[Spoil] Bleach – 386 THE BESTIAL

Credit Text Spoil : Drake

เปิดตอนมาต่อ จากตอนที่แล้วที่โทเซ็นแสดงพลังใช้ “รีเซอร์เร็คเชี่ยน” หรือการปลดปล่อยดาบแบบอารันคาร์ให้โคมามูระชมเป็นขวัญตา โดยหลังจากประกาศปลดปล่อยดาบเสร็จ ก็มีเงาดำจำนวนมหาศาลกระจายออกจากร่างของโทเซ็น มันแผ่ออกโอบล้อมบรรยากาศรอบด้านไว้ ก่อนจะค่อยๆ ยุบตัวลง แล้วแปรสภาพไปจนกลายเป็นรูปร่างให้เห็นชัดเจน

ร่างนั้นยืนอยู่ในท่า ค้อมตัวมาข้างหน้าจนเห็นแผ่นหลังโหนกขึ้นมาราวกับคนหลังค่อม ทำให้ไม่อาจมองเห็นส่วนศีรษะได้ถนัด เห็นเพียงส่วนบนของหน้ากากฮอลโลว์รูปร่างคล้ายแมลงขนาดใหญ่เท่านั้น ตลอดทั้งร่างปกคลุมด้วยขนสั้นๆ สีดำสนิท ขาทั้งสองข้างเปลี่ยนรูปจากขามนุษย์ไปเป็นขาแบบสัตว์ป่า มีหางยาวเฟื้อยสีดำเป็นพวงคล้ายหางม้าป่าหรือหางจิ้งจอกสะบัดไปมาอยู่ตรง กลางระหว่างสองขา ส่วนแขนที่เคยมีเพียงสองข้าง กลับมีงอกเพิ่มมาอีกสองข้างเป็นสี่ข้าง แขนทั้งสี่ผอมเกร็งห้อยตกอยู่ด้านหน้าลำตัว ปลายแขนเชื่อมติดกับมือผอมเกร็ง ส่วนต้นแขนเชื่อมรวบเป็นหนึ่งเดียวกับลำตัวและไหล่ทั้งสองข้าง ตรงแผ่นหลังใกล้กับตำแหน่งไหล่ทั้งซ้ายขวามีบางอย่างลักษณะคล้ายเขาสัตว์คู่ มหึมาบิดเป็นเกลียวเหมือนเขาแอนทีโลปงอกออกมา ปลายเขาแต่ละข้างมีห่วงติดอยู่สองห่วง แต่ละห่วงมีสายโซ่สั้นๆ ติดอยู่ ถัดลงมาจากเขาทั้งสองข้างนั้นคือปีกขนาดใหญ่สองคู่ลักษณะคล้ายปีกแมลงปอหรือ แมลงวัน

ร่างนั้นค่อยๆ เงยขึ้นจากท่าค้อมตัวช้าๆ เผยให้เห็นลำตัวยาวจนผิดรูปที่เชื่อมแขนทั้งสี่ข้างไว้ หน้ากากฮอลโลว์รูปร่างแมลงที่ปกปิดเฉพาะครึ่งหน้าบน เผยครึ่งหน้าล่างที่เป็นส่วนจมูก ปาก และคางอย่างมนุษย์

และรูโหว่ขนาดใหญ่ที่กลางอกอันเป็นสัญลักษณ์ของฮอลโลว์ทุกเผ่าพันธุ์!!!

ดวงตาปูดโปนของหน้ากากแมลงค่อยๆ ปริแยกออกราวกับกำลังลืมตาขึ้น เผยให้เห็นจุดสีดำ

“…มองเห็นแล้ว…” ริมฝีปากขยับเป็นคำพูดเสียงแหบพร่า ก่อนจะแสยะยิ้มแยกเขี้ยวอย่างลิงโลดจนผิดบุคลิกเยือกเย็นตามปกติ แล้วระเบิดเสียงหัวเราะน่าขนพองสยองเกล้าจนดังสะท้อนไปทั่วทุกอณูอากาศ “ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ มองเห็นแล้ว ข้ามองเห็นแล้ว ข้ามองเห็นแล้ว ข้ามองเห็นแล้ว!!!”

อดีต หัวหน้าหน่วยผู้กลายร่างแผดร้องราวกับคนเสียสติ ขณะดื่มด่ำถึงสัมผัสแห่ง “การมองเห็น” ที่ตนเพิ่งได้รับรู้เป็นครั้งแรกจนสะปอด เขากวาดสายตามองทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวราวกับจะประทับไว้ในความทรงจำไม่ให้ ลืมเลือน

“นี่รึท้องฟ้า!! นี่รึโลหิต!! นี่รึโลกใบนี้!! ส่วนนี่——-”

น้ำ เสียงท่อนท้ายคลายความตื่นเต้นลงเล็กน้อยเมื่อสายตากวาดไปยังตำแหน่งที่โคมา มูระยืนอยู่ แก้วตาสีดำหรี่แคบลงคล้ายกำลังเพ่งมองอย่างตั้งใจ

“——คือเจ้าอย่างนั้นรึ โคมามูระ” อดีตยมทูตตาบอดออกปากเรียก น้ำเสียงแฝงแววถากถางอย่างไม่ปิดบัง “น่าเกลียดกว่าที่คิดเสียอีกนะ”

ได้ ยินดังนั้น โคมามูระก็ถึงกับนิ่วหน้าอย่างเจ็บปวดกับคำเยาะเย้ยของโทเซ็น โทเซ็นฉวยโอกาสนั้นโผนร่างเข้าประชิดตัวโคมามูระในพริบตา พร้อมตวัดกรงเล็บจู่โจมใส่ รุนแรงขนาดกระแทกยมทูตร่างใหญ่อย่างโคมามูระจนถอยกรูดไปหลายก้าว เลือดสาดกระจายเป็นละอองไปในอากาศ

การจู่โจมอย่างไม่มีการปราณีของผู้เคยได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนรัก กระตุ้นให้โคมามูระนึกย้อนไปถึงอดีตแสนยาวไกลในวันหนึ่ง

วันที่โทเซ็นพาเขาไปเคารพหลุมศพของ “เพื่อนผู้จากไป” คนนั้นเป็นครั้งแรก…

จำได้ว่าในวันนั้น โทเซ็นเล่าให้เขาฟังถึงเรื่องของหญิงสาวผู้นั้น เล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับนาง เล่าถึงความตายของนางอันเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาตัดสินใจมาเป็นยมทูต ทุ่มเทฝึกฝนอย่างหนักจนไต่เต้าจากระดับปลายแถวมาเป็นระดับหัวหน้าหน่วยได้จน ทุกวันนี้

“เพื่อความยุติธรรม” คือคำพูดของโทเซ็นในวันนั้น “นาง รักโลกใบนี้นัก ดังนั้น ข้าจึงมาเป็นยมทูตเพื่อโลกนี้ เพื่อทำให้ความยุติธรรมของนางเป็นความจริง ข้าไม่อยากให้ความยุติธรรมที่นางอยากทำให้เป็นจริงต้องสูญสลายไป ข้าขอเดิมพันทั้งชีวิตเพื่อสืบทอดสิ่งนั้น นั่นแหละคือเหตผลที่ข้ามาเป็นยมทูต”

———————————————————

คำ พูดนั้นหนักแน่นไร้ความลังเลสมกับเป็นโทเซ็นอย่างไม่ต้องสงสัย หากโคมามูระในวันนั้นกลับสัมผัสได้ถึง “คำลวง” เพียงเล็กน้อยที่ซ่อนอยู่ในสัตว์สาบานอันหนักแน่นนั้น

” ‘โลกที่นางรัก’ คำนั้นเจ้าเคยพูดให้ข้าฟังตั้งไม่รู้กี่ครั้ง แต่กลับไม่เคยพูดเลยแม้แต่คำเดียวว่าเป็น ‘โลกที่ตัวเจ้ารัก’ ”

อาจเป็นวินาทีนั้นที่โคมามูระสัมผัสได้ ว่าโทเซ็นนั้นมีความคับแค้นต่อโลกใบนี้มากเพียงใด แม้ภายนอกจะไม่แสดงออกให้ใครเห็นก็ตาม

แต่ ถึงอย่างนั้น ถึงจะรู้ทั้งรู้ว่าเพื่อนตัวเองมีความคิดในแง่ลบต่อโลกใบนี้ถึงเพียงนั้น แต่โคมามูระก็ไม่เคยคิดอะไรในแง่ลบต่อโทเซ็นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขากลับคิดว่าเป็นโชคดีเหลือเกินที่โทเซ็นมีความคิดเช่นนี้ เพราะเขาเข้าใจดี ว่าขึ้นชื่อว่ามนุษย์ปุถุชน ลองต้องมาสูญเสียคนที่รักไปอย่างไม่ยุติธรรมเช่นนี้ ไม่ว่าใครก็ต้องคิดแบบนั้นกันทั้งนั้น ดังนั้น เขาจึงคิดว่าโชคดีเหลือเกินที่โทเซ็นยังคงเป็นปุถุชนคนธรรมดา ไม่ใช่คนหน้าไหว้หลังหลอกประเภทที่พบเจอกับการสูญเสียถึงขนาดนั้น ยังออกปากปาวๆ ราวกับนักบุญว่าข้ารักโลกนี้ได้หน้าตาเฉย

“ดังนั้นข้า ถึงตัดสินใจว่าจะเป็นเพื่อนแท้ของเจ้า” โคมามูระสาบานกับตัวเองในวันนั้น “หาก เจ้าเจ็บปวด ข้าจะร่วมเจ็บปวดกับเจ้า หากข้ายินดี ข้าจะแบ่งปันความยินดีนั้นให้เจ้า หากเจ้าเดินทางผิด ข้าจะด่าว่าให้สาสมกับที่ทำผิด หากเจ้าสำนึกผิด ข้าจะยกโทษให้ และหากเจ้าไร้ที่ยืนหยัด ข้าก็จะเป็นพื้นดินคอยค้ำจุนเจ้า”

“เพื่อให้คนที่ไม่อาจรักโลกนี้ได้อย่างเจ้า ได้กลับมารักโลกนี้อีกครั้ง”

ตัด ฉากกลับมาปัจจุบัน โคมามูระบังคับ “กาฬสุตตโลกบาล” ให้ตวัดดาบฟาดใส่โทเซ็นเต็มเหนี่ยว โทเซ็นรับไว้ได้ง่ายๆ ด้วยแขนเพียงข้างเดียว แรงปะทะจากการโจมตีบวกกับความแข็งแกร่งของโทเซ็นในร่างฮอลโลว์ทำเอาดาบของ กาฬสุตตโลกบาลถึงกับบิ่น พร้อมๆ กับที่ดาบของโคมามูระก็บิ่นลงเช่นกัน

จังหวะที่กำลังต้านรับกันด้วยพลังนั้นเอง โทเซ็นก็ฉวยโอกาสยกมืออีก 3 ข้างที่เหลือขึ้นชี้นิ้ววนเป็นรูปวงกลมกลางอากาศ แล้วประกาศ

“ลอส นูเอเว แอสเป็คตอส” (วงแหวนเก้าลักษณ์สังหาร)

คลื่น พลังรูปวงแหวน มองไปดูคล้ายคลื่นเสียงขนาดมหึมาพุ่งเข้ากระแทกหน้าอกของนักรบยักษ์เข้า เต็มๆ พลังทำลายถึงขนาดเสื้อเกราะหนาหนัก…ที่แม้แต่ซีโร่ของฮอลโลว์ชั้นเมนอสนับ สิบยังไม่อาจเจาะทะลุได้…ถึงกับแตกละเอียดไม่มีชิ้นดี ร่างใหญ่ผงะหงายด้วยแรงปะทะ ก่อนจะล้มครืนลงแตกกระจายเป็นชิ้นๆ กับพื้นในพริบตา

หลังม่านฝุ่นจากการ “ถล่ม” ของนักรบยักษ์สลายหายไป ก็ปรากฏร่างของโคมามูระในสภาพบาดเจ็บปางตายนอนกระอักเลือดอยู่บนพื้นเท่านั้น

ครั้น เห็นว่าโคมามูระไม่มีแรงจะตอบโต้ใดๆ แล้ว โทเซ็นก็ค่อยๆ ลดเพดานบินร่อนลงมายืนค้ำอยู่เหนือร่างของโคมามูระ กวาดตามองเพื่อนด้วยกิริยาเหมือนเพชฆาตกวาดตามองนักโทษประหารที่ตัวเองต้อง เป็นผู้ลงดาบปลิดวิญญาณ

“คงจบเรื่องได้แล้วสินะ โคมามูระ” เสียงเย็นชาไร้ความรู้สึกเอ่ยปากถาม

หัวหน้าหน่วยร่างยักษ์ไม่ตอบคำ เพียงจ้องตากลับด้วยสีหน้าราวกับปลงต่อชะตากรรมของตัวเองแล้วเท่านั้น

โท เซ็นตอบกิริยานิ่งเงียบของเพื่อนด้วยการก้มตัวลง แล้วชาร์จพลังรวบรวมอณูวิญญาณสร้างเป็นกลุ่มก้อนอณูวิญญาณความเข้มสูงขึ้น ตรงหน้าซ้อนกับตำแหน่งดวงตาทั้งสองข้าง จังหวะขยายตัวของก้อนพลังเชื่องช้าราวกับเพชฌฆาตบรรจงคล้องบ่วงลงกับคอนัก โทษประหารบนตะแลงแกง แต่ยังคงขยายตัวเรื่อยๆ จนกระทั่งพอเหมาะกับการตอกตะปูปิดฝาโลงส่งท้าย

“ความยุติธรรมน่ะไม่ใช่สิ่งที่จะพูดได้แค่ปากหรอกนะ”

โค มามูระไม่แสดงอาการว่านำพาต่อคำพูดสั่งลาของอดีตเพื่อนแม้แต่น้อย เขาเพียงนอนนิ่ง จ้องหน้าเพื่อนรอคอยก้อนซีโร่ที่จะแล่นมาประหารตนเองอยู่เงียบๆ อย่างนั้น สายตานิ่งเฉยไม่มีแววหวาดกลัว เจ็บใจ หรือเสียใจ

…มีเพียงความรู้สึกเสียดายเท่านั้น…

เสียดาย…ที่ตัวเองไม่อาจทำตามคำสาบานในวันนั้นได้สำเร็จ

คำสาบานที่จะช่วยฉุด “ชายผู้เป็นเพื่อน” ให้กลับมาจากเส้นทางอันมืดมนนั้น

“ขอ โทษนะ เท็ตสึซาเอมอน… ขอโทษนะ ฮิซางิ…” เขาพึมพำขอโทษทุกผู้ที่ตั้งความหวังแก่เขาอยู่ในใจ “ขอโทษนะ โทเซ็น…ข้าคงจะฆ่าเจ้าไม่ได้จริงๆ…”

หากพริบตาก่อนที่ซีโร่คู่จะพุ่งลงไปบดขยี้โคมามูระจนไม่เหลือซากนั้นเอง…

สวบ… เสียงของมีคมชำแรกผ่านเนื้อกระดูกดังสะท้านท่ามกลางความเงียบงันนั้น ร่างเงาสายหนึ่ง…มาจากไหนไม่มีใครเห็น…พุ่งวาบเข้ามายืนบนหลังของโทเซ็น แล้วเสือกดาบแทงใส่กระหม่อมสวบเดียวทะลุยันคาง รวดเร็วเงียบกริบราวกับมือสังหารชั้นยอดคอยจังหวะปลิดวิญญาณคู่ต่อสู้

ดวงแสงสุกสว่างจากก้อนอณูวิญญาณดับลงโดยพลัน

ความ ตะลึงพรึงเพริดบังเกิดแก่ทั้งโทเซ็นในทันทีด้วยนึกไม่ถึงว่าจะมีใครพรางจิต เข้าจู่โจมใส่เขา…ผู้ได้ชื่อว่าเป็นเลิศในด้านการจับการเคลื่อนไหวของ ศัตรูได้อย่างแม่นยำทั้งๆ ที่ตามองไม่เห็น…ได้อย่างง่ายดายปานนี้ เขาพยายามฝืนความเจ็บปวด ค่อยๆ ขยับคอขึ้นแล้วเลื่อนสายตาขึ้นหมายจะมองให้ชัดๆ ว่าผู้ที่ทำร้ายเขานั้นเป็นใคร

แล้วอดีตนายเหนือแห่งหน่วย 9 ก็ต้องตะลึง เมื่อพบว่าเจ้าของดาบที่ปักหัวเขาอยู่ในตอนนี้นั้น ก็คือ “ฮิซางิ ชูเฮย์” รองหัวหน้าหน่วย 9 อดีตลูกน้องคนสนิทที่ตัวเขาคิดว่าจัดการทิ้งไปแล้วเมื่อกี้นั่นเอง

“…ท่าน ไม่ใช่หัวหน้าโทเซ็นแล้วจริงๆ สินะครับ…” เสียงชูเฮย์พึมพำทั้งหายใจหอบ มุมปากปรากฏรอยเลือดจางๆ จากการกระอักเลือดเพราะบาดเจ็บถึงอวัยวะภายใน “หากเป็นท่านตอนที่ตามองไม่เห็นละก็…การจู่โจมระดับนี้ไม่มีทางที่ท่านจะ หลบไม่พ้น”

ยมทูตหนุ่มหลับตานิ่งราวกับข่มความเจ็บปวดและเสียใจไว้ครู่หนึ่ง ก่อนจะหักใจประกาศปลดปล่อยดาบฟันวิญญาณในที่สุด

“จงสะบั้น คาเซะชินิ”

ดาบซามูไรยาวพลันเปลี่ยนรูปเป็นดาวกระจายติดด้ามขนาดยักษ์ เสือกทะลุลำคอและอวัยวะภายในของโทเซ็นในบัดดล…

ความเจ็บปวดแสนสาหัสแล่นพล่านออกจากบาดแผล ลามต่อไปถึงสมอง ก่อนจะกลายเป็นอาการแข็งเกร็งเหมือนอัมพาตลุกลามไปทั่วร่าง

ลิ่ม เลือดสีแดงคล้ำกระฉอกออกมาทางปาก ข้นเหนียวเหมือนน้ำเสียถูกดันออกจากท่ออุดตัน กระจายค้างอยู่กลางอากาศเป็นสายๆ ตามจังหวะล้มคะมำของร่างกาย

ชั่ววินาทีก่อนที่ร่างของโทเซ็นจะล้มลงถึงพื้นนั้นเอง ก็มีบางอย่างวาบขึ้นมาในสมองที่แล่นพล่านด้วยความเจ็บปวดของเขา

ภาพของหญิงสาวผมยาวสีดำผู้หนึ่ง สวมชุดยูกาตะอย่างชาวบ้านตามชนบนแถบเมืองลูคอนสวมกัน กำลังส่งยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน

ใครกัน

นั่นใครกัน

อดีตยมทูตผู้กลายเป็นมารร้ายร่ำร้องถามตัวเองในใจ ขณะพยายามเพ่งพิศดูใบหน้าของอีกฝ่ายให้ชัดอีกครั้ง

แต่ก็ยังไม่อาจมองเห็นได้อยู่ดี

ประหลาดนัก

ทั้งๆ ที่ไม่ควรจะเป็นแบบนี้เลยแท้ๆ

ภาพ ในสมองพลันเปลี่ยนวาบอีกครั้ง กลายเป็นภาพของหญิงคนเดียวกัน หากครั้งนี้นางไม่ได้ยืนยิ้มหวานให้กับเขาดังเช่นภาพก่อน แต่กลับสวมชุดสีขาวนอนแน่นิ่งอยู่ในโลงศพที่เต็มไปด้วยดอกไม้งดงามจำนวนมาก มาย

อะไรบางอย่างบอกโทเซ็นว่าเขารู้จักหญิงเบื้องหน้านี้ แต่ทำอย่างไรก็ไม่อาจนึกออกว่าเธอผู้นี้เป็นใคร

นั่นใครกัน

ชั่ว ขณะที่ความคิดนั้นพาดผ่านหัวใจ ภาพเบื้องหน้าก็พลันมืดมนลงในบัดดล ความมืดราวกับละเลงสีดำลงบนกระดาษขาวบดบังทุกสิ่งทุกอย่างในรัศมีสายตาของโท เซ็น ทั้งโลงศพ ทั้งดอกไม้ประดับโลงศพ

ทั้งใบหน้าของหญิงสาวผู้นอนนิ่งอยู่ในนั้น…

มองไม่เห็นแล้ว

มองไม่เห็นอะไรเลย

ไม่เห็นแม้แต่อย่างเดียว

จบตอน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: