[Spoil] Bleach – 381 Words Just Don’t Like You

Credit Text Spoil : Drake

เปิดตอนมาต่อ จากตอนที่แล้วที่มายูริเอาเครื่องเปิด การ์กันต้าของซาเอลอพอลโลมาเปิดทางให้อิจิโกะกับอุโนะฮานะไปยังโลกมนุษย์ได้ โดยเครื่องเปิดการ์กันต้านี้มีลักษณะคล้ายกับเครื่องเปิดของอุราฮาระ ต่างกันตรงที่ต้องมีผู้ไปยืนบนเสาทั้งสองข้าง (ในกรณีนี้คนยืนคือมายูริกับเนม) คอยส่งพลังให้ลูกแก้วที่ลอยอยู่ โดยกระแสพลังจากลูกแก้วทั้งสองลูกที่ไหลไปบรรจบกันตรงกลางนี้เองที่เป็นตัว เปิดการ์กันต้า

โดยก่อนที่อิจิโกะกำลังจะเข้าไปในการ์กันต้านั้น มายูริที่ยืนส่งพลังเปิดการ์กันต้าอยู่ก็แยกเขี้ยวยิ้มสยอง แล้วพยายามหลอนอิจิโกะถึงเรื่องต่างๆ ที่ต้องระวังภายในการ์กันต้า สีหน้าและดวงตาส่อชัดว่าเจตนาจะขู่อิจิโกะให้กลัวเต็มที่

ปรากฏว่า แทนที่อิจิโกะจะกลัว กลับหันมามองหน้ามายูริด้วยสายตาชอบกลจนมายูริสงสัย อิจิโกะขยายความว่าเห็นมายูริพูดกับเขาแบบนี้แล้วทำให้นึกถึงตอนที่อุราฮา ร่าพูดเตือนเขาตอนที่เข้ามาในการ์กันต้าใหม่ๆ

“นายเป็นหัวหน้ากองวิจัยฯ รุ่นที่สอง แปลว่าเป็นลูกศิษย์ของคุณอุราฮาร่าใช่มั้ย คล้ายกันจริงๆ เลยนะพวกนายน่ะ”

มายูริก็หุบยิ้มทันทีที่ได้ยินอิจิโกะพูดดังนั้น สีหน้าข่มขู่เปลี่ยนเป็นเดือดดาลสุดขีดทันควัน ก่อนจะแผดเสียงคำรามใส่อย่างโกรธแค้น “แก!!!!”

แต่ ยังไม่ทันทำอะไรมากกว่านั้น อิจิโกะก็หันหลังกลับแล้วโดดผลุงเข้าไปในการ์กันตาพร้อมกับอุโนะฮานะในทันใด …ทิ้งให้มายูริยืนถลึงตาตัวสั่นริกๆ เป็นเจ้าเข้าอยู่ข้างหลัง

หลัง ถลึงตาแยกเขี้ยวอยู่ครู่ใหญ่หลังจากอิจิโกะกับอุโนะฮานะหายเข้าไปในการ์กัน ต้า นายเหนือแห่งหน่วย 12 ก็ค่อยๆ ฝืนบิดริมฝีปากแค่นยิ้ม แล้วเค้นเสียงเหี้ยมออกมาแบบเน้นทีละคำ

“น่าสนุกดีนี่… ช่างเป็นผู้ชายที่น่าสนุกนัก คุโรซากิ อิจิโกะ จะขังเจ้าไว้ในการ์กันต้าก็น่าสนุกดี แต่ไม่เอาดีกว่า เสร็จศึกครั้งนี้เมื่อไหร่ ข้าจะให้เจ้าได้เผชิญหน้ากับความกลัว…ความกลัวขนาดที่เป็นคนละเรื่องกับ ความสนุกจากการต่อสู้ครั้งนี้เลยทีเดียว”

กับคำพูดขู่อาฆาตของมายูริ เบียคุยะได้แต่เหลือบตามองอยู่เงียบๆ เท่านั้น 

ตัดมาทางอิจิโกะกับอุโนะฮานะที่กำลังวิ่งผ่านการ์กัน ต้าไปยังโลกมนุษย์กันอยู่ ระหว่างที่วิ่งไปนั้น อุโนะฮานะถามอิจิโกะถึงรายละเอียดการต่อสู้ระหว่างอิจิโกะกับไอเซ็นเมื่อ ครั้งอยู่โซล โซไซตี้ (ในช่วงเล่มที่ 20) อิจิโกะตอบว่าแทบทำอะไรไม่ได้เลย ได้แต่โดนอัดอยู่ข้างเดียวทั้งๆ ที่อีกฝ่าย “ไม่ได้ปลดปล่อยขั้นต้น” ด้วยซ้ำ อุโนะฮานะได้ยินดังนั้นก็นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก็บอกว่าอิจิโกะโชคดีแล้วที่ ไม่ได้เห็นการปลดปล่อยดาบขั้นต้นของไอเซ็น

“เพราะในยามนี้ผู้ที่สามารถรับมือไอเซ็นได้ ตลอดทั่วทั้งโลกมนุษย์ โซล โซไซตี้ และฮูเอโก้มุนโด้ อาจมีเพียงท่านเท่านั้นก็เป็นได้”

คำ พูดของอุโนะฮานะทำเอาอิจิโกะชะงักกึก ย้อนถามว่าหมายความว่ายังไง อุโนะฮานะเงียบไปครู่หนึ่งแล้วจึงบอกอิจิโกะถึงเรื่องความสามารถที่แท้จริง ของ “เคียวขะซุยเงสึ” ของไอเซ็น รวมทั้งเงื่อนไขในการใช้ความสามารถทั้งหมด… 

ตัดไปทางฝั่งยามี่ที่กำลังสู้กับเคมปาจิอยู่ ยามี่เงื้อกำปั้นขวาทุบกระหน่ำใส่เคมปาจิแบบรัวไม่นับ หมายใจว่างานนี้เจ้าตัวเปี๊ยกหัวเม่นจอมซ่านั่นต้องเละจมทรายไปในการทุบไม่ กี่ครั้งแน่ๆ

แต่ผลที่ได้ กลับเป็นนิ้วชี้กับนิ้วกลางของมันเองถูกฟันขาดกระเด็น เจ้าอารันคาร์ยักษ์แผดเสียงร้องโหยหวน มันยกมือขวาขึ้นมาในระดับใบหน้า มือซ้ายยกขึ้นกุมรอยแผลตรงนิ้วที่ขาด ก่อนเข่นเขี้ยวสบถด่าอย่างอาฆาตมาดร้าย

แล้วมันก็ต้องชะงักคำสบถไว้ แค่นั้น เมื่อพบว่าบนข้อมือข้างขวาที่มันยกขึ้นมานั้น มีร่างของเคมปาจิเกาะแน่นอยู่ กำลังยิ้มร่ามาทางมันด้วยสายตาอย่างผู้กำชัยชนะ

เอสปาด้าหมายเลข ศูนย์ตะลึงวาบด้วยนึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะฉวยโอกาสขณะที่มันสนใจอยู่กับความ เจ็บปวดที่นิ้วขาด เกาะติดขึ้นมากับแขนของมันด้วย

และก่อนที่มันจะทันมีโอกาสตอบโต้อะไรได้ทัน นายเหนือแห่งหน่วย 11 ก็กระโจนพรวดเดียวจากข้อมือเข้ามาอยู่ตรงหน้าของยามี่ในพริบตา

หาก เป็นคู่ต่อสู้ที่รูปร่างเท่ากัน การเคลื่อนไหวของเคมปาจิในยามนี้คงเทียบได้กับอาการกระโจนตะปบเหยื่อของ พยัคฆ์ร้าย แต่นี่เป็นคู่ต่อสู้ที่ตัวใหญ่กว่าหลายร้อยเท่า อาการกระโจนในครั้งนี้จึงใกล้เคียงกับการกระโจนของตั๊กแตนตำข้าวตัวน้อยที่ อาจหาญกระโจนเข้าใส่ลิงกอริล่าตัวใหญ่ ซึ่งดูยังไงก็มีแต่กระโจนเข้าไปหาความตายเสียมากกว่า

แต่ยามี่รู้ดี…แม้จะไม่อยากยอมรับ…ว่าในความเป็นจริงนั้น เจ้าตั๊กแตนเล็กๆ ตัวนี้สามารถสร้างบาดแผลบนร่างมันได้สาหัสเพียงใด 

ตัดฉากมาทางเบียคุยะที่ยืนดูการต่อสู้ระหว่างเคมปาจิกับยามี่อยู่ห่างๆ โดยไม่มีทีท่าจะเข้าไปช่วย

ยืน ดูอยู่ได้พักหนึ่ง มายูริก็เข้ามายืนอยู่ทางด้านหลัง เบียคุยะรับรู้ได้ถึงการมาของมายูริก็หันไปถามว่าทำไมถึงยังอยู่ที่นี่ ทีแรกมายูริแกล้งตอบเลี่ยงๆ ว่าถึงตอบไปเบียคุยะก็คงไม่สนใจหรอก แต่เบียคุยะไม่ยอมปล่อยผ่าน กลับถามต้อนต่อว่า ทางโลกมนุษย์น่าจะมีอะไรที่มายูริน่าจะสนใจมากกว่าแท้ๆ แต่มายูริกลับยังอยู่ที่นี่ แสดงว่าที่นี่ต้องมีอะไรสำคัญกว่าแน่ๆ ดังนั้น ความหมายที่แท้จริงในคำถามเมื่อกี้ของเขาก็คือ “มายูริอยู่ที่นี่มีจุดประสงค์อะไรกันแน่”

แม้ จะโดนต้อนถามถึงขนาดนี้มายูริก็ยังแกล้งเฉไฉเลี่ยงไปเลี่ยงมาหน้าตาเฉย จนโดนเบียคุยะหันมามองเอาตรงๆ แบบคาดคั้นเงียบๆ นั่นแหละ มายูริถึงได้ยอมตอบว่า เพราะ ณ เวลานี้ ทางฮูเอโก้มุนโด้มีซากศพที่น่าสนใจอยู่เยอะกว่าน่ะสิ ส่วนเรื่องทางโลกมนุษย์น่ะเหรอ ยังไงซะถ้าสู้กันเสร็จ เจ้าพวกที่อยู่ทางนั้นก็คงเปิดการ์กันต้ากลับมาให้อยู่แล้ว ดังนั้น แทนที่จะวิ่งตาลีตาเหลือกกลับไปกลับมาระหว่างสองที่ สู้อยู่วิจัยซากศพพวกที่ตายที่นี้ให้ฉ่ำปอด แล้วค่อยไปนั่งวิจัยซากศพของพวกที่ตายอยู่ทางฝั่งโลกมนุษย์แบบชิลๆ ยังไงก็สบายกว่ากันเยอะ

สีหน้าท่าทางของมายูริขณะพูดนั้นดูบ้าคลั่ง หลุดโลกเต็มที่ อันเป็นลักษณะปกติของนักวิทยาศาสตร์จอมคลั่งแห่งแดนวิญญาณ คำตอบที่ตอบออกมาก็ฟังดูใกล้เคียงกับความเป็นตัวตนของมายูริอย่างไม่ต้อง สงสัย

แต่เบียคุยะกลับยังคงจ้องหน้ามายูริอยู่แบบนั้นไม่ยอมละสาย ตา ราวกับยังคงเคลือบแคลงใจ…ว่าเบื้องหลังคำตอบของมายูรินั้นยังมีอะไรแอบแฝง อยู่ 

ตัดฉากกลับไปทางอิจิโกะที่ได้รู้เรื่องความสามารถไอ เซ็นจากปากอุโนะฮานะ โดยหลังจากอุโนะฮานะเล่าจบ อิจิโกะก็ร้องอย่างตกตะลึงต่อความสามารถและเงื่อนไขการใช้ดาบสุดโกงของ “เคียวขะซุยเงสึ” ที่ขอแค่มองเห็นการปลดปล่อยดาบ ก็สามารถสะกดจิตคนผู้นั้นได้ตลอดไป

“คน ของ 13 หน่วยพิทักษ์ทุกคน กลุ่มของอุราฮาร่า คิสึเกะที่ติดต่อกับพวกท่านที่โลกมนุษย์ รวมทั้งเหล่าอารันคาร์และเอสปาด้าที่อยู่ใต้บัญชาของไอเซ็น โซสุเกะ ทุกคนที่กำลังต่อสู้อยู่ที่โลกมนุษย์ล้วนแต่เคยเห็นการปลดปล่อยขั้นต้นของไอ เซ็นมาแล้วทั้งนั้น”

นายเหนือแห่งหน่วย 4 เว้นระยะชั่วขณะ ก่อนจะพูดต่อ

“ยก เว้นแต่ท่าน คุโรซากิ อิจิโกะ” เธอจงใจเน้นที่คำว่าท่านอย่างชัดเจน “มี พลังกดดันวิญญาณเทียบเท่าระดับหัวหน้าหน่วย และยังไม่เคยเห็นการปลดปล่อยขั้นต้นของเคียวขะซุยเงสึ ข้อได้เปรียบในข้อนี้จำเป็นอย่างยิ่งต่อการเอาชนะศึกครั้งนี้ ไม่สิ ถ้าให้พูดตรงๆ หากขาดข้อได้เปรียบตรงนี้ไป การต่อสู้ของพวกเราคงจบสิ้นแค่นี้”

ถึงตรงนี้ อุโนะฮานะก็มองหน้าอิจิโกะด้วยสายตาจริงจัง และพูดต่อว่า

“คุณคุโรซากิ ในการต่อสู้จากนี้ไป อย่าได้มองไอเซ็นขณะปลดปล่อยขั้นต้นเด็ดขาด ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม”

อิจิโกะได้ยินดังนั้นก็เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะตอบว่า

“เข้าใจแล้วครับ ขอบคุณมากครับคุณอุโนะฮานะ ได้ฟังอย่างนี้ก่อนสู้ค่อยโล่งใจหน่อย ได้ยินแค่นี้ก็พอแล้ว”

เขาหลับตาลงก่อนจะลืมขึ้น ประกายตาเปลี่ยนไปเป็นหนักแน่นด้วยการตัดสินใจอันแน่วแน่

“มีแต่ผมงั้นรึ? ถ้างั้นมันก็แน่อยู่แล้ว ผมจะโค่นไอเซ็นเอง”

————————————————-

ตัด กลับไปทางเบียคุยะกับมายูริอีกครั้ง มายูริเห็นเบียคุยะเหล่ตัวเองเหมือนยังสงสัยอยู่ก็ชักทนไม่ไหวขึ้นมาบ้าง โวยวายใส่หน้าเบียคุยะว่ามองหน้าแบบนั้นแปลว่ายังสงสัยอะไรอีกรึไง ถ้าสงสัยนักก็พูดออกมาให้ชัดๆ ไปเลย อย่าเอาแต่เหล่ เบียคุยะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่าเปล่า ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไรทั้งนั้น

“ข้าแค่คาดไม่ถึงว่าจะได้ยินคำพูดที่เจ้าไม่มีวันพูดออกมา ก็เลยตกใจนิดหน่อยน่ะ”

คำตอบของเบียคุยะทำเอานายเหนือแห่งกองวิจัยวิทยาการถึงกับชะงัก ก่อนจะถามกลับว่าเบียคุยะหมายถึงคำพูดไหน?

“คำ พูดเมื่อกี้ของเจ้า มันฟังดูราวกับว่าถ้าส่งคุโรซากิ อิจิโกะไปยังโลกมนุษย์สำเร็จ สงครามครั้งนี้ก็จะสิ้นสุดลงเลยนะ” เบียคุยะอธิบาย สีหน้ายังนิ่งเฉยไม่ยอมขยับเว้นแต่ริมฝีปาก “ราวกับเชื่อมั่นว่าคุโรซากิ อิจิโกะ จะชนะอย่างแน่นอน”

คราว นี้มายูริถึงกับนิ่งอึ้ง แววโกรธจัดในดวงตาเปลี่ยนเป็นแววสับสนไม่เข้าใจชั่วขณะ ก่อนจะหรี่แคบลง แล้วสงบนิ่งราวกับพยายามปิดบังความรู้สึกโดยไม่รู้ตัว

“ไร้สาระ” นักวิทยาศาสตร์แห่งแดนวิญญาณแค่นเสียงผ่านจมูก “คำพูดของเจ้านั่นแหละ ที่ฟังดูไม่สมตัวเลยสักนิด คุจิกิ เบียคุยะ”

จบตอน 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: