[Spoil] Nurarihyon no Mago – 87

Credit Text Spoil : แมวตัวร้าย
หน้าเปิด
จากตอนที่แล้ว

ผีหัวขาดจ้องมองภาพหอกของฮาคุโซซึที่กำลังแตกเป็นเสี่ยงๆ หากสิ่งที่ผุดขึ้นมาในห้วงความคิด กลับเป็นเหตุการณ์สมัยเมื่อรุ่นที่สองซึ่งเป็นผู้นำของตนยังมีชีวิตอยู่….

รุ่นที่สอง….ผมน่ะ… เคยตั้งใจจะรักษาคำพูดของท่านอย่างซื่อสัตย์….

ในอดีต รุ่นที่สองเคยกล่าวกับผีหัวขาดเอาไว้….

“คุบินาชิ ฉันน่ะอยากให้เจ้านี่เลือกเอง ว่าจะเป็นมนุษย์หรือปีศาจ”

รุ่นที่สองพูดขณะที่อุ้มริคุโอะ บุตรชายของตนไว้ในอ้อมแขน

“หากก้าวเข้าสู่วิถีของปีศาจไปครั้งหนึ่งแล้วก็ไม่อาจถอนตัว ข้าที่เป็นลูกครึ่งได้ เลือกที่จะเป็นปีศาจ แต่เจ้านี่มีเลือดของปีศาจเพียงหนึ่งในสี่เท่านั้น ชีวิตของเจ้านี่ให้เจ้าตัวเป็นคนเลือกเอง”

ในตอนนั้นผีหัวขาดพยายามจะเถียง แต่รุ่นที่สองก็บอกว่า

“ต่อจากนี้ไปไม่ใช่ ท่านโชกุนกับข้ารับใช้ และไม่ใช่ นครหลวงในองค์จักรพรรดิ แต่เมืองนี้จะกลายเป็น โตเกียว และความมืดมิดจะยิ่งเลือนรางลง เหมือนกับเลือดของริคุโอะ ใช่…หมอนี่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของอนาคตระหว่างมนุษย์กับปีศาจไงล่ะ….”

ด้วยเหตุผลนั้น รุ่นที่สองจึงห้ามไม่ให้เล่าเรื่องเกี่ยวกับโลกของพวกปีศาจให้ริคุโอะฟังมากเกินไป และยังจะไปกำชับให้รุ่นที่1 ทำตามนี้ด้วย

“แต่หากเจ้าตัวได้ตัดสินด้วยตัวเองแล้ว ถึงตอนนั้นค่อยเล่าก็ได้”

และสิ่งที่ปรากฏให้เห็นต่อหน้าผีหัวขาดในยามนี้ ก็ทำให้เขานึกถึงคำพูดนั้นของรุ่นที่2 ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้….

ฮาคุโซซึตกตะลึงเมื่อหอกคู่ใจถูกทำลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

“หอกดาคินิของข้า…..นั่นคือเนเนะคิริมารุที่ร่ำลือกันสินะ…..”

ฮาคุโซซึนิ่งไปชั่วอึดใจ ก่อนระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น พร้อมกล่าวยอมรับฝีมือของ ริคุโอะ หลานของจอมภูตินูราริเฮียง ว่าแล้วก็ทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิ พร้อมบอกในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด

“เอ้า ตัดหัวข้าซะสิ”

ฮาคุโซซึบอกให้ตัดหัวของตนแล้วจะได้เดินทัพเข้าเกียวโตอย่างภาคภูมิตามทางที่เสมือนประตูหน้าได้เลย พวกกลุ่มนูระ แม้แต่ริคุโอะฟังแล้วถึงกับทำหน้าเหรอหรา ไม่คิดว่าฮาคุโซซึจะพูดเช่นนั้น

“อ๊ะ!! ประเดี๋ยวก่อน อาตมาเพิ่งนึกบทกลอนลาโลกขึ้นมาได้!!”

ฮาคุโซซึซึ่งเลือกหนทางตาย มีการขอเวลานอก เขียนไฮกุลาโลกก่อนตายอีกต่างหาก….
ว่าแล้วปีศาจผู้พิทักษ์น่านฟ้าเกียวโต ก็ควักกระดาษแข็งและพู่กันสำหรับเขียนกลอนออกมา….

“แม้ชีพวายมลายจากฟากฟ้า ไม่สิ้นไร้จิตวิญญาณ์แห่งปีศาจ เลื่องชื่อมารเกียวโตผู้องอาจ  สถิตย์อยู่ ณ ที่นี้ ขอรับท่านฮาโกโรโมะกิตซึเนะ อ๊ะ…คำเยอะเกิน…”

พวกกลุ่มนูระที่ยืนอยู่รอบข้างพากันมองฮาคุโซซึอย่างไม่รู้จะพูดว่าอย่างไรดี ขณะที่เจ้าตัวพอแต่งกลอนเสร็จก็ประกาศก้องว่า

“เอาล่ะ!! เท่านี้ก็ไม่มีอะไรค้างคาใจแล้ว เอาเลย!! ตัดหัวฉัวะในพริบตาเลย!!”

ปีศาจนัตโต้เลยเข้าไปถามนายน้อยของตนว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี แต่ริคุโอะกลับบอกว่า “เข้าใจแล้ว” แล้วย่างสามขุมเข้าไปหาฮาคุโซซึ….

“ใช่แล้ว ลงมือให้เต็มที่เลย!”

ฮาคุโซซึพูดอย่างใจเย็นเมื่อเห็นริคุโอะเดินทำหน้าจริงจังเข้ามา….และเมื่อเงาของคมดาบเงื้อง่าฟาดลงมา ฮาคุโซซึก็พนมมือ ร้องเรียกชื่อนายหญิงของตนออกมาลั่น

“นะโม ท่านฮาโกโรโมะกิตซึเนะ!!”

หากว่าที่ฟาดเปรี้ยงลงมาบนหัวกบาลของฮาคุโซซึ กลับเป็นท่อนไม้ท่อนเบ้อเร่อฮาคุโซซึจ้องมองริคุโอะที่ถือท่อนไม้นั้น แล้วกล่าวอย่างไม่พอใจออกมาว่า

“นี่คิดจะล้อเลียนอาตมางั้นเหรอ….”

ริคุโอะเหลือบตามอง แล้วพูดออกมา

“อย่าเข้าใจผิดนะ มีเรื่องที่อยากให้ฟังหน่อย”

ริคุโอะยกท่อนไม้ที่เพิ่งใช้ฟาดหัวปีศาจตรงหน้าขึ้นมาพาดไหล่ แล้วพูดพร้อมรอยยิ้ม

“ฉันถูกใจนาย ถึงจะประหลาดแต่ก็น่าสนใจ พวกเราน่ะเป็นนักเลงนะไม่ใช่นักรบ ฉันไม่อยากได้หัวใคร แค่อยากได้พรรคพวกที่แข็งแกร่งมากกว่า”

ว่าแล้วริคุโอะก็เอ่ยปากชวนฮาคุโซซึมาเป็นพวกท่ามกลางรอยยิ้มของพวกกลุ่มนูระ

“นายน้อยล่ะก็….ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ดูสมเป็นหัวหน้าใหญ่แบบนี้นะ”

เคะโจโรที่ยืนอยู่ใกล้ๆผีหัวขาดเอ่ยขึ้น….และตัวผีหัวขาดเอง เมื่อได้ยินคำพูดนั้น ในที่สุดก็ยิ้มออกมา
พร้อมนึกอยู่ในใจว่า ‘เหมือนกับรุ่นที่สองไม่มีผิด’

แต่ตอนที่นึกว่าสถานการณ์กำลังจะคลี่คลายอยู่แล้วนั่นเอง จู่ๆก็เกิดระเบิดดังสนั่นขึ้น เมื่อเรือมหาสมบัติของกลุ่มนูระถูกปืนใหญ่ยิงเข้ามา และนั่นก็เป็นฝีมือของกลุ่มลูกน้องของ ฮาคุโซซึนั่นเอง พวกนั้นไม่สนเสียด้วยซ้ำว่าลูกพี่ใหญ่ของตนจะอยู่บนเรือนั้นด้วย

พวกลูกน้องของฮาคุโซซึบอกว่าตอนนี้ฮาคุโซซึไม่ถือว่าเป็นหัวหน้าของพวกมันแล้ว ก่อนปีศาจตนหนึ่ง
ที่มีลายพร้อยไปทั่วตัวจะยืดร่างของตัวเองออก พันรัดลำเรือไว้ ขณะที่ปีศาจอื่นๆก็โหมโจมตีเข้ามาพร้อมกัน แม้ฮาคุโซซึจะร้องห้าม ก็ไม่มีปีศาจเกียวโตตนใดฟัง

“ไม่ไหว พูดไปก็ไม่ฟัง ป้องกันไว้!! อีกเดี๋ยวก็เช้าแล้ว!!”

คุโรตะโบตะโกนให้กลุ่มนูระช่วยกันป้องกันเรือไว้ ถ่วงเวลาให้พระอาทิตย์ขึ้น

“แต่ปล่อยไว้แบบนี้ไฟไหม้เรือหมดก่อนแน่ กัปปะ!!”

เสียงปีศาจตนหนึ่งในกลุ่มนูระร้องขึ้น กัปปะจึงเรียกอาเมโซให้ไปช่วยกันดับไฟด้วยพลังธาตุน้ำของตน

ปีศาจที่ใช้ร่างรัดลำเรือไว้ยิ่งรัดแน่นขึ้นจนเรือแทบจะแตกเป็นชิ้นๆ คุโรตะโบตะโกนแข่งกับความโกลาหลรอบกายให้อดทน เพราะเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น พลังของเหล่าปีศาจจะลดลงครึ่งหนึ่ง พวกปีศาจเกียวโตเองก็ต้องถอยทัพกลับไป

หากว่าคุโรตะโบกลับได้ยินเสียงหัวเราะจากปีศาจฝั่งเกียวโต

“ต่อให้เช้า ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนหรอก…..”

ตอนนั้นเองที่ขอบฟ้าด้านตะวันออก พระอาทิตย์เริ่มทอแสงให้เห็น พวกริคุโอะถึงกับต้องหรี่ตา เมื่อแสงแรกแห่งวันสาดส่อง….หากว่าต่อให้พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว ริคุโอะก็ยังอยู่ในร่างปีศาจ….และอิตาคุก็ไม่กลับเป็นพังพอน

และสาเหตุก็ปรากฏให้เห็นอยู่เบื้องหน้าแล้ว….

ที่ทอดอยู่เบื้องหน้า…คือเกียวโต นครพันปีที่บัดนี้ถูกไอมืดปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า ไอควันมากมายที่ม้วนตัวจากพื้นดินแผ่ตัวปกคลุมไปโดยรอบจนแสงอาทิตย์ไม่อาจส่องถึง…..

จบตอน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: