานตามชื่อนี้เพราะไวด์บอกว่าเป็นที่ๆน่ากลัวอย่างแท้จริง เป็นสถานที่อันตรายที่มีสัตว์ป่าดุร้ายอยู่มากมายรวมถึงคนพื้นเมือง

แต่สำหรับโองะนั้นไม่ได้สนใจอยู่แล้วเพราะอยากจะให้อแลงดีลอนพากลับตอนนี้เลย ลาไมที่นึกขึ้นได้ก็เลยหันไปหาอแลงดีลอน แต่ก็ได้เห็นสิ่งที่ไม่คาดคิดเมื่ออแลงดีลอนมาห้อยอยู่บนต้นไม้แบบสภาพที่ดูไม่ได้ อแลงดีลอนก็บอกว่านั้นเพราะการเคลื่อนย้ายคนที่มากเกินขีดจึงเป็นแบบนี้

หลังจากเอาตัวอแลงดีลอนลงมาแล้วอแลงดีลอนก็คิดว่าเคลื่อนย้ายมาผิดที่แต่เรื่องที่สำคัญกว่านั้นคืออแลงดีลอนจำต้องพักเพื่อรักษาก่อน

พวกโองะที่ดูาสภาพอแลงดีลอนเหมือนจะตายแหลมิตายแหลก็เลยพยายามตะโกนเรียกให้อแลงดีลอนมีสติไว้ก่อน

อแลงดีลอน: อย่าพูดแบบนั้นสิครับ… ผมยังตายที่นี่ไม่ได้…
อแลงดีลอน: ผมยังต้องไปงานวันเกิดลูกสาวของผม ผมสัญญาแล้วว่าจะซื้อชุดกระโปรงให้ด้วย
โองะ: เฮ้ย!! หยุดเข้าซีนน้ำเน่าที่เหมือนกำลังจะตายแบบนี้ซักที!!!

โองะก็เลยให้ลาไมที่เป็นหมอรีบช่วยแต่เพราะหมอใหญ่ไม่อยู่ลาไมก็เลยทำอะไรไม่ได้ ส่วนตัวหมอใหญ่นั้นดูท่าทางจะย้ายไปได้ถูกจุดก็เลยไม่ได้โผล่มาที่นี่

แล้วตอนนั้นเองอแลงดีลอนก็พูดเบาลงๆและบอกขอพักและนิ่งไปทันที พวกโองะก็เลยเริ่มหน้าซีดเพราะที่พึ่งเดียวที่จะทำให้พวกโองะกลับบ้านได้นั้นเหมือนจะตายไปแล้ว โองะก็เลยถึงขั้นกระชากคอเสื่ออแลงดีลอนขึ้นมาเพื่อปลุกอแลงดีลอนให้ได้

และตอนนั้นเองก็มีเสียงบางอย่างดังขึ้นจากกระเป๋าของอแลงดีลอน พอโองะหยิบมาดูก็พบว่าเป็นมือถือลาไมจึงเอาไปรับสายและผู้ที่โทรมานั้นก็คือฮิลด้า

ฮิลด้าที่เดาเรื่องอแลงดีลอนได้อยู่แล้วและกูรู้ว่าพวกโองะไปอยู่ที่ไหนก็คิดว่าไม่ดีแน่เพราะพื้นที่นี้เป็นที่ๆทางอาณาจักรทำอะไรไม่ได้ และอีกเรื่องที่ฮิลด้าอยากจะเตือนไว้ก็คือ

ฮิลด้า: หวังว่าพวกเธอจะไม่ทำอันตรายอะไรกับชนพื้นเมืองนะ

ทันทีที่ฮิลด้าบอกตอนนั้นเองก็มีเสียงบางอย่างจากตัวประหลาดที่โองะต่อยไป พอพวกโองะบอกเรื่องที่ต่อยชนพื้นเมืองไปฮิลด้าก็รู้ทันทีว่านั้นคือยามเฝ้าพื้นที่และกำลังจะเรียกกำลังเสริมที่เรียกว่า อาคุบาบะ มาด้วย ฮิลด้าจึงบอกให้พวกโองะรีบเผ่นโดยเร็ว

แต่ถึงฮิลด้าจะบอกให้หนีแต่โองะก็คิดจะลุยดูสักตั้ง แต่พออาคุบาบะมาพวกโองะก็ถึงกับอ้าปากค้างเหงื่อตกและเผ่นโกยไม่คิดชีวิตทันทีที่ได้เห็นอาคุบาบะ

หลังจากหนีไปบ่นไปตอนนั้นเองหนูเบลก็ปล่อยพลังสายฟ้าใส่อาคุบาบะจนอาคุบาบะร่วงไปเลยและดูเหมือนจะทรงพลังมากขึ้นด้วยพอมาอยู่โลกปีศาจ แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่พ้นอันตรายจากพวกยามพื้นที่ ฮิลด้าจึงบอกให้พวกโองะรีบหาตัวลูกสาวของอแลงดีลอนซะ

และในตอนนั้นก็มีสายตาของคนสองคนที่มองดูพวกโองะอยู่

จบตอน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: