[Spoil] Toriko – 68

เปิดตอน ณ ศูนย์กลางเมืองกลูเมต์ ที่บาร์ที่ชื่อ Bar Heavy Lodge (ไม่ต้องแปลไทยเพราะในภาพก็เป็น Eng) ที่ๆเหล่านักล่าอาหารผู้มีชื่อเสียงต่างแวะมาเยี่ยมบาร์นี้ทุกวันไม่ขาดสายเพื่อหา”ข้อมูลวัตถุดิบ”และ”งาน” โดยจะมีคนมาชุมนุมเพื่อการร้องขอนักล่าอาหารที่แข็งแกร่งที่เรียกว่า “การประชุมบาร์”

(แล้วช่วงนี้จะเป็นการแนะนำตัวนักล่าอาหารหลายๆคนที่ยาวถึง 4 หน้าไม่มีอะไรมากเลยขอเล่าแบบย่อสุดๆของนักล่าแต่ละคนนะครับ)

-คนแรก นักล่าผู้มีอารมณ์ร้าย “ฟลูคอร์ส” (ชายมีหนวดที่มีแผลเป็นที่ตาทั้งสองข้าง)
-คนที่สอง นักล่าจอมโซ้ยดีกรีแชมป์แห่งการกินของเกาะทางใต้ “ดรานเกอร์” (ชายอ้วนผิวคล้ำผมลอน)
-คนที่สาม…..ไม่ต้องแนะนำแล้วมั้ง “ซอนกี้” (คนที่โทริโกะกับโคมัตสึเจอตอนเข้าเมือง)
-คนที่สี่ นักล่ายากูซ่าตำแหน่งรองบอสของแก๊ง “แมช” (ชายสวมสูทขาวพกดาบมีแผลเป็นไปทั้งตัว)
-คนที่ห้า นักล่าฉายาอัศวินแห่งกลูเมต์ “ทาคิมารุ” (ชายผ้าโพกหัวคล้ายโคโคะมีรูปจันทร์เสี้ยวเป็นสัญลักษณ์)

และในขณะที่แมชและทาคิมารุกำลังจะเริ่มหาเรื่องกัน ชายผู้เป็นเจ้าของร้านก็ตระโกนห้ามก่อนที่ศึกจะเกิด โดยผู้เป็นเจ้าของร้านนั้นชื่อ “โมริจิ”

แล้วเพราะการมาของชายสองคนที่ทำให้ทั้งร้านที่คึกคักก็ถึงกับเงียบไปหมดและหันไปมองกันเป็นทางเดียวกันทั้งร้านในทันที โทริโกะ

ทุกคนที่ตะลึงกันไปหมดกับการปรากฎตัวของโทริโกะเพราะไม่อยากจะเชื่อว่านักล่าระดับนี้จะมา ขนาดดรานเกอร์ที่อวดเบ่งเรื่องกินว่าไม่มีใครสู้เขาได้ก็ถึงกับเงียบเพราะยอมจำนนถึงพลังในการกินของโทริโกะที่ดรานเกอร์รู้ตัวว่าไม่มีทางชนะ แม้แต่ทาคิมารุก็ยังยอมรับในตัวโทริโกะและเพราะชื่อของ “จตุรเทพแห่งนักล่า” แมชจึงเคยไปดวลกับ ซีบรา หนึ่งในสี่จตุรเทพมาจนได้แผลทั้งร่างนี้มาทั้งๆที่โดนการโจมตีเพียงแค่ทีเดียวจนแมชก็ยอมรับในพลังของทั้งสี่จตุรเทพนี้

จากนั้นโทริโกะก็ไปทักทายโมริจิ โมริจิก็เตรียม”อีนาเมลเบียร์”มาให้โทริโกะทันที และก็เริ่มการพูดคุยหลังจากที่ไม่ได้เจอกันมานาน(โทริโกะก็ดื่มเบียร์หมดเรียบร้อย) แล้วตอนนั้นซอนกี้ก็มาทักโทริโกะ(แต่โทริโกะเรียกซอนกี้ว่าซอมบี้) จนทั้งคู่ก็คุยกันราวกับเพื่อนที่ซี้กันมาจนคนอื่นๆอึ้งกันไปหมดว่าทำไมซอนกี้ถึงคุยกับโทริโกะได้ราวกับระดับเดียวกันทั้งๆที่ไม่มีใครรู้จักซอนกี้เลย

แล้วโทริโกะก็หันไปคุยกับโมริจิต่อถึงพวกนักล่าแต่โมริจิก็ไม่เห็นใครสักคนที่จะได้ระดับดียวกับกลุ่มจตุรเทพอย่างโทริโกะจนผู้ว่าจ้างแทบจะไม่เจรจาต่อรอง โคมัตสึก็เลยได้รู้ว่าโมริจิยังทำหน้าที่คนกลางระหว่างสองฝ่ายด้วย หรือก็คือ”ผู้ประเมินโมริจิ”ที่สามารถหยั่งรู้ได้ด้วยตาจนสามารถเห็นได้ถึงความสามารถและพรสวรรค์ของนักล่า และโมริจิก็เห็นได้ว่าระดับของโทริโกะนั้นสูงกว่าเดิม

โมริจิก็เลยบอกว่าวันนี้จะมีลูกค้าที่จะมารวมกลุ่มพวกนักล่าโดยที่โมริจิก็มองออกว่าที่พวกโทริโกะมานั้นก็เพื่อจุดหมายนั้นด้วย

แล้วตอนนั้นเองก็มีชายชุดดำหลายคนเข้ามาในร้านและบอกให้ทุกคนหยุดกินและเตรียมต้อนรับ “โคโรเนล” ซึ่งก็คือชายสูงอายุที่พวกโทริโกะเจอที่ห้างนั้นเอง [ประธานาธิบดี โคโรเนล ม็อคโกะ ที่ทำเงินได้ถึง 20ล้านล้านต่อปี]

โคโรเนลที่มาถึงก็บอกจะให้เงินพันล้านแก่ใครก็ตามที่ทำตามข้อเสนอได้ซึ่งก็ไม่ใช่อะไรอื่นเป็น ซุปศตวรรษ แน่นอนโดยยอมให้ทุกคนไปล่าได้หมดโดยไม่มีการคัดเลือกเพื่อที่จะให้โอกาสเพิ่มแม้แต่ 0.1% ก็ตามเพราะดินแดนนั้นเป็นดินแดนที่ทุกหนแห่งหนาวไปหมดนั้นคือ “ทวีปน้ำแข็ง” ด้วยเหตุนี้นักล่าทุกคนก็เลยดีใจที่ได้ไปล่าเอาซุปศตวรรษกันโดยไม่ต้องคัดเลือก

แต่ในกลุ่มนักล่าที่ดีใจกันเนื้อเต้นโมริจิก็เห็นนักล่าคนหนึ่งที่แข็งแกร่ง โมริจิก็เลยบอกโทริโกะว่างานนี้คงเป็นงานที่ยากลำบากแน่แต่โทริโกะก็รู้ดี แล้วโคมัตสึก็เลยขอถามโมริจิมั้งว่าคนอย่างเขาจะไปได้ไหมแต่โมริจิที่ไม่รู้จักโคมัตสึๆก็เลยต้องแนะนำตัวเองก่อน

โมริจิที่ดูแล้วก็รู้ว่าโคมัตสึนั้นอ่อนแอแต่ก็รู้ว่าโคมัตสึนั้นจำเป็นสำหรับการเดินทางครั้งนี้ โมริจิก็เลยบอกว่าไม่ได้เห็นมานานถึงคนอย่างโคมัตสึจะร่วมเดินทางแต่ก็เห็นว่าโคมัตสึไปได้อย่างแน่นอน

ว่าแล้วเหล่านักล่าก็พร้อมออกเดินทางล่า “ซุปศตวรรษ” กัน

อีกด้านย่าเซ็ตสึก็เปิดร้านให้คนอื่นมากินอาหารจนดีใจกันไปทั่ว

จบตอน

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: