[Spoil] Bleach – 385 Vice It

Credit Text Spoil : Drake

หน้าเปิด

เปิดตอนมาต่อจากตอนที่แล้วที่โทเซ็นหันมาเผชิญหน้า กับ “โคคุโจเท็นเง็นเมียวโอ” ปลดปล่อยสวัสดิกะของโคมามูระ โดยเมื่อเห็นดังนั้น โทเซ็นก็ออกปากค่อนขอดโคมามูระที่เห็นพลังของเขายามสวมหน้ากากแล้วยังกล้า งัดเอาพลังระดับแค่ปลดปล่อยสวัสดิกะออกมาสู้ด้วยอีก

ว่าจบก็ตั้งดาบในท่าเตรียมพร้อมโผนเข้าใส่ ขณะที่โคมามูระเองก็ตั้งท่าเตรียมพร้อมรับมือเช่นกัน…

ดฉากไปทางฝั่งฮิราโกะกับไอเซ็นที่ตั้งท่าเผชิญหน้า กันอยู่ ไอเซ็นยืนปล่อยตัวตามสบาย ขณะค่อยๆ ชัก “เคียวขะซุยเงสึ” ออกจากฝักด้วยกิริยานิ่มนวลแช่มช้า ดวงหน้าเยือกเย็นประดับด้วยรอยยิ้มน้อยๆ ที่มุมปาก ไม่มีทีท่าเคร่งเครียดแม้แต่น้อย

“ในที่สุดก็ชักดาบแล้วเรอะ” ฮิราโกะเอ่ยปากเมื่อเห็นอีกฝ่ายเริ่มชักอาวุธ “อ้อยอิ่งน่าดูเลยนี่หว่า…กลัวอะไรอยู่รึไง?”

ไอ เซ็นไม่แสดงปฏิกิริยาอะไรแม้จะถูกอีกฝ่ายแขวะเอาซึ่งๆ หน้า ไม่มีแม้แต่อาการหวั่นไหวเพราะถูกถามจี้ใจดำ ดวงตาและรอยยิ้มของเจ้าแห่งความชั่วร้ายยังคงเยือกเย็น ใบหน้ายังคงนิ่งเฉย ไม่ยี่หระต่อสภาพรอบตัวแม้แต่นิด

“ข้ารู้ว่าเจ้าไม่มีทางมองเมินข้า ได้ง่ายๆ หรอก” อดีตนายเหนือแห่งหน่วย 5 ผู้ถูกขับไสเมื่อ 100 ปีก่อน ยั่วยุต่อ “ถึง จะบอกว่าเจ้าแข็งแกร่งก็เถอะ แต่ยังไงก็ต้องมีความกังวลอยู่บ้างแน่ๆ เมื่อ 100 ปีก่อนเจ้าพูดไว้เองไม่ใช่รึ ว่าข้าไม่เคยเปิดใจให้เจ้า ไม่เคยเผยข้อมูลตัวเองต่อเจ้า ไม่ยอมแม้แต่จะเกี่ยวข้องกับเจ้า”

“นั่นเท่ากับว่าเจ้าไม่รู้ว่าความสามารถของดาบฟันวิญญาณของข้าคืออะไรยังไงล่ะ”

พูด ถึงตรงนี้ ฮิราโกะก็เขม็งตาจ้องหน้าอดีตลูกน้องผู้กลายเป็นมหาราชาราวกับจะค้นหาแวว หวาดหวั่นที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังทีท่าเยือกเย็นของอีกฝ่าย

เขาไม่เห็นอะไรเลยสักอย่าง

“ขอบ อก ไว้เลยนะไอเซ็น” มนุษย์หน้ากากหนุ่มว่าต่อ “ถ้าคิดว่าดาบของเจ้าจะควบคุมประสาทสัมผัสของคนอื่นได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ละก็ เจ้าคิดผิดแล้ว”

ว่าจบ ฮิราโกะก็ตั้งดาบฟันวิญญาณของตนชี้ตรงไปที่หว่างคิ้วของไอเซ็น แล้วประกาศปลดปล่อยดาบทันที

“จงโค่น ซาคานาเดะ”

ตัดฉากกลับไปทางด้านการต่อสู้ระหว่างโทเซ็นกับโคมามูระ

โท เซ็นโผนร่างเข้าใส่ รวดเร็วเหมือนกระสุนปืนพุ่งแลบจากปากกระบอก เฉียดแขนขวาที่ถือดาบของ “กาฬสุตตโลกบาล” ไปพร้อบตวัดดาบขวับด้วยความเร็วจนมองไม่ทัน ทิ้งรอยแผลเป็นทางยาวบนแขนข้างนั้นราวคมเคียวของภูตลมตวัดผ่าน พลัน แขนขวาของโคมามูระก็ฉีกขาดเป็นรอยแผลเลือดสาดตรงตำแหน่งเดียวกับแผลบนแขนของ นักรบเกราะยักษ์ไม่มีผิดเพี้ยน แรงฟันทำเอาหัวหน้าหน่วยร่างยักษ์ถึงกับชะงักวูบ โทเซ็นฉวยโอกาสนั้นแว้งเข้าจะโจมตีด้านหลังของนักรบยักษ์ แต่โคมามูระปฏิกิริยาไวกว่า บังคับนักรบยักษ์ให้ตวัดมือซ้ายฟาดโครมเข้าใส่ แรงโจมตีทำเอาร่างสีขาวกระเด็นครูดพื้นไปไกลหลายร้อยเมตร

ครูดพื้นไป ได้ครู่หนึ่ง โทเซ็นก็ตั้งตัวได้ โดยอาศัยแรงจากการโจมตีเปลี่ยนมาเป็นแรงกระโดดถอยไปตั้งหลักด้านหลัง เมื่อการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วหยุดลง จึงค่อยเผยให้เห็นว่าร่างกายของโทเซ็นนั้นไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลย ไม่มีแม้แต่รอยแผลจากการพุ่งกระแทกหรือครูดกับพื้นดิน

เว้นแต่แขนซ้ายซึ่งโดนหมัดของนักรบยักษ์เข้าไปก่อนส่วนอื่นเท่านั้น ที่บิดงอจนผิดรูปเหมือนเศษกระดาษท่อนยาวถูกบิดเป็นเกลียว

“ถ้า เจ้ายักษ์นั่นบาดเจ็บ เจ้าก็บาดเจ็บด้วยงั้นรึ” อดีตนายเหนือหน่วย 9 ว่า “ช่างเป็นปลดปล่อยสวัสดิกะที่ใช้ลำบากน่าดูเลยนะ โคมามูระ ถึงจะมีพลังทำลายมหาศาล แต่ถ้าโค่นศัตรูในดาบเดียวไม่ได้แล้วโดนโจมตีสวนขึ้นมาจะเป็นยังไง คงไม่ได้คิดเผื่อตรงนั้นไว้สินะ”

พูดถึงตรงนี้ แขนซ้ายที่หักงอจนเละเทะของโทเซ็นก็ค่อยๆ บิดคืนกลับเข้าที่ กระดูกที่หักเป็นท่อนๆ กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นที่ขาดวิ่นเหมือนผ้าขี้ริ้วสมานตัวเข้าหากัน กลายเป็นแขนซ้ายที่แข็งแรงสมบูรณ์เหมือนเดิม ไม่มีร่องรอยให้เห็นเลยว่าแขนข้างนั้นเคยบาดเจ็บสาหัสมาก่อน

“…การ ฟื้นสภาพในพริบตารึ…!” บุรุษเจ้าของใบหน้าหมาป่านึกในใจ ก่อนจะเอ่ยปากออกไป “เจ้าทิ้งความเป็นยมทูตไปจริงๆ แล้วสินะ…โทเซ็น…”

“คำ พูดแบบนั้น เอามาพูดในสถานการณ์แบบนี้มันฟังดูขี้แพ้ชวนตีนะ โคมามูระ” โทเซ็นย้อน น้ำเสียงเยือกเย็นแฝงแววเยาะเย้ยนิดๆ “เจ้าบอกว่าข้า ‘ตกต่ำ’ อย่างนั้นสินะ ว่าข้าตกต่ำถึงกับหลอกลวงเพื่อนพ้อง หลอกลวงผู้ใต้บังคับบัญชาเพื่อไขว่คว้าพลัง ถ้าอย่างนั้นจงฟังให้ดี”

ถึงตรงนี้ จังหวะพูดของโทเซ็นก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน จากที่เคยพูดอย่างช้าๆ เยือกเย็นไร้อารมณ์ กลับกลายเป็นตะโกนขึ้นเสียงในทันใด

“คน ที่เข้าร่วมองค์การเพื่อแก้แค้น แต่กลับใช้ชีวิตอย่างสงบสุขจนหลงลืมเป้าหมายของตัวเองแล้วใช้ชีวิตร่วมไปกับ องค์กรนั้นน่ะ ไม่เรียกว่าตกต่ำอย่างนั้นเรอะ? ในสายตาที่ไม่อาจมองสิ่งใดเห็นของข้า นั่นต่างหากถึงจะเรียกว่าตกต่ำอย่างแท้จริง”

คำพูดเจือสำเนียงดุ ดันของอดีตเพื่อนรักทำเอาโคมามูระถึงกับตะลึงเบิกตาค้างอย่างนึกไม่ถึง ตลอดเวลานับแต่ได้รับรู้ถึงการทรยศของโทเซ็นเป็นต้นมา โคมามูระเชื่อมาตลอดว่าที่อีกฝ่ายต้องการไขว่คว้านั้นคือ “พลังเพื่อจะไปให้ถึงความยุติธรรมที่เพื่อนรักผู้จากไปไม่อาจไปถึง”

หากคำพูดที่ออกจากปากอีกฝ่ายเมื่อครู่นี้นั้นกลับขัดแย้งกับสิ่งที่โคมามูระเชื่อมาตลอดโดยสิ้นเชิง

“แปลว่า…เป้าหมายที่เจ้ามาเป็นยมทูตก็คือ…”

“แก้ แค้นยังไงล่ะ” น้ำเสียงเกรี้ยวกราดแทรกขึ้นกลางประโยคโดยไม่รอให้โคมามูระว่าจบ “เจ้า ไม่เคยสงสัยเลยรึ ว่าทำไมคนที่สูญเสียเพื่อนคนสำคัญยิ่งกว่าอะไรถึงได้ยอมอยู่ในองค์กรเดียว กับไอ้คนที่มันฆ่าเพื่อนของตัวเอง ไม่เคยสงสัยเลยจริงๆ รึ!?”

“ข้าเชื่อมาตลอด…ว่าทั้งหมดที่เจ้าทำ เจ้าทำเพื่อไขว่คว้าความยุติธรรมที่เพื่อนที่ตายไปของเจ้าไม่อาจไปถึง…”

“ถูกต้อง” สมุนมือซ้ายของไอเซ็นรับคำ แล้วย้ำเสียงหนักอีกครั้ง “เพื่อความยุติธรรม”

“ถ้างั้น…”

“ถ้า งั้นความยุติธรรมมันคืออะไรกันล่ะ!!!” เสียงเกรี้ยวกราดยิ่งกว่าเดิมขัดกลางประโยคของโคมามูระอีกรอบ ทำเอาหัวหน้าหน่วยร่างยักษ์ได้แต่อึ้ง นิ่งฟังอีกฝ่ายแผดเสียงต่อไป “คือการยกโทษให้ไอ้คนที่มันฆ่าเพื่อนข้างั้นรึ!? ใช่ นั่นคือความถูกต้อง! คือสิ่งสวยหรูไม่ผิดแน่! สวยหรูจนทนดูไม่ได้เลยซักนิด!!”

ขณะ ที่พูดอยู่นั้น หน้ากากตรงตำแหน่งส่วนล่างของใบหน้าก็ค่อยๆ ปริแยกออกทีละน้อย ก่อนจะแสยะออกกลายเป็นปากขนาดใหญ่มีฟันมนุษย์ติดเต็มแผง เปลี่ยนใบหน้าที่ไร้อารมณ์ให้ดูน่ากลัวราวกับเปรตอสุรกายจากโลกันตร์

“แต่ ไอ้ความถูกต้องที่ว่านั่นมันคือความยุติธรรมงั้นรึ!! ผิดแล้ว!!! การมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างสงบสุขโดยไม่ยอมล้างแค้นให้ความเจ็บปวดของเพื่อน ที่ตายไป…นั่นสิถึงจะเรียกว่าความชั่วร้าย!!!!”

ตลอดหลายวินาทีนั้น โคมามูระได้แต่ยืนนิ่ง ฟังอีกฝ่ายระบายความเกรี้ยวกราดในใจ…ที่แม้แต่เขาผู้เคยได้ชื่อว่าเป็น เพื่อนสนิทยังไม่เคยรับรู้…ออกมาราวกับสายน้ำบ้าคลั่ง จนสิ้นสุดการระบายอารมณ์ก็ยังก้มหน้ายืนนิ่งอยู่อย่างนั้น พูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว

นานเป็นครู่ กว่าที่หัวหน้าหน่วยร่างยักษ์จะเงยหน้าขึ้นมองหน้าอดีตเพื่อนตายของตัวเอง ดวงตาฉายแววสงบนิ่ง ไม่มีทั้งความโกรธแค้นที่ถูกหลอกลวงหรือความเสียใจผิดหวังที่ถูกเพื่อนรัก หักหลังเลยแม้แต่น้อย

“ข้าเข้าใจแล้ว ดูท่าข้าจะมองเจ้าผิดไปจริงๆ สินะ” เขาเอ่ยปากในที่สุด ด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิทราวกับกำลังพูดคุยกันตามปกติ “ถ้าที่เจ้าพูดมาเมื่อกี้คือใจจริงของเจ้าจริงๆ ชะตากรรมของข้ากับเจ้าคงเป็นได้เพียงเส้นขนานเท่านั้นสินะ”

“ถ้าเป็น เส้นขนานแล้วจะทำอะไร จะฆ่าข้างั้นรึ?” โทเซ็นย้อนถาม เสียงเบาลง แต่ความกร้าวในน้ำเสียงยังไม่เปลี่ยน “นั่นรึคือความยุติธรรม น่าหัวเราะจริงๆ”

“ใช่แล้ว นั่นคือความยุติธรรม” โคมามูระตอบ น้ำเสียงชักจะหนักแน่นขึ้น “ถ้าสิ่งที่เราเชื่อมั่นไม่ตรงกัน เช่นนั้นก็ไม่มีความจำเป็นต้องอธิบายอะไรอีก ข้าจะฆ่าเจ้าเพื่อโซล โซไซตี้”

ดวงตาบนใบหน้าสุนัขป่าหลับลงแน่นราวกับกำลังเจ็บปวดต่อภารกิจสำคัญในครั้งนี้ ก่อนที่เขาจะเอ่ยต่อไป

“ข้า ไม่อยากฆ่าเจ้าเลย” น้ำเสียงมีแววเสียใจอย่างชัดเจน ดวงตาเปลี่ยนจากแววนิ่งเฉยเป็นเจ็บปวดแกมเศร้าสร้อย “ข้าน่ะขอแค่ได้รู้ความจริงในใจเจ้าเพียงเท่านี้ก็พอแล้ว เพราะในใจของข้านั้นยกโทษให้เจ้ามานานแล้ว”

บังเกิด ความเงียบขึ้นหลังสิ้นสุดคำพูดนั้นของโคมามูระ เนิ่นนานชวนให้รู้สึกอึดอัด กับความในใจของสองฝ่ายที่คุกรุ่นอยู่ในบรรยากาศรอบข้าง ฝ่ายหนึ่งนิ่งเงียบ เข้าใจและเห็นใจ แต่อีกฝ่ายหนึ่งนั้น…

“ยกโทษให้นานแล้วอย่างนั้น รึ?” โทเซ็นเอ่ยปากเป็นคนแรก มุมมองที่ยืนประจัญหน้ากันนั้นทำให้มองเห็นเหมือนมุมปากของหน้ากากนั้นยก ขึ้น ดูคล้ายรอยยิ้มแค่นๆ ที่เยาะเย้ยดูแคลนทุกอย่าง “อย่ามาพ่นคำพูดราวกับตัวเองเป็นพระเจ้าพรรค์นั้นใส่ข้า โคมามูระ เพราะข้าไม่เคยร้องขอให้เจ้ายกโทษให้สักครั้ง!!”

น้ำเสียงในประโยคท้ายเปลี่ยนเป็นเกรี้ยวกราด ตวาดดังก้องไปทั่วบริเวณ

“ถ้าอยากฆ่าก็ฆ่าได้เลย!! ถ้าได้เห็น ‘รีเซอร์เร็คเชี่ยน’ (การปลดปล่อยดาบ) ของข้าแล้วยังกล้าพูดแบบนั้นอยู่ละก็!!!”

คำ “รีเซอร์เร็คเชี่ยน” ทำเอาโคมามูระถึงกับสะดุ้ง สีหน้าเรียบเฉยเปลี่ยนเป็นตกตะลึงในทันใด ขณะจ้องมองอดีตเพื่อนรักยกดาบฟันวิญญาณขึ้น แล้วประกาศเสียงกึกก้อง

“ซึซึมุชิกระบวนท่าที่หนึ่งร้อย!!! กริลยาร์ กริลโย (จิ้งหรีดตรวนคลั่ง)”

สิ้น เสียงประกาศนั้น อะไรบางอย่างคล้ายความมืดสีดำจำนวนมหาศาลก็ทะลักทะลายออกจากร่างของโทเซ็น สีดำนั้นแผ่กระจายออกรอบด้านราวกับน้ำหมึกเข้มข้นหยดลงในน้ำ ย้อมบรรยากาศรอบด้านจนกลายเป็นสีดำสนิทจนหมดสิ้น

จบตอน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: