[Spoil] Bleach – 379

Credit Text Spoil : Drake

หน้าเปิด

เปิดตอนมาต่อจากตอนที่แล้วที่อิจิโกะสวมหน้ากากแล้ว ซัดเขี้ยวจันทราทะลวงสวรรค์ใส่ยามี่จนหน้าทิ่มพื้น โดยหลังจากยามี่ลงไปกองกับพื้นเรียบร้อยแล้ว เขาก็ร่อนลงยืนบนอาคารสูงในระยะไม่ห่างจากพื้นที่ต่อสู้นัก แล้ววาดมือผ่านใบหน้า สลายหน้ากากฮอลโลว์ที่สวมอยู่ให้หายไป

ทีท่า ผิดปกติตั้งแต่เริ่มต่อสู้ รวมถึงลวดลายบนหน้ากากที่เปลี่ยนไปจากลายเดิมอย่างชัดเจนทำให้ลูเคียที่เฝ้า มองการต่อสู้อยู่จากระยะห่างรู้สึกประหลาดใจมาก เธอเคยได้ยินมาว่าลวดลายบนหน้ากากของอิจิโกะนั้นมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เพียงแต่การเปลี่ยนแปลงในครั้งที่ผ่านมานั้นเทียบกันไม่ได้กับที่เกิดขึ้นใน ครั้งนี้เลย

ลูเคียได้แต่สงสัยอยู่ในใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับอิจิโกะกันแน่

ทาง ด้านอิจิโกะเองหลังถอดหน้ากากเสร็จ เขาก็ยืนนิ่งตีหน้ากังวลกับ “ความรู้สึกขัดร่างกายอย่างประหลาด” ที่เกิดขึ้นหลังจากใช้พลังฮอลโลว์ไปเมื่อกี้

ไม่เพียงแต่ร่างกายที่ เคลื่อนไหวขัดๆ เท่านั้น เมื่อครู่ตอนที่เรียกหน้ากากออกมา อิจิโกะยังรู้สึกว่าหน้ากากที่สวมอยู่บนใบหน้านั้น “หนัก” กว่าที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด

ภาพตัวเองยามเข้าสู่สภาวะบ้าคลั่งตอนสู้กับอุลคิโอร่าผ่านวาบเข้ามาในใจของอิจิโกะ ยิ่งทำให้ยมทูตหนุ่มกังวลขึ้นเป็นทวีคูณ

“เพราะไอ้นั่นอย่างนั้นรึ…” 

ยังไม่ทันที่อิจิโกะจะวิเคราะห์หาข้อสรุปอะไรเสร็จ ก็บังเกิดเสียงครืนสนั่น อิจิโกะหันขวับไปมอง พบกับร่างยักษ์ของยามี่ยันตัวขึ้นยืนผงาดเต็มส่วนสูง ดวงตาของเอสปาด้าหมายเลขศูนย์เป็นประกายเหมือนกระทิงเมาเลือด จับจ้องมายังอิจิโกะอย่างเดือดดาล

แล้วมันก็อ้าปากกว้าง งับกร้วมเข้าใส่อิจิโกะทันที อิจิโกะพลิ้วตัวหลบไปข้างหลังในพริบตา ยามี่งับมุมยอดตึกกร้วมเข้าเต็มๆ จนหายไปคำโต มันเงยหน้าขึ้น หันไปถ่มเศษคอนกรีตชิ้นเป้งๆ ทิ้งไปข้างๆ เหมือนเวลาคนถ่มน้ำลายรดพื้น แล้วเอียงคอด้านที่โดนเขี้ยวจันทราทะลวงสวรรค์ให้อิจิโกะดู

บนลำคอด้านนั้นมีเพียงรอยแผลตื้นๆ เหมือนโดนมีดบาดเป็นทางยาวเลือดไหลซิบๆ เท่านั้น

อิ จิโกะตะลึงวาบเมื่อได้เห็นชัดๆ ว่าไม้ตายที่ทรงพลังที่สุดของตัวเองไม่สามารถคว่ำคู่ต่อสู้ได้ ทั้งๆ ที่โจมตีเข้าใส่จนสุดแรงในระยะเผาขนถึงขนาดนั้น มิหนำยังอยู่ในสภาพแปลงเป็นฮอลโลว์ซึ่งเป็นชั่วขณะที่ตัวเองมีพลังกดดัน วิญญาณสูงสุดอีกด้วย

“ตกใจหาอะไร” ยามี่ว่าเมื่อเห็นสีหน้างุนงงสุดขีดของอิจิโกะ “ดู หมายเลขของข้าซะ เลขศูนย์เห็นมั้ย ข้าคือยามี่ ริยัลโก้ ซีโร่เอสปาด้า (เอสปาด้าหมายเลขศูนย์) ในบรรดาเอสปาด้าที่เจ้าเคยเจอมาทั้งหมด ไม่มีตนไหนที่แข็งแกร่งกว่าข้า ทั้งกริมจอว์ ทั้งนอยโทร่า ทั้งอุลคิโอร่า สำหรับข้ามันก็แค่เศษขยะเท่านั้นโว้ย!!!”

คำรามจบ เจ้าอารันคาร์ร่างยักษ์ก็เหวี่ยงกำปั้นขวาเข้าใส่ ซัดเปรี้ยงเข้าใส่อิจิโกะในทันใด กระสุนพลังขนาดใหญ่พุ่งออกจากกำปั้นกระแทกอิจิโกะเข้าเต็มๆ แม้จะไม่บาดเจ็บมาก แต่แรงปะทะก็ทำเอาอิจิโกะถึงกับปลิวกระเด็นไปพร้อมๆ กับตึกที่ยืนอยู่และพื้นทรายเบื้องหลัง

“ไงล่ะวะ!? เฮ้ย!!” เอสปาด้าหมายเลขศูนย์แผดเสียงลิงโลด “เมื่อกี้ไม่ใช่ซีโร่นะเว้ยขอบอก!! แค่บาล่าเท่านั้นเว้ย!! แค่บาล่า!! ขยะอย่างแกมีปัญญารับมือรึเปล่าล่ะ หา!!!”

“ปัญญาจะรับมืองั้นเรอะ” อิจิโกทวนคำพร้อมกับยันตัวขึ้นยืนกลางอากาศ ท่วงท่าดูองอาจคุกคามเปี่ยมด้วยความแน่วแน่จนยามี่ถึงกับชะงัก “ที่ ผ่านมาไม่ใช่ว่าชั้นมีปัญหาจะรับมืออะไรร้อก ก็แค่โค่นพวกแกเพราะมีเหตุจำเป็นต้องโค่นมันก็เท่านั้น แกจะเก่งกว่าเอสปาด้าตนอื่นรึไม่ชั้นไม่ขอรับรู้…เพราะยังไงสุดท้ายมันก็ เหมือนกันนั่นแหละ”

พูดถึงตรงนี้ อิจิโกะก็เงยหน้าขึ้นมองยามี่อย่างดุดันมุ่งมั่น แล้วสรุปปิดท้ายว่า

“ถ้าชั้นจำเป็นต้องโค่นแก ชั้นก็จะโค่นแกให้ได้”

ได้ ยินดังนั้น ยามี่ก็เดือดปรี๊ดขึ้นมาทันที มันควงหมัดทั้งซ้ายขวากระหน่ำ “บาล่า” ใส่อิจิโกะนัดแล้วนัดเล่า ความแรงแต่ละนัดทำเอาอิจิโกะต้องห่อตัวปิดป้องไว้ไม่ให้แรงปะทะกระแทกจุด สำคัญตรงๆ เพื่อกันการบาดเจ็บสาหัส

ดวงตาภายใต้ท่อนแขนที่ยกขึ้นในท่าป้องกันส่วนหัวและลำคอนั้นสะท้อนแววบางอย่างที่ประหลาดไปจากอิจิโกะคนเดิม

แววตาซึ่งลูเคียสังเกตเห็นเมื่อตอนที่เขาเข้าไปช่วยเธอเมื่อครู่ที่ผ่านมา

แววตาของนักรบผู้เหนื่อยล้าต่อสงครามและการฆ่าฟันเต็มที

แต่ภายใต้แววตาอ่อนล้านั้น กลับยังมีแววตาอีกอย่างเก็บซ่อนอยู่อีก

เป็นแววตาที่ลุกวาบขึ้นมาขณะยามี่สำรากคำดูถูกคำหนึ่งออกมาในชั่วไม่กี่นาทีที่แล้ว

“ทั้งกริมจอว์ ทั้งนอยโทร่า ทั้งอุลคิโอร่า สำหรับข้ามันก็แค่เศษขยะเท่านั้นโว้ย!!!” 

ประหลาดจังแฮะ” เขาพึมพำกับตัวเองในใจ “ทั้งๆ ที่พวกที่ตายเป็นพวกของเจ้าพวกนี้เองแท้ๆ แต่อิโนะอุเอะกลับเสียใจซะยิ่งกว่าพวกมันอีก”

คิด ได้ดังนั้น ร่างอิจิโกะที่ห่อกลมเหมือนเต่าเพื่อลดความเสียหายก็พลันคลายออก มือที่ขวาที่เอาแต่ปิดป้องเปลี่ยนมากำดาบแน่นแล้วฟันสวนกลับในท่าตวัดช้อน จากล่างขึ้นบน สลาย “บาล่า” ที่เจ้ายามี่ยิงมาจนหายวับไปในพริบตา

ท่วงท่าดุดันทำเอาเจ้ายามี่ถึงกับชะงักกึกไปอีกครั้ง

“…ประหลาด จังแฮะ” ยมทูตหนุ่มหัวส้มออกเสียงทั้งๆ ที่ยังก้มหน้าอยู่ ไม่ดังนักแต่ก็มากพอจะถึงหูเจ้ายามี่ “…ชั้น ไม่คาดหวังอยู่แล้วว่าอารันคาร์อย่างพวกแกจะมีสำนึกรักพวกพ้อง ชั้นเองก็ไม่ได้เสียใจที่ต้องมาฟาดฟันเพื่อนของแก แต่แกกลับพูดจาดูถูกพวกพ้องที่ต่อสู้มาจนถึงตอนนี้…”

พูดถึง ตรงนี้ อิจิโกะก็เงยหน้าขึ้นมองยามี่ด้วยสายตาเป็นประกายกร้าว แล้วเค้นเสียงออกมาทีละคำอย่างพยายามจะตอกอารมณ์เดือดใส่ทุกพยางค์ของประโยค นั้น

“ฟังแล้วหงุดหงิดว่ะ”

ว่าจบก็ยกมือขึ้นอังหน้า อณูวิญญาณมหาศาลค่อยๆ เข้ามารวมกันตรงช่องว่างระหว่างใบหน้าและมือของอิจิโกะในทันใด แล้วก่อตัวเป็นรูปร่างคล้ายหน้ากากทำท่าจะสวมใบหน้าของอิจิโกะไว้

หาก วินาทีต่อมา หน้ากากนั้นกลับมีอันต้องสลายวับคาใบหน้าของอิจิโกะโดยที่อณูวิญญาณยังไม่ ทันจะรวมตัวกันติดดีด้วยซ้ำ ยมทูตหนุ่มตะลึงพรึงเพริดกับเหตุไม่คาดฝัน อวดแววไม่เข้าใจเต็มสองตา

ฝ่ายเจ้ายามี่เห็นดังนั้นก็ไม่รอช้า อาศัยช่องว่างที่อิจิโกะชะงัก ตวัดมือรวมจับอิจิโกะไว้ทันที อิจิโกะใจหายวาบ พยายามออกแรงสะบัด แต่ไม่ว่าจะดิ้นจะดันอย่างไรก็ไม่อาจหลุดไปได้เลย

“ฮ่าๆๆๆๆๆๆ” เอสปาด้าร่างยักษ์หัวเราะอย่างลำพอง “ไม่รู้ละว่าอะไร แต่ดูท่าไอ้หน้ากากจอมจุ้นนั่นจะออกมาไม่ได้แล้วล่ะสิท่า!!!”

เสียง หัวเราะของเจ้ายามี่ดังสนั่นไปทั่วบริเวณ ซึ่งก็ปานกันกับความตกตะลึงของอิจิโกะ เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหน้ากากซึ่งเคยสวมได้นานขึ้นหลังการต่อสู้กับกริม จอว์ ทั้งยังสามารถต่อเวลาสวมได้เรื่อยๆ หากกะจังหวะถอดออกในเวลาที่เหมาะสม บัดนี้จึงกลับมาสวมได้เพียงครั้งเดียวก็เรียกออกมาไม่ได้อีกแบบนี้

“หรือจะเกี่ยวอะไรกับอาการขัดๆ ร่างกายเมื่อกี้…!?”

แต่ อิจิโกะไม่มีเวลามาคิดอะไรอีกแล้ว เมื่อเงยหน้าขึ้นไปพบกับใบหน้าดำทะมึนของยามี่ลอยเด่นอยู่ มันจ้องหน้าอิจิโกะเขม็งด้วยสายตาเหมือนกับกำลังจ้องแมลงกระจ้อยร่อยที่ บังอาจมาสร้างความระคายเคืองบนร่างกาย 

แต่ก่อนที่มันจะทันลงมือขยี้อิจิโกะให้เละเหมือนบี้มดนั้นเอง

“วิถีทำลายที่ 33 โซกะซุย (เพลิงสีฟ้าถล่ม)”

เสียง ทุ้มนุ่มคุ้นเคยดังขึ้นแผ่วเบา พร้อมกับเปลวเพลิงสีฟ้าขนาดใหญ่ลุกวาบขึ้น ทั้งใหญ่และทรงพลังกว่าเพลิงสีฟ้าของลูเคียนับสิบนับร้อยเท่า มันพุ่งเข้าปะทะยามี่เข้าอย่างจัง ทำเอาเจ้ายามี่ถึงกับชะงักกึกด้วยความตกใจและเจ็บปวด มันละความสนใจจากการขยี้อิจิโกะ แล้วสอดส่ายสายตาไปยังทิศที่เปลวเพลิงพุ่งมาหมายจะดูว่าไอ้คนที่บังอาจเอาไฟ มาลวกหน้าข้านั้นมันเป็นใคร

พริบตานั้นเอง ขาข้างหนึ่งของมันก็ขาดกระเด็นกลิ้งไปกลิ้งมากับพื้นทราย เจ้ายามี่ตะลึงวาบอีกรอบ ขณะร่างใหญ่สูญเสียการทรงตัวล้มครืนลงกับพื้นทรายทันที

แรงจากการ ล้มของอารันคาร์ยักษ์ส่งผลให้ฝุ่นทรายในบริเวณใกล้เคียงฟุ้งตลบขึ้นมาจนไม่ อาจมองเห็นได้ว่าผู้ที่จู่โจมเข้ามาช่วยเหลืออิจิโกะในยามเข้าตาตายนั้นคือ ใคร

ได้ยินแต่เสียงพูดคุยโต้ตอบกันระหว่างผู้ช่วยเหลือทั้งคู่เท่านั้น

“เฮ้ย เจ้าน่ะ” เสียงทุ้มแต่หยาบที่คาดว่าน่าจะเป็นเจ้าของผลงานตัดขาเจ้ายามี่ดังขึ้น อวดสำเนียงไม่พอใจอย่างไม่ปิดบัง “มาตัดหน้าข้าแบบนี้ได้ไง ย้ายก้นไปไกลๆ เลย”

“…พูดอะไรอย่างนั้น” เสียงทุ้มนุ่มเสียงเดิมย้อนเรียบๆ “ข้ามาถึงที่นี่ก่อนเจ้านะ เจ้านั่นแหละหัดรู้ส่วนแบ่งของตัวเองซะบ้าง”

“เฮอะ!!” ผู้ถูกย้อนแค่นเสียงตอบ “โดนลูกหลงตายละก็ไม่รู้ด้วยนะเว้ยเฮ้ย!!”

ขณะนั้นเอง ม่านฝุ่นที่ล้อมรอบบริเวณนั้นก็ค่อยๆ สลายตัว เผยให้เห็นรูปร่างหน้าตาของสองผู้กำลังยืนเถียงกันอยู่ในที่สุด

ไม่ใช่ใครที่ไหน คุจิกิ เบียคุยะ หัวหน้าหน่วย 6 และซาราคิ เคมปาจิ หัวหน้าหน่วย 11 นั่นเอง!!!

จบตอน 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: