[Spoil] Nurarihyon no Mago – 72

Credit Text Spoil : แมวตัวร้าย

อิตาคุรู้สึกได้ถึงความเกรงขามที่แตกต่างจากที่ผ่านมา จากตัวของริคุโอะ
เพราะ”ฮาซึ” ของริคุโอะ หรือการปลดปล่อยความเกรงขามขั้นต้นของริคุโอะ
เป็นการทำให้ไม่สามารถรับรู้ถึงตัวตนได้ แต่ในตอนนี้กลับยังปรากฏร่างของริคุโอะอยู่
ดังนั้น นี่จึงไม่ใช่แค่การปลดปล่อยความเกรงขาม


ลูกน้องของคิโดมารุพุ่งเข้าใส่ริคุโอะ หมายจะบดขยี้ให้แหลกด้วยกระบวนท่า “เฮียวอิ”
ของตน หากว่าหมัดนั้นก็มิอาจสร้างความสะดุ้งสะเทือนให้กับนูราริเฮียงหนุ่ม
ปีศาจจากเกียวโตได้แต่ต่อยความว่างเปล่า มิต่างจากการเอื้อมมือคว้าเงาจันทราบนผืนน้ำ….

“เฮ้ยยยย แก…ทำอะไรน่ะหา!?”

ปีศาจร่างใหญ่ร้องโวยวายอย่างสับสน ขณะที่ลูกน้องของคิโดมารุอีกตนไม่รอช้า
ใช้ดาบฟันเข้าใส่ริคุโอะหมายจะตัดร่างนายน้อยของกลุ่มคู่อริให้ขาดเป็นสองท่อน
หากว่าดาบที่ใช้ แม้จะคมสมเป็นยอดดาบเพียงใด ก็ไม่อาจทำให้เงาสะท้อนถูกห้ำหั่นลงไปได้
ฉันใดก็ฉันนั้น ถึงริคุโอะจะปรากฏให้เห็นอยู่ตรงหน้าก็มิอาจจับต้องตัวได้


แล้วเมื่ออีกฝ่ายเสียกระบวนการโจมตี ริคุโอะก็เป็นฝ่ายตอบโต้กลับไปบ้าง
ท่อนไม้ในมือนูราริเฮียงหนุ่มฟาดเข้าใส่ปีศาจทั้งสองเข้าเต็มรัก
คิโดมารุรีบยกดาบขึ้นมากั้นคลื่นกระทบที่เกิดจากการโจมตีของริคุโอะ จึงไม่เป็นอะไร
แต่ที่เบื้องหลังกลับเกิดรอยบาดลึกบนห้วงอากาศแสดงให้เห็นว่าความเกรงขามของหมู่บ้าน
ได้ถูกตัดขาดลงไปส่วนหนึ่งเข้าแล้ว


“…สมัยก่อน เคยได้ยินจากปู่ ว่านูราริเฮียงเป็นปีศาจแบบไหน…”

ริคุโอะเอ่ยขึ้น….

“นูราริเฮียง คือ “บุปผาที่ทอดเงาสะท้อนในบานกระจก คือเงาจันทร์ที่สะท้อนบนผืนน้ำ”
หรือก็คือ “เคียวขะซุยเงสึ” (บุปผาในกระจก เงาจันทร์บนผืนน้ำ) “

ว่าแล้วริคุโอะก็นึกถึงเรื่องในอดีต ครั้งที่ตนเคยชี้ชวนให้ปู่ดูเงาของพระจันทร์
ที่สะท้อนอยู่บนผืนน้ำในบ่อ หากว่าเมื่อริคุโอะยื่นมือลงไปในบ่อ พระจันทร์ที่เห็นกลับ
กระเพื่อมจนไม่อาจคงรูปได้
นูราริเฮียงเห็นดังนั้นแล้วก็หัวเราะ แล้วสอนริคุโอะว่า ผิวน้ำที่เรียบราวกับกระจก
(เมย์เคียวชิซุย) นั้น เมื่อเกิดวงน้ำกระเพื่อมขึ้น ผิวน้ำนั้นก็จะถูกทำลายลง
แต่สำหรับ”เคียวขะซุยเงสึ” (บุปผาในกระจก เงาจันทร์บนผืนน้ำ) เมื่อเกิดวงน้ำกระเพื่อม
ก็จะหายไป ไม่อาจจับต้องได้ เปรียบได้กับพวกปีศาจนูราริเฮียงอย่างท่านปู่และริคุโอะ

อีกด้าน คิโดมารุที่ยืนอยู่กำลังยืนคุมเชิงอยู่ก็กำลังใช้ความคิด
ในวรรณคดีจีนโบราณ มีลักษณะการเขียนโวหารอยู่อย่างหนึ่งที่เรียกว่าเคียวขะซุยเงสึ
เหมือนกับท่าของริคุโอะ ซึ่งการเขียนที่ว่า จะไม่บรรยายโดยตรง แต่เป็นการใช้คำ
ให้ผู้อ่านเกิดมโนภาพของสิ่งนั้นขึ้นในใจ….เป็นการเพิ่มความรู้สึกว่ามีตัวตน ให้กับสิ่ง
ที่ไร้รูปร่าง

และข้อสรุปของคิโดมารุก็คือ ปีศาจนูราริเฮียง เป็นปีศาจที่เล่นกลกับการรับรู้ แล้ว
สงบความเกรงขามของคู่ต่อสู้


ว่าแล้วคิโดมารุก็รีบใช้โอกาสที่ริคุโอะคลายความเกรงขามของตน กระโดดเข้าใส่พร้อม
ดาบในมือทันที ท่ามกลางเสียงร้องตะโกนของอิตาคุ ห้ามไม่ให้ริคุโอะคลายความเกรงขาม
แต่ก่อนที่คมดาบนั้นจะได้ลิ้มรสเลือดของนายน้อยแห่งกลุ่มนูระ
พวกเรระและกลุ่มปีศาจของโทโนะก็เข้ามาขัดขวางได้ทันเสียก่อน

เรระบอกคิโดมารุว่า ถ้าหากไม่อยากตายในน้ำแข็งของตน ก็ห้ามนำเอาเรื่องที่อาละวาด
ในโทโนะออกไปพูด แต่คิโดมารุกลับทำลายน้ำแข็งของเรระที่เป็นพันธนาการ
ให้ทลายลงอย่างง่ายดาย แล้วบอกกับปีศาจแห่งโทโนะว่าสิ่งที่ตนทำ ไม่ใช่การ
กวาดล้างโทโนะให้เหี้ยน

“แต่…ข้าก็จะจำเรื่องที่พวกเจ้าให้ความช่วยเหลือหลานของนูราริเฮียง
ถ้าหากไปยุ่งเกี่ยวกับกลุ่มนูระล่ะก็….จะฆ่าให้หมดแบบเคย์คะอิน”

ริคุโอะได้ยินประโยคนั้นเข้าก็ถึงกับชะงักด้วยความตกใจ
แต่คิโดมารุก็ยังพูดต่อ…

“ภายในสองอาทิตย์ เกียวโตจะตกเป็นของท่านฮาโกโรโมะกิซึเนะ พร้อมกับการ
ล่มสลายขององเมียวจิ”


อีกด้าน ที่เกียวโต
ลูกน้องตนหนึ่งของฮาโกโรโมะกิซึเนะ ที่มีรูปร่างเป็นชายแก่หัวยาว
พร้อมกับตาขนาดใหญ่ที่พาดอยู่บนหัวที่ดูพิลึกพิลั่นนั้น ก็ได้มาปลุกนายของตน
พร้อมกับรายงานความคืบหน้า ว่าอาณาเขตที่5 ของเคย์คะอินได้ถูกทำลายลงไปแล้ว

“ข้าตื่นอยู่….มินะโกโรชิ จิโซ”

ส่วนฮาโกโรโมะกิซึเนะ ก็ลุกขึ้นจากเตียง พร้อมกับรอยยิ้มปริศนา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: